ในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา สุภา ยาวิเลิศ นำผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งยี่ห้อ "สุภาฟาร์มผึ้ง" ตระเวนนำสินค้าออกโรดโชว์ร่วมกับหน่วยงานของรัฐมาแล้วหลายประเทศ ผลคือสินค้าได้รับการตอบสนองอย่างดี และสามารถทำเงินได้มากกว่าจำหน่ายในเมืองไทยถึง 5 เท่า สุภา บอกว่า ปัจจุบันสุภาฟาร์มผึ้งเลี้ยงจำนวน 1,500 รัง สามารถเก็บน้ำผึ้งได้ประมาณปี 45 ตัน (ผึ้ง 10 รัง ให้น้ำผึ้งเฉลี่ย 300 กก.ต่อปี) นอกจากนี้ยังมีผลผลิตน้ำผึ้งจากกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้ง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ จำนวน 28 ราย ซึ่งส่งน้ำผึ้งให้เธอช่วยเป็นตัวกลางเชื่อมตลาดกว่าปีละ 200 ตัน
เมื่อฐานการตลาดในประเทศเข้มแข็งและขยายตัวสม่ำเสมอ แผนขั้นต่อไปจึงอยู่ที่การส่งออก เธอจึงนำน้ำผึ้งออกโรดโชว์ชิมลางครั้งแรกที่ญี่ปุ่นเมื่อ 4 ปีก่อน พร้อมกับคณะของกรมส่งเสริมการส่งออก ปรากฏว่ากระแสผลตอบรับดีมาก ต่อมาจึงบินลัดฟ้าไปปักธงอีกหลายชาติ ไม่ว่าจะเป็นจีน สิงคโปร์ หรือสหรัฐอเมริกา ซึ่งแต่ละชาติที่ไปนั้น กลับมาพร้อมกับใบสั่งซื้อจำนวนมาก แผนการตลาดปี 2549 สุภา พร้อมเดินหน้ารุกตลาดส่งออกเต็มตัว เพื่อขยายสัดส่วนตลาดในและต่างประเทศเป็น 50:50 เนื่องจากในเมืองไทยน้ำผึ้งขายได้กิโลกรัมละ 150 บาท แต่ถ้าส่งออกมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นกว่า 5 เท่า
อย่างไรก็ตาม สุภา ยอมรับว่า อุปสรรคสำคัญในการส่งออกคือเรื่อง "การขนส่ง" การนำน้ำผึ้งปริมาณมากๆ ใส่ตู้คอนเทนเนอร์ลงเรือไปต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องมีการจัดการที่ดี โดยเฉพาะการบรรจุภัณฑ์ต้องทำให้มิดชิด ป้องกันการแตกร้าว รวมทั้งปริมาณน้ำผึ้งที่ปัจจุบันผลิตได้จำกัด ไม่ทันต่อความต้องการของผู้บริโภค นั่นเป็นเหตุผลให้เธอเร่งขยายเครือข่ายในอนาคต