ผลเลือกตั้ง ส.ว.ส่อเค้าวุ่น หลายจังหวัดเริ่มฟ้องร้องกันนัวเนีย โวย 3 ใน 18 ว่าที่ ส.ว.กทม.ซื้อเสียง ทั้งใช้นายบ่อนซื้อและยิงสดหน้าคูหาเลือกตั้ง พัทลุงฉาวส่อระงับผลหลังเจอ 6 บัตรเลือกตั้งหลุดมาทิ้ง มหาสารคามพบหลักฐานซื้อเสียงอื้อ แถมพบ ตร.เป็นหัวคะแนนเอง เปิดบ้านพักแจกเงิน "สมัคร" ฉุนถูกถามเรื่อง ปธ.วุฒิฯ ด้าน ส.ส.ทรท.โต้สภาผัว-เมีย ยันสั่งกันไม่ได้ "ครูหยุย" หนุน "อุทัย" ชิง ปธ.วุฒิฯ เชื่อสูสี "สมัคร" มากกว่า "กล้านรงค์"+++++++++++++++
ภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ประจำจังหวัดต่างๆ ทยอยประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการออกมาจนเห็นรูปร่างหน้าตาของสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.)ชุดใหม่ทั้ง 200 คนออกมาแล้วนั้น ล่าสุดก็เริ่มมีบรรดาผู้สมัคร ส.ว.ในหลายพื้นที่นำหลักฐานพยานบุคคลเข้าร้องเรียนเรื่องการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง การทุจริตการเลือกตั้งมากขึ้น จนส่อแววว่าอาจจะทำให้การประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการของ กกต.กลางล่าช้า เป็นการซ้ำเติมวิกฤติการณ์ทางการเมืองจากปัญหาการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.)ที่ยังยืดเยื้ออยู่
ร้อง 3 ว่าที่ส.ว.กทม.ซื้อเสียง
เริ่มจากสนามเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร (กทม.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 เมษายน พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ผู้สมัคร ส.ว.กทม.หมายเลข 8 ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ กกต.กรณีมีการใช้เงินซื้อเสียงในการเลือกตั้ง ส.ว.ครั้งที่ผ่านมาในพื้นที่ กทม. พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวว่า มีหลักฐานเป็นพยานบุคคลว่า ผู้สมัคร ส.ว.กทม.3 คนที่มีคะแนนติดใน 18 อันดับแรก ใช้เงินซื้อเสียง
พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวว่า ผู้สมัคร ส.ว.คนแรก มีการใช้อิทธิพลของนายบ่อน โดยให้นายบ่อนนำเงินมาซื้อเสียง ในเขตพื้นที่หน่วยเลือกตั้งที่ 91-96 และ 121-125 เขตพระโขนง ซึ่งตนรู้จักหน้าตานายบ่อนดี จึงพบเห็นการกระทำดังกล่าว ส่วนผู้สมัครคนที่ 2 เข้าไปซื้อเสียงในพื้นที่หน่วยเลือกตั้งแฟลตทหารอากาศ เขตดอนเมือง ซึ่งมีการแจกเงินชาวบ้านเพื่อปิดปากไม่ให้พูดถึงพฤติกรรมของตนเอง แต่ผู้ที่ได้รับแจกเงิน ซึ่งรู้จักกับตนได้นำเรื่องมาแจ้งให้ทราบ
พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวอีกว่า ส่วนคนสุดท้ายมีการซื้อเสียงแบบยิงสดในวันเลือกตั้งในพื้นที่หน่วยเลือกตั้ง 18-23 เขตคลองเตย โดยแจกเงินให้หน้าบ้านแล้วให้ไปใช้สิทธิ ซึ่งทั้ง 3 พื้นที่มีการแจกเงินตั้งแต่ 100-200 ไปจนถึง 1,000 บาท ทั้งนี้ ทั้ง 3 หมายเลขไม่มีคะแนนในพื้นที่นั้นๆ แต่กลับได้คะแนนนำโด่ง ตนจึงต้องมาร้องเรียนขอให้ กกต.ตรวจสอบ
"ถ้าทั้ง 3 ท่านไม่ได้ทำและออกมาปฏิเสธ ก็ขอท้าให้ออกมาพูดกันต่อหน้า ถ้ายังบอกว่าที่ผมพูดไม่เป็นเรื่องจริง ผมก็ยอมที่จะไม่เป็นลูกผู้ชาย พ.ต.ท.สันธนะ กล่าว
ร้องนับคะแนนส.ว.กทม.ใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ก็มีผู้สมัคร ส.ว.กทม.ทยอยเข้าร้องเรียนความไม่ชอบธรรมในการเลือกตั้ง ส.ว.กับ กกต.เพิ่มเติมมากขึ้น ล่าสุด พ.ท.พ.ญ.กมลพรรณ ชีวะพันธุ์ศรี ผู้สมัคร ส.ว.หมายเลข 160 ได้เข้ามายื่นร้องคัดค้านผลการนับคะแนน ส.ว.กทม. ต่อ กกต.โดยเห็นว่าการนับคะแนนตามหน่วยเลือกตั้งไม่สามารถตรวจสอบได้ และไม่มีความชัดเจน โดยเฉพาะช่วงการนับคะแนน ประชาชนไม่สามารถรับฟังหรือเห็นการนับคะแนนได้ชัดเจน เนื่องจาก กกต.ตั้งโต๊ะนับคะแนนห่างเกินไป
พ.ท.พ.ญ.กมลพรรณ ตั้งข้อสงสัยว่า ผลสุ่มสำรวจคะแนนหน้าคูหาเลือกตั้งหรือ เอ็กซิทโพลหลายสำนักระบุว่า ตนเอง และนายคณิน บุญสุวรรณ ผู้สมัคร ส.ว.กทม. เป็น 1 ใน 18 คน แต่ผลกลับออกมาว่า ตนได้รับคะแนนต่ำมาก และกระบวนการนับคะแนนที่ไม่ประกาศให้ทราบว่า แต่ละหน่วยผู้สมัครแต่ละรายได้คะแนนเท่าใด ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ ขณะที่การนับคะแนนก็มีความผิดปกติ ชวนให้น่าสงสัยว่า กระบวนการเลือกตั้งไม่ชอบธรรมต่อผู้สมัครหลายคน จึงขอให้ กกต.นับคะแนนใหม่ พร้อมกันนี้ จะยื่นต่อศาลปกครองพิจารณากระบวนการเลือกตั้งที่ไม่โปร่งใสหลายเรื่อง
