"ทักษิณ" บอกไม่มีปัญหาเงินคงคลังเหลือจ่ายแค่ 14 วัน คลังแจงช่วงต้นปีงบประมาณรายจ่ายสูงกว่ารายรับเป็นเรื่องปกติ ทำให้ขาดดุลเงินสดวันละ 800 ล้านบาท แต่หลังเดือนเมษายนเงินภาษีและรายได้อื่นๆ ไหลเข้า เงินสดรับจะมีสูงมาก ระบุเงินคงคลังมีอยู่เพียงพอเท่ากับยอดเบิกจ่าย 14 วัน
วันที่ 27 มี.ค. ตามที่มีกระแสข่าวว่าเงินคลังเหลือจ่ายเพียง 14 วัน ทำให้บุคคลในรัฐบาลออกมาปฏิเสธิ เริ่มจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่มีปัญหา เป็นลักษณะเหมือนเงินสดในมือ สามารถเปลี่ยนได้ เวลานี้เป็นลักษณะการใช้ตั๋วเงินคลังแทน และแก้ได้ง่ายนิดเดียว
เมื่อถูกถามว่า จะทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณมีปัญหาหรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ไม่มีเลย ง่ายมาก ไม่มีปัญหาเลย
ด้านนายสมชัย สัจจพงษ์ โฆษกกระทรวงการคลัง ชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เนื่องจากในช่วงต้นปีงบประมาณกระแสเงินสดจ่ายจะสูงกว่ากระแสเงินสดรับ ซึ่งเป็นการดำเนินการปกติของการเบิกจ่ายงบประมาณทุกปีอยู่แล้ว ในช่วงต้นปีงบประมาณ 2549 มีรายได้ภาษีและรายได้อื่นเข้ามาน้อยกว่ารายจ่ายเฉลี่ย 800 ล้านบาทต่อวันทำการ หรือขาดดุลเงินสดประมาณวันละ 800 ล้านบาท ขณะที่ปีงบประมาณ 2548 มีรายได้เข้ามาน้อยกว่ารายจ่ายประมาณ 600 ล้านบาทต่อวันทำการ
อย่างไรก็ตาม หลังจากเดือนเมษายนไปแล้วจะมีกระแสเงินสดเข้ามาจำนวนมาก เนื่องจากเป็นช่วงการจ่ายภาษีของประชาชนในช่วงเดือนมีนาคม และการจ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลในช่วงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเมื่อมีรายได้ภาษีจากส่วนต่างๆ เงินรายได้จากรัฐวิสาหกิจ รวมถึงส่วนอื่นๆ ทำให้กระแสเงินสดรับจะสูงกว่ากระแสเงินสดจ่ายในช่วงปลายปีงบประมาณ จึงยืนยันได้ว่า การเบิกจ่ายของส่วนต่างๆ จะไม่มีปัญหา
"ในช่วงนี้อาจมีปัญหาเรื่องการเบิกจ่ายบ้าง จากเดิมจะเบิกเงินได้ 1-3 วันทำการ แต่ก็ยืนยันว่าจะสามารถเบิกเงินได้ 3-7 วันทำการ เงินก้อนเล็กๆ จะเบิกได้ภายใน 3 วัน ส่วนเงินก้อนใหญ่จะเบิกได้ประมาณ 7 วัน จากนั้นก็จะเข้าสู่ปกติ และยอดการจัดเก็บภาษีจากช่วงต้นปีงบประมาณยังเกินเป้าหมาย 7,000 ล้านบาท ขณะที่เงินคงคลังก็ยังมีอยู่ 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งรองรับการเบิกจ่ายได้ 14 วันทำการ เกินมาตรฐานของการเบิกจ่ายงบประมาณ" นายสมชัยกล่าว
เช่นเดียวกับ นายทนง พิทยะ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็ยืนยันว่า ขณะนี้ไม่มีปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณแต่อย่างใด แต่ในช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ 2549 ส่วนราชการมีการตั้งเบิกจ่ายเข้ามามาก ดังนั้น สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ จึงได้ร่วมกันหาแนวทางให้การเบิกจ่ายมีประสิทธิภาพ
ด้านนายวราเทพ รัตนากร รักษาการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เงินคงคลังยังเบิกจ่ายได้ตามปกติไม่มีปัญหา ระดับเงินคงคลังที่มีอยู่ในปัจจุบันเทียบเท่ากับยอดเบิกจ่าย ณ 14 วันทำการ ถือว่าเป็นระดับเงินคงคลังที่มีความเหมาะสม และกระทรวงการคลังสามารถบริหารจัดการได้
"เราจะไม่กู้เพิ่ม แต่เราจะใช้วิธีบริหารจัดการเพื่อให้ส่วนราชการใช้จ่ายเงินอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่เอาเงินที่เบิกไปนอนกองอยู่ในธนาคาร" นายวราเทพ กล่าว