"สังศิต" แฉก่อนวันที่ 2 เม.ย. "ทักษิณ" เตรียมบินไปสิงคโปร์รับเงินขายหุ้นเทมาเส็ก ขณะที่ ส.ว.เจิมศักดิ์ โต้พร้อมแฉพฤติกรรมโกหก วันที่ 27 มี.ค.ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ เวลา 20.00 น. นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ ผู้อำนวยการศูนย์ธรรมาภิบาล มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ขึ้นกล่าวบนเวทีว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี เป็นสัญลักษณ์ของคนขายชาติเพราะตระกูลชินวัตรได้เข้ามาซื้อหุ้นประเทศไทย ผ่านนโยบายเอาใจรากหญ้า
"ยังได้ระดมกลุ่มทุน ไม่ว่าจะเป็นตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจ ตระกูลมหากิจสิริ มาลีนนท์ และในเครือซีพี เข้ามาตั้งพรรคไทยรักไทยเมื่อปี 2542 โดยผนึกกำลังกับเจ้าพ่อท้องถิ่นจึงทำให้พรรคไทยรักไทยโตขึ้น โดยอาศัยนักต่อสู้ในเหตุการณ 14 ตุลา ที่เคยไปอยู่กับคอมมิวนิสต์มาคิดนโยบายประชานิยม เพื่อเอาใจรากหญ้า ซึ่งถือว่าได้ผล แต่นโยบายเหล่านั้นกลับทำลายประเทศ แต่สนองกลุ่มทุนโดยเชิญชวนนักลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนในประเทศไทย" นายสังศิต กล่าว
นายสังศิต ยังกล่าวด้วยว่า ตอนนี้ พ.ต.ท.ทักษิณกำลังสติแตกที่เสนอตั้งรัฐบาลแห่งชาต และภายในวันสองวันนี้จะมีประชาชนและเกษตรกรจากทุกทั่วภูมิภาคมาร่วมกันขับไล่พ.ต.ท.ทักษิณให้ออกไปจากแผ่นดินไทย ทราบมาว่าก่อนวันที่ 2 เม.ย.พ.ต.ท.ทักษิณจะขึ้นเครื่องบินไปประเทศสิงคโปร์ และที่ทำหน้าตาระรื่นทุกวันนี้เพราะได้ไปจองเที่ยวบินเอาไว้แล้ว ดังนั้นต้องร่วมกันไล่พ.ต.ท.ทักษิณให้พ้นจากแผ่นดินไทย
ก่อนหน้านี้นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ส.ว.กรุงเทพมหานคร ขึ้นกล่าวบนเวทีชี้แจงปฏิเสธกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวปราศรัยที่วงเวียนใหญ่ว่าเป็นผู้ก่อตั้ง บริษัท วอท์ช ด็อก จำกัด และที่ร่วมต่อต้านเพราะไม่พอใจที่ขอสปอนเซอร์แล้วไม่ได้ว่า บริษัทวอท์ช ด็อก ก่อตั้งเมื่อปี 2536 มีผู้ก่อตั้ง 7 คน โดยมีนายเกษมสันต์ วีรกุล เป็นกรรมการผู้จัดการ ไม่มีชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ สำหรับตนเอง
เป็นเพียงผู้ดำเนินรายการ แต่นายเกษมสันต์ เคยขอให้พาไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อเป็นสปอนเซอร์ในรายการจริง เพราะขณะนั้นยังไม่ลงเล่นการเมือง
นายเจิมศักดิ์ กล่าวด้วยต่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ขอเป็นสปอนเซอร์แบบเหมารายเดียว แต่ถูกปฏิเสธจึงขอซื้อหุ้น นายเกษมสันต์ให้ซื้อหุ้นจำนวน 10 % เป็นเงิน 2 แสนบาท แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้ใส่ชื่อ นายบรรณพต ดามาพงษ์ แทน กระทั่งเมื่อปี 2540 ก็โอนให้มูลนิธิ 2 แห่ง
นายเจิมศักดิ์ กล่าวด้วยว่า การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ พูดความเท็จโจมตีตนและแกนนำกลุ่มพันธมิตร เพื่อลดความน่าเชื่อถือของฝ่ายตรงข้าม