กลุ่มพันธมิตรหวังปาฎิหารย์ กกต.แจกใบแดง "ทักษิณ" ชูหลักฐานมัดใช้อำนาจรัฐเอื้อประโยชน์เลือกตั้ง ทั้งสัญญาว่าให้เพียบ แจกเงิน อาทิ มอบ 1 พันบาทแก่อาจาย์อาชีวะ มี "จาตุรนต์" เป็นพยาน
วันที่ 26 มี.ค. ที่อนุสรณ์สถาน 4 แยกคอกวัว กรรมการกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำโดย น.ส.รสนา โตสิตระกูล และนายสุริยะใส กตะศิลา ร่วมกันแถลงถึงประเด็นการกระทำผิด พ.ร.บ.เลือกตั้งของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ตามที่จะยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อีกครั้ง วันที่ 28 มี.ค. เวลา 10.00 น.
นายสุริยะใส กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ฐานะรักษาการนายกฯ และผู้สมัครส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคไทยรักไทย ได้กระทำผิด พ.ร.บ.เลือกตั้ง โดยมีหลักฐานการกระทำผิด 1.กระทำผิดมาตรา 47 ที่บัญญัติห้ามมิให้เจ้าหน้ารัฐใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย กระทำการใดๆ เพื่อเป็นคุณหรือโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมือง
"ทั้งนี้ตามที่กลุ่มพันธมิตรได้ตรวจสอบพฤติกรรมของ พ.ต.ท.ทักษิณ นับแต่มีการประกาศ พ.ร.ฎ ยุบสภา เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ปรากฏว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้ใช้หน่วยราชการในต่างจังหวัดจัดกิจกรรมในลักษณะเป็นหาเสียงให้ตัวเอง โดยอ้างว่าเป็นการตรวจราชการ ทั้งยังมีการใช้เฮลิคอปเตอร์ไปหาเสียงต่างกรรมต่างวาระกันหลายครั้ง" นายสุริยะใส กล่าวและว่า
กลุ่มพันธมิตรเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายผิดพ.ร.บ.เลือกตั้งมาตรา 47 ซึ่งมีหลักฐานเป็นวีดีโอซีดีภาพข่าวโทรทัศน์ การตรวจราชการที่ จ.ตราดและ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 9 มี.ค. โดยพ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ และพูดหาเสียงที่จ.ชลบุรี โดยฉากหลังบนเวทีมีหมายเลข 2 เห็นได้ชัดเจน
2.พบว่า พ.ต.ท.ทักษิณ กระทำการเข้าข่ายผิดมาตรา 44 วรรคหนึ่ง จูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้กับตัวเอง หรือพรรคการเมืองใด โดยจัดทำ ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด โดยวันที่ 25 ก.พ. หลังประกาศ พ.ร.ฎ ยุบสภาเพียง 1 วัน พ.ต.ท.ทักษิณได้มอบเงินจำนวน 1 พันบาทให้อาจารย์อาชีวะแห่งหนึ่งในระหว่างร่วมงานพลังอาชีวะสร้างชาติ มีนายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ เป็นพยานได้
กรณีดังกล่าวที่ผ่านมา กกต.ได้มีคำวินิจฉัยเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งโดยมีการให้ใบเหลือง ใบแดงมาแล้วหลายครั้ง แม้กระทั่งการช่วยงานศพ
3.พบว่า พ.ต.ท.ทักษิณ กระทำการเข้าข่ายผิดมาตรา 44 วรรคสอง ที่ระบุว่าให้เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้เงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดไม่ว่าจะโดยตรง หรือโดยอ้อม แก่ชุมชน วัด สถาบันการศึกษาและสถาบันอื่นใด ซึ่งเมื่อวันที่ 3 มี.ค. พ.ต.ท.ทักษิณ ได้กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งระบุว่า ผมปรับเงินเดือนข้าราชการไปแล้ว 2 ครั้ง 10 ปีไม่เคยปรับ ผมมาถึงปรับไปแล้ว 2 ครั้ง ปลายปี 2550 จะปรับอีกครั้งหนึ่ง ค่าจ้างลูกจ้างต่างๆ จะปรับหมด