ชี้มีหลักฐานร้อยคนขึ้นเวทีพันธมิตร
ส่วนกรณีที่มีผู้มาร้องเรียนว่า มีว่าที่ ส.ว.กทม.หลายคน กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง โดยการขึ้นไปปราศรัยบนเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ล่าสุดนายปริญญา นาคฉัตรีย์ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า ตามระบบเมื่อมีการร้องเรียนเข้ามา ทาง กกต.ก็ต้องตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวน เพราะตามกฎหมายการเลือกตั้ง ส.ว.นั้น ห้ามผู้สมัครหาเสียง ทำได้เพียงการแนะนำตัวเท่านั้น และการแนะนำตัวก็ห้ามใช้เครื่องขยายเสียง อย่างไรก็ตาม กลุ่มบุคคลที่ขึ้นเวทีพันธมิตรนั้น กกต.มีหลักฐานที่จะเอาผิดแล้ว
ขณะนี้ มีหลักฐานเกือบร้อยคน ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ซึ่ง กกต.ก็ต้องตั้งกรรมการขึ้นมาตรวจสอบต่อไป นายปริญญา กล่าว
นายปริญญา ยังกล่าวถึงแนวทางในการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ว. ว่า กกต.คงจะเริ่มประกาศรับรอง ส.ว.ได้ในสัปดาห์หน้า โดยจะทยอยประกาศรับรองผลในจังหวัดที่ไม่มีการร้องเรียนเสียก่อน ส่วนที่เสนอให้ประกาศรับรองผลไปก่อนแล้วค่อยมาสอยทีหลังนั้น กกต.จะพิจารณาข้อเสนอนี้อีกครั้ง
นิติฯมธ.โต้ยังไม่เป็นผู้สมัคร ไม่ผิด
นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวถึงกรณีที่ กกต.จะพิจารณาให้ใบเหลือง ใบแดง ว่าที่ ส.ว.ที่ไปขึ้นเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่า ตาม พ.ร.บ.เลือกตั้ง มาตรา 91 ระบุไว้ว่า ห้ามมิให้ผู้สมัคร หรือบุคคลใดหาเสียงเลือกตั้ง เว้นแต่การแนะนำตัว จะเห็นว่ากฎหมายห้ามเฉพาะผู้สมัคร ใครที่ยังไม่ได้เป็นผู้สมัครก็ไม่ถือว่าฝ่าฝืนกฎหมาย ไม่เข้าองค์ประกอบความผิด
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าภายหลังรับสมัครแล้วผู้สมัครรายนั้นจะพูด ก็ยังต้องนำข้อความที่พูดต่อสาธารณะมาพิจารณาว่าเป็นการหาเสียงหรือไม่ ถ้าเป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ไม่ได้โน้มน้าวเพื่อหาเสียง ก็ไม่ใช่การหาเสียง ส่วนผู้ที่มีอาชีพที่ต้องปรากฏตัวต่อสื่อ เช่น ดารา หรือผู้ประกาศข่าว กกต.ก็ห้ามไม่ได้ เพราะถือเป็นการประกอบอาชีพปกติ
หาก กกต.ตัดสินว่าการขึ้นเวทีพันธมิตรสมควรให้ใบเหลือง หรือใบแดง ผมคิดว่าเกิดปัญหาขึ้นแน่นอน เพราะไม่มีข้อกฎหมายใดที่ให้พิจารณาเช่นนั้นได้เลย และจะทำให้คนมองได้ว่า กกต.เข้าข้างรัฐบาล จนสูญเสียศรัทธาต่อ กกต.มากขึ้น อาจจะทำให้ กกต.ถึงขั้นพังได้ นายปริญญา กล่าวและว่า กรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แจกเงินให้แก่ข้าราชการครู หลังมีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งแล้ว ตนคิดว่า กกต.น่าจะนำไปพิจารณาว่ามีความผิดตามกฎหมายฉบับเดียวกันในมาตรา 44 มากกว่า
ว่าที่ส.ว.กทม.มั่นใจไม่ผิดก.ม.
น.ส.รสนา โตสิตระกูล ว่าที่ ส.ว.กทม. กล่าวถึงกรณีเดียวกันว่า ตนมั่นใจว่า กกต.ไม่น่าจะเอาผิดได้ เพราะการห้ามผู้ที่ยังไม่สมัคร ส.ว.ไม่ให้ทำอะไรเลยเป็นเรื่องตลก เป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต ถือเป็นการละเมิดสิทธิประชาชน ถ้า กกต.จะใช้เกณฑ์ย้อนกลับไปห้ามตั้งแต่ก่อนวันรับสมัครนั้น รับรองว่าวุ่นวายแน่ เพราะมีผู้สมัครอีกหลายคนที่มีอาชีพต้องปรากฏตัวตามสื่อ เช่น นักแสดง พิธีกรรายการวิทยุโทรทัศน์ จะห้ามเขาไม่ให้ประกอบอาชีพได้อย่างไร
"สำหรับดิฉันหลังไปสมัครในวันที่ 28 มีนาคมแล้ว ก็ไม่เคยขึ้นเวทีใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากทราบว่าอาจจะเปิดช่องให้ กกต.เอาผิดได้ ขอยืนยันว่า ประชาชนรู้จักดิฉันไม่ใช่เพราะขึ้นเวทีพันธมิตร แต่รู้จักตั้งแต่สมัยที่ต่อสู้เรื่องการทุจริตยาและคัดค้านการแปรรูป กฟผ." ว่าที่ ส.ว.กทม. กล่าว
ร.ต.อ.นิติภูมิ นวรัตน์ ว่าที่ ส.ว.กทม. กล่าวถึงเรื่องเดียวกันว่า ประเด็นนี้ตนไม่อยากวิจารณ์ เพราะ กกต.ก็ยังไม่รับรองผลว่าใครได้เป็น ส.ว.บ้าง เช่นเดียวกับเรื่องการเลือกประธานวุฒิสภาก็ยังไกลเกินไปที่จะพูดถึง ส่วนกรณีซีดีวิกฤติเศรษฐกิจในอาร์เจนตินานั้น ตนขอยืนยันว่า ตนและทีมงานทำออกมาจำหน่าย ไม่ได้ทำมาแจก และตนไม่ได้นำมาแจกในการชุมนุมของพันธมิตรด้วย เท่าที่ทราบมามีหลายองค์กรนำมาไรท์และแจกจ่าย อย่างสหภาพแรงงาน กฟผ. ก็นำมาแจกหลายพันชุด เนื้อหาก็ไม่ได้เป็นการแนะนำตัว แต่บอกถึงภัยที่เกิดขึ้นกับประเทศอาร์เจนตินาเมื่อแปรรูปรัฐวิสาหกิจ
