ปตท.ยืนยันไม่ประกาศปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศวันนี้ขอติดตามสถานการณ์ก่อน ขณะที่อิทธิพลคำสั่งของประธานาธิบดีบุช สั่งงดบริษัทส่งน้ำมันเข้าคลังสำรอง ทำให้ราคาน้ำมันดิบร่วงติดต่อกันเป็นวันที่ 2 มาอยู่ที่ 72.88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่อิหร่านประกาศจะเร่งโครงการปรมาณูให้เร็วขึ้น หากเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรจากนานาชาติ
วันที่ 26 เม.ย.นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท.เปิดเผยว่า วันนี้ ปตท.จะยังไม่ประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศ
หลังจากที่ผู้ค้าน้ำมันทุกรายได้ปรับขึ้นราคาไปแล้ว 40 สตางค์ต่อลิตรวันนี้
โดยขอติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกก่อน ซึ่ง ปตท.จะดูแลไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบมากนัก
ราคาขายปลีกน้ำมันในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ของผู้ค้าน้ำมันทุก
ราย ยกเว้น ปตท.ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ดังนี้ เบนซิน ออกเทน 95 อยู่
ที่ลิตรละ 28.74 บาท, เบนซิน ออกเทน 91 อยู่ที่ลิตรละ 27.94 บาท, แก๊สโซฮอล์
ออกเทน 95 อยู่ที่ลิตรละ 27.24 บาท และดีเซล อยู่ที่ลิตรละ 27.09 บาท
อย่างไรก็ตาม ช่วงบ่ายวันนี้รัฐบาลจะประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากปัญหาราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ใน
ส่วนของผู้ค้าน้ำมันและโรงกลั่นจะหารือร่วมกันว่าจะสามารถช่วยเหลือได้อย่างไร
บ้าง โดยสาเหตุสำคัญที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องมาจากปัญหา
นิวเคลียร์ในอิหร่านและปริมาณความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น
นายประเสริฐ กล่าวว่า หากสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังอยู่ใน
ระดับสูงเช่นนี้ต่อไปก็มีโอกาสเป็นไปได้ที่ราคาขายปลีกถึงลิตรละ 30 บาท
ส่วนราคาน้ำมันต่างประเทศ หลังจากประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ของประเทศสหรัฐอเมริกา สั่งให้บริษัทน้ำมันงดการจัดส่งน้ำมันเข้าสู่คลังสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์ (SPR) เพื่อจะได้มีน้ำมันเข้าสู่ตลาดมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้านิวยอร์ค NYMEX ปิดร่วงลงเป็นวันที่ 2
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน มิ.ย.ร่วงลง 45 เซนต์ หรือ 0.6 % มาปิดตลาดที่ 72.88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากร่วงลงไปแตะจุดต่ำสุดรที่ 71.75 ดอลลาร์ โดยราคาน้ำมันร่วงลงเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน หลังจากขึ้นไปทำสถิติสูงสุดที่ 75.35 ดอลลาร์ในวันศุกร์ โดยมีแนวรับที่ 70.70 ดอลลาร์ และแนวต้านที่ 75.35 ดอลลาร์
ราคาน้ำมัน heating oil ส่งมอบเดือน พ.ค.ทะยานขึ้น 2.64 เซนต์ หรือ 1.3 % สู่ 2.0581 ดอลลาร์ต่อแกลลอน โดยมีแนวรับที่ 2.015 ดอลลาร์ และแนวต้านที่ 2.10 ดอลลาร์
ราคาน้ำมันเบนซินส่งมอบเดือน พ.ค. ร่วงลง 4.48 เซนต์ หรือ 2 % สู่ 2.1291 ดอลลาร์ต่อแกลลอน โดยร่วงผ่านแนวรับที่ 2.10 ดอลลาร์ลงไปในระหว่างวัน และมีแนวต้านที่ 2.25 ดอลลาร์
