คาราวานคนจนชิงจุดเทียนฉลองประชาธิปไตยประกาศชัยชนะหลัง "ป๋าเปรม" ไปเลือกตั้ง ส.ส.ล่วงหน้ า ตัดหน้ากลุ่มพันธมิตรที่นำคณะบุคคลและราชนิกูลที่เข้าชื่อถวายฎีกาขอนายกฯพระราชทาน ยุคผู้นำไร้จริยธรรม ประชาชนกว่า 5 แสนร่วมจุดเทียนชัย พันธมิตรประกาศจะไม่เคลื่อนพลกลางคืนเด็ดขาด นักศึกษารามคำแห่งนั่งประท้วงหน้าที่ทำการพรรค ทรท.ตามที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้กำหนดจุดเทียนชัยในการชุมนุมขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่ง ที่รอบทำเนียบรัฐบาล เวลา 21.00 น.วันที่ 25 มี.ค.นี้ ขณะที่ผู้ชุมนุมสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ นามคาราวานคนจนเพื่อประชาธิปไตย ที่สวนจตุจักร กทม.ได้ร่วมกันจุดเทียนเพื่อฉลองชัยให้แก่ประชาธิปไตยเมื่อเวลา เวลา 19.30 น.
ทั้งนี้กลุ่มคาราวานคนจนได้ยกกรณีที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ได้เดินทางไปเลือกตั้งล่วงหน้า และสร้างความยินดีให้กับกลุ่มคาราวานคนจนเพราะเชื่อว่าจะต้องมีการเลือกตั้งวันที่ 2 เม.ย.นี้อย่างแน่นอน
ระหว่างที่ผู้ชุมนุมจุดเทียนได้มีการสั่งให้ปิดไฟรอบๆ สวนจตุจักชั่วขณะเพื่อต้องการให้เห็นแสงสว่างจากเทียนที่ทุกคนถืออยู่ในมือ ซึ่งเป็นภาพที่สวยงามพร้อมกันนี้ทุกคนได้ชูแสงเทียนขึ้นเพื่อแสดงพลังแห่งแสงสว่างของประชาธิปไตย ทั้งนี้การที่ประธานองคมนตรีและรับบุรุษเดินทางไปเลือกตั้งล่วงหน้านั้นทำให้กลุ่มคาราวานคนจนตีความหมายว่าผู้ชุมนุมชนะแล้ว จากนั้นได้มีการปราศัยตามปกติ
ราชนิกูลขอนายกฯพระราชทาน
ส่วนการกลุ่มชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรบนเวทีสะพานมัฆวานรังสรรค์ คือเวลา 19.30 น. ได้มีคณะบุคคลและราชนิกูลที่เข้าชื่อถวายฎีกาต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อขอพระราชทานนายกรัฐมนตรี นำโดย นายปราโมทย์ นาครทรรพ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ นายบรรเจิด สิงคะเนติ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายปรีดี หิรัญพฤกษ์ รักษาการ ส.ว.ปทุมธานี และนายวีระวัฒน์ ชลายน อดีตผู้ว่าการ กฟผ. ได้ขึ้นเวทีปราศรัย
นายปราโมทย์ กล่าวว่า คณะบุคคลประกอบด้วยหลากหลายอาชีพนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯถวายฎีกาต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรง เพื่อให้ใช้มาตรา 7 เพราะเห็นว่าบ้านเมืองถึงขั้นวิกฤติไร้ทางออก จะอยู่นิ่งเฉยไม่ได้
ด้านนายบรรเจิด กล่าวว่า การใช้มาตรา 7 ไม่ได้เป็นการฉีกรัฐธรรมนูญ แต่เป็นการพิทักษ์รักษารัฐธรรมนูญตามระบอบประชาธิปไตย และไม่ได้เป็นการถอยหลังเข้าคลอง เพราะขณะนี้บ้านเมืองอยู่ในขั้นวิกฤติ อาจจะเกิดการนองเลือดได้ แต่มีหลายคนไม่เข้าใจว่ายังไม่ถึงเวลา ต้องรอให้เกิดการนองเลือดเหมือนเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ 16 และพฤษภาทมิฬ 35 ซึ่งเป็นการทำร้ายประชาชน
แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นนำมาเทียบครั้งนี้ไม่ได้ เพราะรัฐบาลชุดนี้ได้วางยาพิษประชาชนให้กำลังตายลงไปเรื่อยๆ ขณะเดียวกัน ยังมีปัญหาเรื่องผู้นำของประเทศขาดจริยธรรม ถูกกล่าวหาเรื่องการทุจริตคอรัปชั่น แต่กระบวนการตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญไม่สามารถทำได้
"ดังนั้น จึงต้องอาศัยพลังของประชาชนทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องรัฐบาลดึงดันให้เกิดการเลือกตั้งในวันที่ 2 เม.ย. โดยอาศัยรัฐธรรมนูญเป็นกุศโลบายให้กลับเข้ามามีอำนาจ และเป็นการฟอกตัวนายกรัฐมนตรี ทั้งๆที่รู้ดีว่าไม่สามารถจะเปิดประชุมสภาได้ เพราะได้ ส.ส.ไม่ครบ 500 คน" นายบรรเจิด กล่าวและว่า