"กล้านรงค์ยันไม่เคยขึ้นเวที
นายกล้านรงค์ จันทิก ว่าที่ ส.ว.กทม. กล่าวถึงกรณีที่ กกต.เตรียมสอย ว่าที่ ส.ว.ที่ไปขึ้นเวทีปราศรัยของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่า ขอยืนยันว่าไม่เคยทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง และหาก กกต.มีข้อมูลหลักฐานว่า ตนทำผิดกฎหมายจริง ก็เอาหลักฐานมายืนยัน ตนก็พร้อมที่จะชี้แจง แต่ขณะนี้ กกต.ก็ยังพูดไม่ชัดเจน ตนจึงไม่ทำอะไรและเตรียมพร้อมอยู่เสมอ ขอยืนยันว่าไม่เคยไปขึ้นเวทีพันธมิตร แต่เคยไปฟังการปราศรัย
"เรื่องนี้ผมอยากให้ กกต.ชี้แจงให้ชัดเจน เพราะหลังทราบผลการเลือกตั้ง ส.ว.อย่างไม่เป็นทางการ ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมีข่าวว่า กกต.เตรียมจะเล่นงานผู้สมัคร ส.ว.ที่ขึ้นเวทีปราศรัย ซึ่งก็คงต้องต่อสู้กันที่ข้อเท็จจริง ผมขอยืนยันว่าผมทำถูกต้อง" นายกล้าณรงค์กล่าว
สุราษฎร์วุ่นร้องนับคะแนนใหม่
ส่วนในพื้นที่ต่างจังหวัด ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เวลา 09.00 น.วันที่ 21 เมษายน นายพาสกร จรูญรัตน์ ผู้สมัคร ส.ว.สุราษฎร์ธานี หมายเลข 12 ได้ไปยื่นหนังสือร้องเรียนกับนายโชคชัย ผลวัฒนะ ผอ.กกต.สุราษฎร์ธานี เพื่อขอให้ กกต.จังหวัดตรวจสอบผลการนับคะแนนใหม่ เฉพาะในพื้นที่ อ.กาญจนดิษฐ์ เพียงอำเภอเดียวเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง
"ช่วงแรกเวลา 20.00-21.00 น. วันที่ 19 เมษายน คะแนนของผมยังเกาะกลุ่มมาเป็นอันดับที่ 3 ทุกอำเภอ แต่เมื่อผลคะแนนของ อ.กาญจนดิษฐ์ ออกมา กลับทำให้คะแนนผมตกไปอยู่ในลำดับที่ 4 ซึ่งผมก็รู้มาว่า เมื่อคะแนนทุกหน่วยเลือกตั้งมาถึงศูนย์ปฏิบัติการที่ อ.กาญจนดิษฐ์ ปรากฏว่าระบบคอมพิวเตอร์ของศูนย์ขัดข้องนาน 2-3 ชั่วโมง ทำให้ประชาชนคลางแคลงใจและวิพากษ์วิจารณ์ว่าคะแนนที่ออกมาอาจจะคลาดเคลื่อนได้ จึงต้องการให้ กกต.ตรวจสอบและนับคะแนนในพื้นที่ อ.กาญจนดิษฐ์ ใหม่" นายพาสกร กล่าวและว่า หลังจากร้องเรียนที่ กกต.จังหวัดแล้ว หากไม่เข้าหลักเกณฑ์ก็จะรวบรวมพยานหลักฐานขึ้นไปร้องเรียนที่ กกต.กลางด้วย
นายโชคชัย ผอ.กกต.สุราษฎร์ฯ กล่าวว่า ยินดีรับเรื่องร้องเรียนไว้ เบื้องต้น กกต.จังหวัดจะพิจารณาข้อมูลทั้งหมดก่อน เพื่อนำเสนอไปยัง กกต.กลางให้พิจารณาว่า จะต้องให้มีการนับคะแนนใหม่หรือไม่ ซึ่งกรณีที่ระบบคอมพิวเตอร์ขัดข้อง นายอำเภอกาญจนดิษฐ์ในฐานะประธานอนุกรรมการ ได้ชี้แจงและนำหลักฐานมาแจ้งให้ กกต.จังหวัดรับทราบแล้ว
ทั้งนี้ ผลการเลือกตั้ง ส.ว.สุราษฎร์ธานี ซึ่งมีได้ 3 คน คือ 1.พล.ต.ท.มาโนช ไกรวงศ์ 54,788 คะแนน 2.พล.ต.ต.ภูวดล กระแสอินทร์ 41,754 คะแนน และ 3.นายประวิช นิลวัชรมณี 31,332 คะแนน โดยนายพาสกร ได้คะแนนมาเป็นที่ 4 คือ 30,864 คะแนน ตามหลังนายประวิช เพียง 468 คะแนน
พัทลุงส่อต่อระงับผลเลือกตั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.พัทลุง ว่า ในช่วงเช้าวันที่ 21 เมษายน นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ได้นำบัตรลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 6 ใบ ซึ่งมีสภาพทั้งที่ดีอยู่และถูกทำลายมามอบต่อนายบัญชา ถาวรานุรักษ์ ประธานกกต.พัทลุง และนายศิริ ชูขำ ผอ.กกต.พัทลุง เพื่อเป็นหลักฐานและนำตรวจพิสูจน์ เพราะเชื่อว่า น่าจะมีการทุจริตการเลือกตั้ง ส.ว.ครั้งนี้
นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า บัตรลงคะแนนทั้งหมด มีพลเมืองดีนำมามอบให้ โดยถูกพบในตัวเมืองพัทลุง ตนจึงนำมามอบต่อให้ กกต.จังหวัด เพื่อขอให้ดำเนินการ 3 ประการ คือ 1.ขอให้มีการลงลายมือชื่อประธาน กกต.พัทลุง, ผอ.กกต.จังหวัดพัทลุง และตน ไว้บนบัตรลงคะแนนทุกใบ เพื่อให้แน่ใจว่า หลักฐานนี้จะไม่ถูกสับเปลี่ยนระหว่างถูกส่งไปพิสูจน์ 2.ตนในฐานะผู้ที่ประชาชนไว้วางใจ นำหลักฐานมามอบให้ และขอร่วมตรวจพิสูจน์บัตรดังกล่าว เพื่อความเชื่อมั่นของคนพัทลุง และ 3.ขอให้ระงับผลการเลือกตั้ง ส.ว.พัทลุงเป็นการชั่วคราว จนกว่าจะมีการพิสูจน์หลักฐานเสร็จ
ด้านนายบัญชา ประธาน กกต.พัทลุง กล่าวหลังที่ได้ร่วมลงลายมือ กับ ผอ.กกต. และนายนิพิฏฐ์ ว่า จะส่งหลักฐานทั้งหมดไปให้ กกต.กลางพิสูจน์ และสั่งระงับผลการเลือกตั้งส.ว.ไว้ชั่วคราว ซึ่งไม่ว่าบัตรทั้ง 6 ใบ จะเป็นบัตรจริงหรือบัตรปลอม ก็ถือว่ามีการทุจริตเลือกตั้งเกิดขึ้นแล้ว เพราะอย่างน้อยบัตรก็ออกมาเพ่นพ่านอยู่ข้างนอก เราต้องช่วยกันผดุงความยุติธรรมให้เกิดขึ้น
