พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ madpitch@yahoo.com
ในทฤษฎีแรงโน้มถ่วง เราเชื่อว่าวัตถุตกจากที่สูง ถ้ามีคุณลักษณะเหมือนกัน ก็จะตกลงมาในความเร็วเท่ากัน ไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็ก
ถ้าเช่นนั้นทำไมคุณทักษิณถึงร่วงเร็วและแรงกว่าปกติ ?
นั่นย่อมแปลว่าคุณภาพของคุณทักษิณนั้น ย่อมแตกต่างไปจากคุณภาพของวัตถุที่หล่นร่วงลงมาชิ้นอื่นๆ
ลักษณะการหล่นร่วงของคุณทักษิณ นั้นเกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยวยิ่ง แต่คุณทักษิณ น่าจะแอบเชื่อว่าภายหลังการเลือกตั้ง คุณทักษิณจะร่วงหล่นไปบนฟูกอันหนานุ่ม ที่จะรองรับคุณทักษิณ และยกคุณทักษิณกลับขึ้นมายังที่ที่คุณทักษิณ เคยอยู่ และอาจจะแรงกว่าเดิม
ขณะที่ฝ่ายพันธมิตรประชาธิปไตยนั้นก็ไม่ปล่อยให้คุณทักษิณ กระโดดลงฟูกง่ายเช่นนั้น และพยายามทำให้คุณทักษิณเปลี่ยนจากกระโดดลงฟูกเป็นกระโดดบันจี้จั๊มพ์เสียมากกว่า โดยพยายามทั้งตัดเชือกพันข้อเท้าและยกฟูกออก (หรือทำให้ฟูกบางลงมากที่สุด)
ในขณะที่คนจำนวนมาก โดยเฉพาะบรรดาพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตย กล่าวหาว่า คุณทักษิณทำลายเศรษฐกิจ ประเทศชาติ บ้านเมือง ผมกลับคิดว่าส่วนที่สำคัญที่ทำให้คุณทักษิณร่วงเร็วกว่าปกติก็คือการทำลายโครงสร้างการเมืองและรัฐของไทยเองนั่นต่างหาก
เรื่องที่จะพูดถึงนี้มิใช่ว่า คุณทักษิณ "คิดเร็ว" จนคนอื่นตามไม่ทัน เหมือนที่คุณทักษิณอ้าง แต่ทว่ามันเป็นเรื่องของวิธีและวิถีการเปลี่ยนแปลงสังคมของคุณทักษิณเองเสียมากกว่า ที่ก่อให้เกิดอาการร่วงเร็วขนาดนั้น
หัวใจสำคัญของระบอบทักษิณประการหนึ่ง (ระบอบแปลว่าระบบที่ทำงานบนความชอบธรรมบางประการที่เหมือนกับอากาศที่ทำให้ระบบมีชีวิตอยู่ได้) ก็คือการที่คุณทักษิณ พยายามที่จะสร้างความเชื่อมโยงและความภักดีระหว่างประชาชนกับตัวคุณทักษิณโดยตรง ทั้งที่ "ข้ามหัว" โครงสร้างและสถาบันอำนาจเดิมที่เชื่อมโยงกับประชาชนอยู่ก่อน
และในขณะเดียวกัน ก็พยายาม "บีบ" ให้โครงสร้างอำนาจเดิมนั้นต้องสยบยอมอยู่ใต้โครงสร้างใหม่ของคุณทักษิณ
เดิมนั้น นักวิชาการเชื่อว่าอำนาจในชนบท ประกอบด้วย "อำนาจ" และ "อิทธิพล" : คือ ข้าราชการจากส่วนกลางที่ประจำการอยู่ในท้องที่ และผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับระบบการเมืองที่เน้นการเลือกตั้ง
อำนาจที่มาจากกฎหมายส่วนกลาง และอิทธิพลที่มาจากการเลือกตั้ง และระบบอุปถัมภ์ในท้องถิ่น นั้นมีทั้งส่วนที่ขัดแย้งกันและร่วมมือกัน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และพัฒนาการในแต่ละพื้นที่
คุณทักษิณ ใช้นโยบายประชานิยมผ่านโครงสร้างพรรคไทยรักไทย ผนึกประสานการสนับสนุนทางตรงจากประชาชนเข้ากับตัวคุณทักษิณเอง ไม่ว่าจะด้วยโครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้า กองทุนหมู่บ้าน และการพักหนี้เกษตรกร
ส่วนหนึ่งได้ใจจากชาวบ้าน แต่อีกส่วนหนึ่งก็บีบโครงสร้างอำนาจและอิทธิพลเดิมที่แข่งขันกันอยู่ในแต่ละพื้นที่ให้ขึ้นตรงต่อตัวคุณทักษิณเองและโครงสร้างพรรค (ทั้งที่ในพรรคเองนั้นก็เป็นศูนย์รวมของกลุ่มก้อนทางการเมืองในหลายรูปแบบที่เข้าร่วมกับคุณทักษิณ ต่างกรรม ต่างวาระกัน)
ในทางหนึ่งคุณทักษิณ เหมือนกับจะคงไว้ซึ่งอำนาจของระบบราชการรวมศูนย์ ผ่านการไม่แตะต้องกระทรวงมหาดไทยและกรมการปกครอง รวมทั้งเหมือนกับจะเสริมอำนาจให้กับกระทรวงมหาดไทยผ่านผู้ว่าฯ ซีอีโอ และนายอำเภออาจสามารถโมเดล ที่ดูเหมือนจะมีอำนาจเพิ่มขึ้น
แต่เอาเข้าจริง อำนาจที่ถูกหยิบยื่นให้แก่ผู้ว่าฯ และนายอำเภอกลับถูกบีบให้ขึ้นตรงและข้ามหัวได้ตลอดเวลาภายใต้อำนาจของนายกรัฐมนตรีที่สามารถออกคำสั่งผ่านการประชุม ครม.เคลื่อนที่ ทัวร์นกขมิ้น และการโปรยเงินลอตเตอรี่เสียมากกว่า
อำนาจที่ดูเหมือนมากขึ้นจึงกลายเป็นภาระที่สร้างแรงกดดันให้กับระบบราชการและรัฐรวมศูนย์เดิมที่นับวันจะดูไร้ประสิทธิภาพมากขึ้นทุกที แม้ว่าจะมีการปฏิรูประบบราชการไปแล้ว
ในอีกด้านหนึ่ง การจับผู้มีอิทธิพลทางการเมืองในท้องถิ่นมาเข้าแถวในพรรคการเมืองตามระบบรัฐธรรมนูญใหม่ที่รังเกียจการซื้อเสียง และการต่อรองอำนาจของกลุ่มก้อนทางการเมือง แต่ก็ยังไว้ใจการเลือกตั้ง ย่อมทำให้ผู้มีอิทธิพลทางการเมืองอึดอัด เพราะกลไกการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กับการสนับสนุนที่มีอยู่เดิมในโครงสร้างการเมืองไทยนั้นหายไป
จนถึงวันนี้ สิ่งที่ลุ้นกันมากที่สุดก็คือ ฟูกที่รองรับคุณทักษิณจะหนาพอไหม และเชือกผูกข้อเท้าของคุณทักษิณนั้นจะถูกตัดหรือไม่
หวาดเสียวเหลือเกินครับ