นอกจากนี้ยังมีประเด็นให้สัญญาว่า คนไทยไม่มีบ้านอยู่อีกเยอะ ผมตั้งใจจะปลูกบ้านเอื้ออาทร บ้านมั่นคง 1 ล้านหลัง อีกทั้งการปราศรัยดังกล่าวยังพบว่ามีการสัญญาว่าจะให้คือ ลูกท่านที่จะเข้าประถมตั้งแต่ปีการศึกษา 2550 ผมจะให้ลูกประถม 1 ของท่านถือคอมพิวเตอร์ไปโรงเรียนเอามั้ย เท่ห์มั้ย
ดังนั้น กลุ่มพันธมิตรเห็นว่าการปราศรัยดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการสัญญาว่าจะให้ในสิ่งที่เป็นทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ซึ่งผิดมาตรา 44 วรรค 2
จากนั้น น.ส.รสนา ก็ได้มีเปิดวีดีโอซีดีภาพข่าวโทรทัศน์ ในการไปตรวจราชการของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ จ.ตราด และชลบุรี โดยเป็นภาพ พ.ต.ท.ทักษิณนั่งบนเฮลิคอปเตอร์ไปตรวจราชการ จากนั้นก็ไปปราศรัยหาเสียงในพื้นที่ต่างๆ รวมทั้งภาพถ่ายที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ยื่นธนบัตรใบละ 1 พันบาทให้กับอาจารย์อาชีวะแห่งหนึ่งในงานอาชีวะสร้างชาติ และคำปราศรัย และการถอดคำปราศรัยของพ.ต.ท.ทักษิณที่ท้องสนามหลวงเมื่อวันที่ 3 มี.ค.
นายสุริยะใส กล่าวต่อว่า ทั้งหมดเป็นตัวอย่างข้อกล่าวหาที่จะมีการยื่นกับ กกต. ซึ่งความจริงแล้วมีมากกว่านี้ และไม่อยากให้คณะอนุกรรมการที่ กกต.ตั้งขึ้นมาสอบเรื่องนี้รอข้อมูลจากกลุ่มพันธมิตรเพียงอย่างเดียว แต่ควรที่จะสอบสวนแสวงหาหลักฐานการกระทำผิดเพิ่มเติมด้วย
หลักฐานทั้งหมดถ้า กกต.อยู่ในฐานะที่เป็นกลไกอิสระจริงๆ ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาประกอบกับที่เคยวินิจฉัยไว้เป็นบรรทัดฐานแล้วถือว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ต้องถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 1 ปี และถูกตัดสิทธิการเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ก็หวังว่า กกต. จะเลือกเป็นวีรบรุษในสถานการณ์แบบนี้ แต่ถ้ายังฉลาดไม่พอ กกต.จะเลือกเป็นผู้ที่ตอกย้ำสถานการณ์ที่วิกฤติขณะนี้ก็ตามใจ เพราะถ้าพูดกันไปแล้วภาคประชานในนามกลุ่มพันธมิตรได้ยื่นดอกไม้ให้ กกต.แล้ว ถ้าไม่สะดวกรับ หลัง 2 เม.ย.ก็เตรียมรับอย่างอื่น น.ส.รสนา กล่าวและว่า
เมื่อวันที่ 24 มี.ค.ยังพบว่าแม่ยายของ พ.ต.ท.ทักษิณ คือนางพจนีย์ ณ ป้อมเพชร โผล่ไปที่คาราวานคนจน และซื้อเสื้อ ทักษิณสู้สู้ ตัวละ 20 บาท แจกให้กับคาราวานคนจน ตรงนี้ถือเข้าข่ายจูงใจ เพราะการขายเสื้อตัวละ 20 บาท ทั้งที่ความจริงแล้วเสื้อยืดราคาไม่ต่ำกว่าตัวละ 100 บาท ก็เพื่อจะหลีกเลี่ยงว่าไม่ได้เป็นการแจก ซึ่งหลักฐานต่างๆ หวังว่า กกต.จะทำหน้าที่เหมือนกับศาลปกครอง ถ้า กกต.ไม่หยิบโอกาสในการแก้ปัญหาให้กับบ้านเมือง กกต.จะกลายเป็นผู้สร้างปัญหาเสียเอง และเรื่องนี้ภาคประชาชนจะทำต่อฟ้อง กกต.ในฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ คิดว่า กกต.จะใช้โอกาสนี้ปลดล็อคทางการเมือง