"ก่อนหน้านี้ ก็มีการแจ้งเบาะแสเรื่องการทุจริตเข้ามาเป็นจำนวนมาก แต่เป็นการร้องเรียนที่หาหลักฐาน ไม่ได้ กระทั่งวันนี้ มีผู้นำบัตรลงคะแนนมามอบให้ก็ถือว่า สวรรค์ยังมีตา" ประธาน กกต.พัทลุง กล่าว
8 ว่าที่ส.ว.โคราชถูกร้องเรียน
ผู้สื่อข่าวประจำ จ.นครราชสีมา รายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 21 เมษายน บรรดาผู้สนับสนุนผู้สมัคร ส.ว.นครราชสีมา จำนวนมาก ได้ทยอยมาสอบถาม และขอคำแนะนำเอกสาร จากเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กกต.นครราชสีมา เพื่อเตรียมยื่นคัดค้านผลการเลือกตั้ง
นายมนตรี เกียรติกำจร ผอ.กกต.นครราชสีมา กล่าวว่า ล่าสุดได้รับรายงานการร้องคัดค้านผลการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นผู้สมัคร ส.ว.ด้วยกันเป็นผู้ร้อง และได้ที่ประชุม กกต.จังหวัดได้มีมติรับไว้พิจารณา เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม 4 เรื่อง คือ พฤติกรรมการแนะนำตัวและการติดป้ายแนะนำตัว อีก 3 เรื่องเป็นการซื้อเสียง โดยผู้ที่ถูกร้องเป็น ว่าที่ ส.ว. 8 คน แต่องค์ประกอบในการร้องแต่ละเรื่องยังคงคลุมเครือ โดยเฉพาะผู้ร้องซึ่งอยู่ระหว่างติดตามตัวเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม จึงขอความร่วมมือจากประชาชนให้ช่วยแจ้งเบาะแส และเป็นพยาน เพื่อจะเอาผิดกับผู้ที่กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง
ส่วนกรณีที่ นายสมส่วน ศรีนอก ผู้สมัคร ส.ว.นครราชสีมา ไปร้องคัดค้านผลที่ กกต.กลางนั้น นายมนตรี กล่าวว่า เป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่จะร้องที่ไหน ก็ต้องส่งเรื่องกลับมาให้กกต.นครราชสีมา เป็นฝ่ายร่วมสืบสวนหาข้อเท็จจริง ขอยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ กกต.นครราชสีมา ทุกคน ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียหรือเกรงกลัวอิทธิพลทางการเมืองของผู้สมัครคนไหนตามที่ผู้ไม่หวังดีสร้างข่าว โดยจะให้ความเป็นธรรมต่อทั้งผู้ร้องและผู้ถูกร้อง ทุกอย่างจะทำตามพยานหลักฐานและข้อมูลที่ได้รับ หากพบว่าผิดจริงก็จะไม่มีการละเว้นแน่นอน
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อช่วงสายวันเดียวกัน ผู้สมัคร ส.ว.นครราชสีมา 20 คน นำโดย นางรักษ์ฤทัย อุดมรัตนศิลป์ ผู้สมัครหมายเลข 14 ได้นัดหารือกันที่โรงแรมทับแก้วพาเลซ ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เพื่อเตรียมยื่นคัดค้านผลการเลือกตั้ง ส.ว. โดยอ้างว่า พบข้อมูลการกระทำผิดทั้งการซื้อเสียงและแจกสิ่งของกันอย่างโจ๋งครึ่ม รวมถึงการช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่รัฐบางหน่วยงาน
มีรายงานด้วยว่า ในการประชุม ผู้สมัคร ส.ว.แต่ละคน ต่างไม่พอใจผลคะแนนที่ได้รับ โดยระบุว่า ผู้สมัครแต่ละคนลงพื้นที่แนะนำตัวทำการบ้านมาต่อเนื่องก่อนเลือกตั้งร่วมปี กระแสตอบรับจากประชาชนค่อนข้างดี แต่กลับมาแพ้การใช้เงินซื้อเสียง จึงรู้สึกอับอายมากที่คนโคราชถูกมองว่า เห็นแก่เงิน ผู้สมัคร ส.ว.ทั้ง 20 คน มีมติที่ประชุมร่วมกันว่า จะกระจายลงพื้นที่เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าร้องเรียนกับ กกต.นครราชสีมา เร็วๆ นี้
นายประชา ฉัตรวงศ์วาน ผู้สมัคร ส.ว.นครราชสีมา เปิดเผยหลังทราบผลว่า ได้คะแนน 37,633 คะแนน ซึ่งเป็นลำดับที่ 9 แพ้ พล.ต.ต.เถลิงศักดิ์ สุคนธมาน ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา ซึ่งได้ 37,895 คะแนน เพียง 262 คะแนนนั้น จะขอปรึกษาทีมงานก่อนว่า จะทำอย่างไรต่อไป ตนยังเชื่อมั่นในการทำงานของ กกต.ชุดนี้ว่า โปร่งใส ยุติธรรม จึงไม่คิดจะร้องให้นับคะแนนใหม่ ขณะนี้ได้รับแจ้งเบาะแสซึ่งยังเป็นเสียงเล่าลือจากประชาชนว่า มีผู้สมัครบางคนซื้อเสียง ซึ่งจะขอรวบรวมพยานหลักฐานก่อน หากชัดเจนก็จะเข้าร้องเรียนทันที
สารคามหลักฐานซื้อเสียงอื้อ