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนมิ.ย.ที่ตลาด IPE ในกรุงลอนดอนทะยานขึ้น 21 เซนต์ หรือ 0.3 % สู่ 73.21 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ทั้งนี้ประธานาธิบดีสหรัฐ สั่งให้สำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของสหรัฐหาหนทางในการผ่อนคลายกฎระเบียบใหม่เรื่องน้ำมันเบนซินเผาไหม้สะอาด เพื่อเป็นการเพิ่มอุปทานน้ำมันเบนซินให้สูงยิ่งขึ้น
ถึงแม้ถ้อยแถลงของ ปธน.บุชกดดันราคาน้ำมันดิบให้ร่วงลงกว่า 1 ดอลลาร์ในช่วงแรก ราคาน้ำมันดิบก็ลดช่วงติดลบกลับขึ้นมาได้บ้างในช่วงต่อมา ขณะที่เทรดเดอร์ตั้งข้อสงสัยว่า มาตรการของ ปธน.บุชจะสามารถกดดันราคาน้ำมันเบนซินลงได้จริงหรือไม่
"สิ่งที่เราต้องการคือผลิตภัณฑ์น้ำมัน ไม่ใช่น้ำมันดิบที่เรามีเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว ถ้อยแถลงของปธน.บุชเป็นการแสดงออกทางการเมือง แต่ปัญหาอยู่ที่น้ำมันเบนซิน" นายแอรอน คิลดาว โบรกเกอร์ของบริษัทพรูเดนเชียล ไฟแนนเชียล กล่าว
นายโจ ออลแมน นักวิเคราะห์ของบริษัทอาร์บีซี แคปิตัล มาร์เก็ตส์กล่าวว่า การยุติกระบวนการส่งน้ำมันเข้าสู่ SPR จะส่งผลให้มีน้ำมันเข้าสู่ระบบอุปทานในสหรัฐเพิ่มขึ้นเพียง 50,000 บาร์เรลต่อวัน โดยระบบนี้ต้องการน้ำมัน 16 ล้านบาร์เรลต่อวัน และความเคลื่อนไหวนี้จะไม่ส่งผลกระทบมากนักต่อน้ำมันดิบที่มีอุปทานล้นตลาดอยู่แล้ว"
"สิ่งที่จะส่งผลกระทบต่อตลาดมากกว่า ก็คือความเป็นไปได้ที่จะมีการงดเว้นข้อบังคับเรื่องการใช้น้ำมันเบนซิน reformulated ในฤดูร้อนปีนี้" นายออลแมน กล่าวว่า
"การเพิ่มความยืดหยุ่นเรื่องประเภทน้ำมันเบนซินที่สามารถใช้ได้ในฤดูร้อนปีนี้ จะช่วยลดความกังวลที่ว่าอาจเกิดภาวะขาดแคลนอุปทานเอธานอล
นายออลแมน กล่าวด้วยว่า ความกังวลเรื่องภาวะขาดแคลนน้ำมันเบนซินอาจทำให้ราคาน้ำมันดิบไต่ขึ้นมาแล้วราว 3-5 ดอลลาร์/บาร์เรล
อย่างไรก็ดี กลุ่มตัวแทนโรงกลั่นน้ำมันของสหรัฐระบุว่า การงดเว้นกฎระเบียบเรื่องเชื้อเพลิงในสหรัฐอาจเป็นแนวคิดที่ไม่ดี โดยนายบ็อบ สลอห์เทอร์ ประธานสมาคมผู้กลั่นน้ำมันและปิโตรเคมีแห่งชาติกล่าวว่า อุตสาหกรรมกลั่นน้ำมันได้ลงทุนไปเป็นจำนวนมากแล้วเพื่อปฏิบัติตามกฎระเบียบเรื่องเชื้อเพลิงในสหรัฐ และการงดเว้นกฎระเบียบนี้จะสร้างความสับสนต่อแผนการลงทุนและเป็นการเพิ่มความไม่แน่นอน
ขณะที่ทางประเทศอิหร่านแถลงวันนี้ว่า อิหร่านจะระงับความสัมพันธ์กับหน่วยงานตรวจสอบนิวเคลียร์ของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) และอิหร่านจะเร่งโครงการปรมาณูให้เร็วขึ้น ถ้าหากอิหร่านเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรจากนานาชาติ
สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงาน (EIA) ของสหรัฐจะประกาศตัวเลขสต็อกน้ำมันในคลังประจำสัปดาห์ในวันพุธ โดยนักวิเคราะห์คาดว่า สต็อกน้ำมันเบนซินอาจลดลง 2.6 ล้านบาร์เรลเนื่องจากอุปสงค์เพิ่มขึ้น, สต็อกน้ำมันดิบอาจลดลง 100,000 บาร์เรล และสต็อกน้ำมันกลั่นอาจลดลง 1.5 ล้านบาร์เรล โดยน้ำมันกลั่นรวมถึงน้ำมัน heating oil และเชื้อเพลิงดีเซล
นักวิเคราะห์คาดว่าอัตราการใช้กำลังการกลั่นอาจเพิ่มขึ้น 1 % สู่ 87.2 % ราคาสัญญาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนพ.ย.ปิดที่ 76.27 ดอลลาร์