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.มหาสารคาม ว่า ผู้สมัคร ส.ว.ทั้ง 6 คน ที่สอบตกคือ ดร.โกศล ศรีสังข์ นายอวยชัย วะทา นายเศรษฐิการ สายทะโชติ นายนันทพงศ์ วนาทรัพย์ดำรง นายสุเนตร สารสิทธิ์ และนางมธุรา อุรเคนทร์ ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์ว่า จากการตรวจสอบการเลือกตั้ง ส.ว.มหาสารคาม ครั้งนี้ พบว่ามีการทุจริตซื้อเสียง แจกเงิน และสิ่งของให้ประชาชนจำนวนมาก และมีหลักฐานชัดเจน ทั้งธนบัตรฉบับละ 100 บาท กระติกน้ำ เสื้อแจ็คเก็ต หรือผ้าห่ม ตลอดจนซีดีบันทึกเสียงการทุจริตโดยการสัญญาว่าจะให้ของสามีผู้สมัครรายหนึ่ง ซึ่งได้เตรียมที่จะยื่นให้ กกต.จังหวัด เพื่อพิจารณาลงโทษแล้ว
นายอวยชัย ตัวแทนอ่านแถลงการณ์ว่า การเลือกตั้ง ส.ว.ครั้งนี้อัปยศ เป็นการรวมศูนย์ความสกปรกโสมมและทุจริตอย่างสมบูรณ์แบบครบวงจร จึงขอเรียกร้องให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการดังต่อไปนี้ 1.ให้ กกต.ทุกระดับปฏิบัติการเชิงรุกทุกรูปแบบ เพื่อหาพยานหลักฐานการทุจริตซื้อเสียง ซึ่งมีอยู่เกลื่อนกลาดทุกหนทุกแห่ง มิใช่เฝ้ารอพยานหลักฐานจากประชาชนและผู้สมัครเพียงอย่างเดียว เหมือนเป็นองค์กรเป็ดง่อย ไร้ความสามารถ 2.ให้ กกต.ทุกระดับ รักษาความลับและความปลอดภัยของพยานบุคคล และพยานหลักฐานอื่นๆ อย่างเคร่งครัดรัดกุมที่สุด 3.ให้ผู้ว่าฯ สืบหาข้อเท็จจริงการทุจริตซื้อเสียงของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และข้าราชการบางกลุ่ม แล้วลงโทษทางวินัยและอาญาอย่างเฉียบขาด รุนแรง 4.ให้ กกต.ลงโทษให้ใบแดงแก่กลุ่มผู้สมัครที่ทุจริตซื้อเสียง โดยมิให้มีข้อครหาเกี่ยวกับการรับผลประโยชน์เพื่อช่วยเหลือคนผิดเช่นในอดีต 5.หากผลการวินิจฉัยของ กกต.บิดเบือนข้อเท็จจริง ช่วยเหลือผู้กระทำผิด ขอให้ กกต.จังหวัดทุกคนลาออก และเข้าร่วมต่อสู้กับประชาชนทันที
นายสุเนตร สารสิทธิ์ ผู้สมัคร ส.ว. เปิดเผยว่า มีตำรวจระดับสูงและลูกน้องบางส่วน กระทำตนเป็นหัวคะแนนให้กับผู้สมัคร ถึงขั้นจ่ายเงินกันในบ้านพักตำรวจบางแห่ง โดยใกล้ชิดและเข้า-ออกบ้านสามีของผู้สมัคร ส.ว.คนหนึ่ง ซึ่งผู้ที่จะต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้ คือ พ.ต.ต.ดำริห์ โชติเศรษฐ์ ผบก.ภ.จว.มหาสารคาม ทั้งนี้ ทางกลุ่มผู้สมัคร ส.ว.มหาสารคาม จะทำหนังสือถึง ผบ.ตร.ให้สอบสวนด้วย และหาก กกต.จังหวัด ไม่รีบดำเนินการ ทางกลุ่มจะไปยื่นเรื่องร้องต่อ กกต.กลาง ที่กรุงเทพฯ แน่นอน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่กลุ่มผู้สมัคร ส.ว.กำลังแถลงข่าวอยู่นั้น นายมติ เจริญศิริ ลูกชายของนางรังสิมา ว่าที่ ส.ว.ที่ได้คะแนนสูงสุด เข้ามาบันทึกวิดีโอการแถลงข่าวด้วย ที่ประชุมกลุ่มผู้สมัคร ส.ว.จึงมีมติให้เชิญตัวออกไป
สุรินทร์ร้องนับคะแนนใหม่2อำเภอ
ส่วนที่ จ.สุรินทร์ เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 21 เมษายน นายสมศักดิ์ เจริญพันธ์ ผู้สมัคร ส.ว. ได้ทำหนังสือยื่นร้องเรียนมายัง นายวิทยา จิตรมาศ ผอ.กกต.สุรินทร์ เพื่อคัดค้านการนับคะแนน โดยนายสมศักดิ์ กล่าวว่า เนื่องจากผลคะแนนใน 2 อำเภอ ซึ่งตนมีคะแนนมากกว่า แต่ถูกปรับลดลงมาอำเภอละ 2,000 คะแนน ทำให้เสียโอกาสที่จะได้รับเลือกตั้งเป็นอันดับที่ 4 ทำให้ต้องตกมาอยู่อันดับที่ 5 ทั้งๆ ที่วิทยุและโทรทัศน์ ต่างประกาศแจ้งผลอย่างไม่เป็นทางการว่าตนได้มาเป็นอันดับที่ 4 แต่พอประกาศผลกลับตกไป
"ที่ผมต้องมายื่นคัดค้านไม่ใช่ขี้แพ้ชวนตี แต่ผมถูกปล้นคะแนน โดยที่ อ.ศรีขรภูมิ และ อ.ปราสาท นั้น คะแนนที่ผมได้ไม่ตรงกัน โดยครั้งแรกคะแนนที่ อ.ศรีขรภูมิ มี 5,335 คะแนน ส่วนที่ อ.ปราสาท ได้ 4,612 คะแนน แต่ต่อมาได้ปรับลดคะแนนผมลง โดย อ.ศรีขรภูมิ ลดเหลือ 2,686 คะแนน และที่ อ.ปราสาท ก็ลดมาเหลือ 2,652 คะแนน" นายสมศักดิ์ กล่าว
นายสมศักดิ์ เผยอีกว่า หลังทราบผลการนับคะแนน ได้มีการตรวจสอบในประกาศ ส.ว.35 ที่มีข้อกำหนดให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะต้องติดประกาศ ณ หน่วยเลือกตั้ง เมื่อเสร็จสิ้นการนับคะแนนแล้ว เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง ก็ปรากฏว่า ไม่มีการติดประกาศในหลายหน่วยเลือกตั้งของทั้ง 2 อำเภอ ซึ่งถือว่าเป็นการส่อเจตนาทุจริตการนับคะแนน ตนจึงมายื่นหนังสือคัดค้านเพื่อขอให้ระงับการประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ว.ไว้ก่อน จนกว่าจะมีการตรวจสอบผลการนับคะแนนที่ถูกต้อง ก่อนหน้านี้ตนได้ไปยื่นหนังสือต่อ กกต.กลางที่ กทม. ซึ่ง กกต.กลาง ก็ได้รับหนังสือเลขที่ 16735 ลงวันที่ 21 เมษายน 2549 ไว้แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 22 เมษายน อาจจะมีผู้สมัคร ส.ว.สุรินทร์ เดินทางมายื่นหนังสือคัดค้านการนับคะแนนกันอีกหลายรายด้วย
2ส.ส.ทรท.ปัดไม่เกี่ยวส.ว.ปากน้ำ
ส่วนกรณีปัญหาการการเลือกตั้ง ส.ว.สมุทรปราการ ซึ่งมีคะแนนพลิกไปมาในลำดับที่ 3 และ 4 ถึงสามรอบ จนในที่สุด นางอนุสรา ยังตรง ผู้สมัครหมายเลข 5 ภรรยา น.พ.วัลลภ ยังตรง ส.ส.สมุทรปราการ พรรคไทยรักไทย(ทรท.) ชนะนายประเทือง แสงสังข์ ผู้สมัครหมายเลข 16 ได้เป็นว่าที่ ส.ว.สมุทรปราการ คนที่ 3 และทำให้นายประเทือง ได้เข้าร้องเรียนกับ กกต.เพื่อขอให้มีการเลือกตั้งใหม่เฉพาะในเขต อ.พระสมุทรเจดีย์ โดยระบุว่า ได้รับข้อมูลว่าที่ อ.พระสมุทรเจดีย์ มีการรวมคะแนนผิดและส่งผลคะแนนล่าช้า โดยอำเภออ้างว่าคอมพิวเตอร์ขัดข้อง ขณะที่ในช่วงเช้าของวันที่ 20 เมษายน มีข่าวว่า มี ส.ส. 2 คน เข้าไปพบนายอำเภอพระสมุทรเจดีย์ แล้วทำให้ผลคะแนนทุกอย่างเปลี่ยนไปนั้น
ล่าสุด ในช่วงเช้า วันที่ 21 เมษายน น.พ.วัลลภ และนายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรค ทรท. ได้ทำหนังสือชี้แจงที่รัฐสภา ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวมี ส.ส.พรรคการเมืองใหญ่สองคนไปแก้ผลการนับคะแนน ส.ว.ของนางอนุสรา ที่ อ.พระสมุทรเจดีย์ โดย น.พ.วัลลภ ปฏิเสธว่า เรื่องทั้งหมดไม่เป็นความจริง เนื่องจากการประกาศคะแนนของนางอนุสรา ล่าช้าและสับสนสลับอันดับอยู่ที่ 2 และ 4 นางอนุสราจึงได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้นายศุภชัย สมุทรสาคร ไปขอคัดสำเนาผลการนับคะแนนที่อำเภอ ซึ่งตนก็ไปด้วยและได้ไปพบกับนายประชาโดยบังเอิญ
"ปลัดอำเภอได้แจ้งกับนายศุภชัยว่า เป็นคำสั่งของ กกต.จังหวัดให้อำเภอรับเอกสารไว้ก่อนแล้วไปรับผลคัดคะแนนที่ กกต.จังหวัดภายหลัง หรือให้ยื่นขอที่ กกต.จังหวัดโดยตรง ซึ่งต่อมานายประทีป จงสืบธรรม นายอำเภอพระสมุทรเจดีย์ ชี้แจงกับผมว่า ได้ส่งผลนับคะแนนให้ กกต.จังหวัดทราบทางแฟกซ์ตั้งแต่เวลา 13.00 น.ในวันที่ 20 เมษายน และส่งแผ่นดิสก์ให้ กกต.จังหวัดตามหลังไปแล้ว ดังนั้นข่าวที่ระบุว่ามี ส.ส.ไปแก้ผลคะแนนให้นางอนุสราในช่วง 04.00 น.ของวันที่ 20 เมษายน จึงไม่เป็นความจริง" น.พ.วัลลภ กล่าวและว่า การรวมคะแนนจะมีเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องและมีการรายงานผลจากหน่วยต่างๆ ไปยังสถานีตำรวจ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการแก้คะแนนเกิดขึ้น
ต่อมาเมื่อเวลา 10.00 น.วันเดียวกัน นายศรัญยู อาทิตยศรัญยากร ผอ.กกต.สมุทรปราการ ได้เชิญนายประเทือง ผู้สมัคร ส.ว. ที่มีคะแนนแพ้นางอนุสรา เพียง 200 กว่าคะแนน เข้าให้ปากคำเพิ่มเติม โดยนายศรัญยู เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลตามหนังสือที่นายประเทืองร้องเรียน ส่วนจะมีการเลือกตั้งใหม่ยังให้คำตอบไม่ได้ คงจะต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของ กกต.กลาง ซึ่งจะเป็นคนตัดสินใจ
ส่วนที่นายประเทืองร้องเรียนมาว่า ทาง อ.พระสมุทรเจดีย์ ส่งผลคะแนนล่าช้านั้น ผอ.กกต.สมุทรปราการ กล่าวว่า เป็นเพราะเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่คีย์คะแนนเข้าโปรแกรมคอมพิวเตอร์ใส่รหัสผิด จึงทำให้คีย์ข้อมูลเข้าคอมพิวเตอร์ไม่ได้ แต่ก็ได้ประสานให้ทาง กกต.จังหวัดทราบตลอดเวลา โดยใช้โทรศัพท์ส่งผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการส่งให้ ก่อนที่ทางนายอำเภอพระสมุทรเจดีย์จะหอบเอกสารผลคะแนนในแต่ละหน่วยเลือกตั้งเข้ามาพบกับเจ้าหน้าที่ กกต.จังหวัดเป็นผู้คีย์ข้อมูลเข้าโปรแกรม จึงทำให้ผลคะแนนคลาดเคลื่อน ตนขอยืนยันว่าทุกคนทำงานโปร่งใสแน่นอน
"สมัคร"ปัดพูดเรื่องปธ.วุฒิฯ
ด้านความเคลื่อนไหวของบรรดาว่าที่ ส.ว. ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อขอสัมภาษณ์นายสมัคร สุนทรเวช ว่าที่ ส.ว.กทม. ถึงกระแสข่าวที่ ส.ว.สายพรรคไทยรักไทย (ทรท.) เตรียมสนับหนุนให้เป็นประธานวุฒิสภา โดยนายสมัครกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ยังไม่ขอออกความคิดเห็น และปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ และจะตัดสายโทรศัพท์ทิ้งทันที
นายกล้านรงค์ จันทิก ว่าที่ ส.ว.กทม. กล่าวถึงกรณีที่มีว่าที่ ส.ว.ต้องการให้เป็นประธานวุฒิสภาว่า ขอขอบคุณที่ให้ความไว้วางใจ แต่ยังเร็วเกินไปที่จะพูดเรื่องนี้ เพราะ กกต.ยังไม่ได้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง และยังไม่รู้ว่าตนจะได้รับการประกาศรับรองเป็นส.ว.หรือไม่
ขณะที่นายตรีพล เจาะจิตต์ ว่าที่ ส.ว.นครศรีธรรมราช กล่าวถึงกระแสข่าว ส.ว.สายพรรค ทรท.เตรียมสนับสนุนนายสมัครขึ้นเป็นประธานวุฒิสภา และนายชัย ชิดชอบ ว่าที่ส.ว.บุรีรัมย์ เป็นรองประธานวุฒิสภา ว่า ส.ว.ทุกคนที่ได้รับคัดเลือกเข้ามาขณะนี้ ถือเป็นสภาประชาชน ทั้ง 200 คน ควรทิ้งบทบาทที่อยู่กับพรรคการเมืองออกให้หมด เพื่อให้ตัวเองเป็นอิสระอย่างแท้จริง วุฒิสภาได้เชื่อว่าเป็นสภาสูง ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามาต้องไม่ทำตัวต่ำกว่า หรือเท่าเทียมกับ ส.ส. และไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับฝ่ายบริหาร
ประธานวุฒิสภา ต้องเป็นกลาง ซื่อสัตย์ มีคุณธรรม มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ เพราะจะเป็นหน้าตาของวุฒิสภาชุดนี้ หากคุณสมัคร หรือคุณชัย ปรับตัวให้มีความเป็นกลาง และพิสูจน์ให้เห็นว่า ไม่มีใครแทรกแซงได้ ก็น่าจะทำหน้าที่ได้ แต่ที่ผ่านมาทั้งสองท่านถูกวิพากษ์วิจารณ์มาโดยตลอด ขณะนี้ยังเร็วไปที่ยังพูดถึง แต่ผมพร้อมที่จะเลือกคนที่จะเป็นกลางที่สุด แต่ขณะนี้ยังไม่มีใครอยู่ในใจ ต้องรอให้เปิดประชุมก่อน นายตรีพล กล่าว
เมื่อถามถึงนายกล้านรงค์ นายตรีพล กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ เพราะนายกล้านรงค์มีความเป็นกลาง อิสระ กล้าที่จะต่อสู้ และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ส่วนจะมีสมาชิกท่านอื่นเลือกหรือไม่ อยู่ที่การตัดสินใจของแต่ละคน ที่จะใช้ดุลพินิจ
ต่อข้อถามที่ว่า จำเป็นหรือไม่ที่ต้องกำหนดวาระประธานวุฒิสภาเหมือนชุดที่ผ่านมา นายตรีพล กล่าวว่า การเป็นประธานวุฒิสภา 6 ปี ถือว่านานเกินไป แต่จะให้เป็นคราวละ 2 ปี เหมือนชุดก่อน ตนก็ไม่เห็นด้วย เพราะตำแหน่งประธาน ไม่ใช่สมบัติผลัดกันชม วาระที่เหมาะสมควรเป็น 3 ปี ซึ่งไม่มากหรือน้อยไป เพราะจะได้เปิดโอกาสให้สมาชิกคนอื่นได้เข้ามาพิสูจน์ตัวเอง เพื่อให้วุฒิสภาทำงานรับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง
ทรท.ค้านกล้านรงค์นั่งปธ.ส.ว.
นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ กลุ่มวังน้ำยม พรรค ทรท. กล่าวถึงตำแหน่งประธานวุฒิสภาชุดใหม่ว่า เชื่อว่า ส.ว.ทุกคนจะมีดุลพินิจในการเลือก เท่าที่ทราบ มีกระแสข่าวว่าจะผลักดันนายกล้านรงค์ขึ้นเป็นประธานวุฒิสภานั้น แม้ว่าตนจะเป็น ส.ส.ก็มองว่าเป็นการพูดเร็วเกินไป ที่สำคัญวันนี้นายกล้านรงค์ยังเป็นบุคคลหนึ่งที่ กกต.จับตา เนื่องจากมีการร้องเรียนว่า เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งล่าสุด กกต.ก็ออกมาระบุว่า มีหลักฐานชัดเจน ตรงจุดนี้จึงยังไม่ทราบว่า กกต.จะวินิจฉัยรับรองผลการเลือกตั้งนายกล้านรงค์เป็น ส.ว.หรือไม่ แล้วจะมาเป็นประธานวุฒิฯ ได้อย่างไร
"ผมติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรก็มีข้อมูลว่า นายกล้านรงค์และว่าที่ ส.ว.บางส่วนเข้าไปเกี่ยวข้อง จึงไม่ควรเสนอหน้าเข้ามาเป็นประธานวุฒิฯ เด็ดขาด วันนี้ยังไม่รู้เลยว่า จะได้เป็น ส.ว.หรือไม่ จึงอยากให้ กกต.เร่งตรวจสอบกรณีนี้ เพื่อสร้างความกระจ่างให้กับสังคมโดยเร็ว เพราะพรรค ทรท.ก็ถูกกล่าวหาว่า เป็นสภาผัวเมียอยู่ข้างเดียว ซึ่งวันนี้ หากถามความเห็นส่วนตัวของผมและ ส.ส.อีกหลายๆ คน ก็เห็นตรงกันว่า ถ้ามีการเสนอนายกล้านรงค์ได้ ก็ต้องบอกว่านายสมัคร มีความรู้ ความสามารถไม่แพ้กัน และยังอาวุโสเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ประสานงานกับสภาล่างได้เป็นอย่างดี และเชื่อได้ว่า คนอย่างนายสมัครไม่ใช่คนที่การเมืองจะเข้าไปสั่งให้ซ้ายหันขวาหันได้ นายประชา กล่าวและว่า กรณีที่ระบุว่านายสมัครเป็นร่างทรงของรัฐบาล ก็ต้องมองย้อนกลับไปด้วยว่า มี ส.ว.คนใดบ้างที่มาจากสายของเครือข่ายพันธมิตรและพรรคฝ่ายค้าน ไม่เช่นนั้นจะถือว่าไม่ยุติธรรมกับพรรค ทรท.ซึ่งวันนี้ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องใดๆ
ปัดไม่เชื่อสภาผัวเมียสั่งกันได้
นายโสภณ เพชรสว่าง ส.ส.บุรีรัมย์ กลุ่มวังน้ำยม พรรค ทรท. กล่าวถึงข้อวิจารณ์วุฒิสภา ว่าเป็นสภาผัวเมียว่า อย่าเพิ่งไปตำหนิ อยากให้รอดูการทำงานของวุฒิสภาชุดใหม่ก่อน และ ส.ว.ที่เข้ามาจะต้องพยายามทำงานเพื่อเรียกความเชื่อถือกลับมาให้ได้ อย่าเพิ่งไปดูถูกว่าคนเป็นสามีจะสั่งภรรยาได้ อย่างนางพัชรี เพชรสว่าง ว่าที่ ส.ว.บุรีรัมย์ ภรรยาของตน ตนก็ไม่สามารถสั่งได้ อีกทั้งนางพัชรีได้เข้ามาเป็น ส.ว.ด้วยตัวเอง เพราะอยู่ใกล้ชิด และช่วยเหลือชาวบ้านมามาก เชื่อว่าเมื่อถึงเวลา ส.ว.ทั้งหมดจะสามารถพิสูจน์ตัวเองได้ และจะสร้างภาพลักษณ์ใหม่ ที่เป็นภาพลักษณ์ที่ดีได้
นายโสภณ กล่าวถึงกรณีที่ ร.ต.อ.นิติภูมิ นวรัตน์ ว่าที่ ส.ว.กทม. ระบุว่า มีการล็อบบี้เพื่อให้เข้ากลุ่ม ส.ว.รัฐบาลว่า ตนไม่ทราบ แต่คิดว่าไม่น่าจะเป็นความจริง เช่นเดียวกับข่าวการล็อบบี้เพื่อเลือกตัวประธานวุฒิสภา ตนคิดว่าตำแหน่งประธานวุฒิสภายังไกลเกินไปที่จะพูด ขอให้ กกต.ประกาศรับรองก่อน จากนั้น ส.ว.ก็จะมีการเกาะกลุ่มกันเอง
ครูหยุยหนุนอุทัยชิงปธ.วุฒิ
นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ รักษาการ ส.ว.กทม. กล่าวถึง ส.ว.ชุดใหม่ว่า รู้สึกหมดหวัง เพราะดูภาพรวม ส.ว.ทั้งประเทศแล้วสามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ 1.กลุ่มญาติโกโหติกา ที่เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด จะทำให้บทบาทการถอดถอนหมดไป เพราะไม่มีพี่น้อง หรือผัวเมียคู่ไหนที่จะมาถอดถอนกันเอง 2.กลุ่มอดีต ส.ส.ซึ่งมีความผูกพันทางการเมืองจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมาถอดถอนกันเอง และ 3.กลุ่มรัฐบาลทักษิณ ซึ่งหมายถึงอดีตผู้ว่าฯ ซีอีโอ
"เมื่อภาพเป็นอย่างนี้จะทำให้หน้าที่หลักของวุฒิสภาหมดไปทันที ทั้งการแต่งตั้งตัวบุคคล ที่ต้องมีการรับใช้การเมืองอย่างแน่นอน การถอดถอน การกำกับการบริหารราชการแผ่นดินยิ่งไม่น่าจะทำได้ แต่เมื่อผ่านการเลือกตั้งมาแล้วเราก็ได้แต่ทำใจยอมรับและต้องทนต่อไปอีก 6 ปีเป็นอย่างน้อย" นายวัลลภ กล่าว
ส่วนตัวประธานวุฒิสภาคนใหม่ รักษาการ ส.ว.กทม. กล่าวว่า ถ้าจะผลักดันให้นายกล้านรงค์ไปแข่งกับนายสมัคร คงลำบาก เพราะเสียงสนับสนุนนายกล้านรงค์ ไม่พอ แต่ถ้าหันมาผลักดันนายอุทัย พิมพ์ใจชน ว่าที่ ส.ว.กทม.ก็น่าจะพอสูสีกับนายสมัคร เพราะนายอุทัย จะมีฐานเสียงจาก ส.ว.สายใต้ ซึ่งมาจากพรรคประชาธิปัตย์ บวกด้วยเสียงจาก ส.ว.กรุงเทพฯ บวกเสียง ส.ว.ที่ยังกระจายอยู่ และบวกด้วยกระแสสังคมที่ช่วยกันหนุน ซึ่งน่าจะเป็นคำตอบที่ดีกว่า ส่วนนายกล้านรงค์อาจจะหนุนให้เป็นรองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ก็ได้
"เจิมศักดิ์"ชี้ส.ว.อิสระเจอศึกหนัก
นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีต ส.ว.กทม. กล่าวถึงการวิจารณ์ว่า ส.ว.ชุดใหม่ ซึ่งมีภาพลักษณ์เป็นสภาผัว-เมีย ว่า มองได้ 2 แง่ คือ ในแง่ดี ประชาชนจะได้เห็นชัดเจนไปเลยว่า ใครเป็นอย่างไร จะได้ไม่ต้องฝากความหวังไว้กับคนเหล่านี้ ไม่ต้องเป็นพวกอีแอบเหมือนชุดตน หากมองในแง่ร้ายก็คือ ยังไม่ทันไรก็มี ส.ว.มากกว่าร้อยคนเป็นพวกของผู้มีอำนาจแล้ว และยังมีพวกผันแปรเพราะต้องการการอุปถัมภ์จากผู้มีอำนาจอีก ซึ่งรุ่นตนยังมีความเหนียมอายกันอยู่บ้าง แต่ขณะนี้รู้สึกจะโจ๋งครึ่มมาก
"เรามีรัฐบาล มี กกต.ที่ไม่มีความอายแล้ว ก็กำลังจะมี ส.ว.ที่ไม่มีความอายเพิ่มมาอีก น่าเห็นใจพวกที่เป็นอิสระที่จะต้องทำงานหนัก จึงอยากแนะนำให้ ส.ว.เสียงข้างน้อยที่ต้องการเข้ามาทำงานเพื่อบ้านเมืองจริงๆ ว่า ควรจะรวมกลุ่มแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน แล้ววางยุทธศาสตร์ในการต่อสู้กับพวกเสียงข้างมากให้ดี ที่สำคัญต้องให้ความสำคัญกับภาคประชาชนในการประสานข้อมูลการทุจริตด้วย" นายเจิมศักดิ์ กล่าว
ส่วนบุคคลที่จะมาเป็นประธานวุฒิสภา นายเจิมศักดิ์ กล่าวว่า เท่าที่ดูจากข่าวก็เห็นมีชื่อนายสมัคร ว่าที่ ส.ว.กทม. กับนายชัย ว่าที่ ส.ว.บุรีรัมย์ หากเทียบกันแล้วคิดว่า นายชัย น่าจะมีภาษีดีกว่า เพราะนายสมัครเองสมัยเป็นผู้ว่าฯ กทม. คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ส.ว. เคยเรียกมาชี้แจงข้อมูลการทุจริตหลายครั้งก็ไม่เคยสนใจ ดังนั้น คนที่ไม่เชื่อเรื่องการตรวจสอบจะมาทำหน้าที่เป็นผู้นำองค์กรที่จะต้องตรวจสอบรัฐบาลได้อย่างไร แถมยังมีภาพใกล้ชิดกับ พ.ต.ท.ทักษิณ อีก ส่วนนายกล้าณรงค์ ว่าที่ ส.ว.กทม. ก็เป็นอีกคนที่หลายคนคาดหวัง แต่คนดีๆ คงไม่ได้เป็น เพราะกลุ่มพวกมากไม่เลือกแน่นอน คงต้องไปทำหน้าที่คอยฉุดรั้งไม่ให้องค์กรตกเหวตามคนเหล่านั้น