เมื่อบ้านเมืองถึงวิฤกติจำเป็นต้องให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาช่วยแก้วิกฤติในสังคมไทย ซึ่งถือเป็นราชประเพณีปฏิบัติ เพราะขณะนี้สังคมไทยกำลังจะตาย นักการเมืองใช้กุศโลบายเพื่อทำให้ตัวเองอยู่รอด โดยไม่คำนึงถึงความอยู่รอดของระบบการปกครองจากประชาธิปไตย ซึ่งขณะนี้มาตรา 7 สามารถใช้ได้ เพราะยังมีวุฒิสภารักษาการ ถือเป็นผู้สนองพระบรมราชโองการหากมีการพระราชทานนายกรัฐมนตรี
ด้านนายปรีดี กล่าวว่า เหตุผลที่เข้าร่วมลงชื่อเพราะบ้านเมืองขณะนี้เกิดวิกฤติ แม้แต่องค์กรวุฒิสภาก็ไม่สามารถตรวจสอบนายกรัฐมนตรีได้ จึงจำเป็นต้องนำมาตรา 7 มาใช้ เพราะถึงอย่างไรการเลือกตั้งในวันที่ 2 เม.ย.ก็ไม่สามารถได้ ส.ส.ครบ 500 คน ซึ่งทำให้เกิดช่องว่างทางการเมือง และเพื่อป้องกันการนองเลือด จำเป็นต้องใช้ช่องทางนี้
ส่วนนายวีระวัฒน์ กล่าวว่า หลังจากตนได้ไปร่วมลงชื่อถวายฎีกาก็ถูกคุกคาม มีการดักฟังโทรศัพท์ซึ่งตนไม่กลัว เพราะไม่เคยทำอะไรผิด ไม่กลัวตาย เพราะชีวิตนี้ได้เอาประโยชน์จากสังคมมามากแล้ว ดังนั้น ต้องเอาคืนให้แผ่นดินเพื่อรักษาบ้านเมือง
กว่า5แสนร่วมจุดเทียนชัยพันธมิตร
บรรยากาศการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มพันธมิตร ที่จะมีการขอประชามติเพื่อเรียกร้องนายกรัฐมนตรีพระราชทาน ตั้งแต่ช่วงเย็นมีประชาชนทยอยหลั่งไหลเดินทางมาเข้าร่วมชุมนุมเป็นจำนวนมากกว่าการชุมนุมทุกครั้งที่ผ่านมา
ล่าสุดเมื่อเวลา 20.50 น. มีประชาชนเข้าร่วมการชุมนุมประมาณ 5 แสนคน โดยประชาชนนั่งชุมนุมตั้งแต่บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล ถนนพิษณุโลก จนถึงถนนราชดำเนินกลาง ท้ายแถวอยู่บริเวณหน้าสนามมวยราชดำเนิน โดยมีเวทีที่สะพานมัฆวานรังสรรค์เป็นจุดศูนย์กลาง และมีการติดตั้งจอโปรเจ็กเตอร์เป็นระยะๆ เพื่อถ่ายทอดเสียงการปราศรัยให้ผู้ชุมนุมรับฟังได้อย่างทั่วถึง และขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้แจกเทียนให้กับผู้ชุมนุมเพื่อให้ร่วมกันจุดเทียนถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ในเวลา 21.00 น.แล้ว
ต่อมาเวลา 21.50 น.แกนนำกลุ่มพันธมิตรทั้ง 5 คน บนเวทีปราศรัย และมอบหมายให้นายสนธิ ลิ้นทองกุล อ่านคำขอพระราชทานนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 7 หลังจากนั้นได้จุดเทียนชัย
พันธมิตรประกาศจะไม่เคลื่อนพลกลางคืน
ต่อมาเวลา 23.30 น.แกนนำกลุ่มพันธมิตรได้ขึ้นเวทีอีกครั้ง ได้ประกาศถึงความชัยชนะของการชุมนุมตั้งต้น ทั้งการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ประกาศยุบสภาเลือกตั้งใหม่ แล้วพรรคร่วมฝ่ายค้านประกาศไม่ร่วมส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง และพัฒนามาถึงทางตันของการเมือง แม้นว่าเลือกตั้งเสร็จแล้วไม่รู้ว่า ส.ส.จะครบ 500 คนเมื่อใด จึงขอให้ผู้ร่วมชุมนุมอย่าได้ท้อถอย
พร้อมกันนี้นายสนธิ ได้ชี้แจงถึงการเคลื่อนขบวนไปตามจุดต่างๆ ว่า กลุ่มพันธมิตรจะไม่เคลื่อนขบวนเวลากลางคืนอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้เพื่อป้องกันการเสียเลือดเนื้อ และวันพรุ่งนี้(26มี.ค.) เวลา 10.00 น.จะร่วมตัวกันที่สนามศุภชลาศรัย แล้วเคลื่อนขบวนไปตามถนนสุขุมวิท เพื่อแสดงพลังขอนายกฯพระราชทาน
ม็อบหนุนชุมนุมหน้าบ้านจันทร์ส่องหล้า
ขณะเดียวกันได้มีนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงประมาณ 1 พันคน ได้เดินเท้าจากหน้ามหาวิทยาลัย เนื่องจากหารถไม่ได้ เพื่อเข้าร่วมการชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตร โดยขบวนมีรถกระบะที่มีคนถือธงชาติโบกสะบัดอยู่บนรถนำหน้า ตามด้วยขบวนนักศึกษาเดินถือแผ่นผ้าใบที่มีข้อว่า "รวมพลรามคำแหง" และตามด้วยรถหกล้อ เปิดเครื่องเสียงพูดปราศรัย ที่ติดป้ายผ้าเขียนว่า "เอาประเทศไทยคืนมา" ทั้งนี้ระหว่างทางได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย พล.ต.ต.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น รอง ผบช.น.ร่วมเดินเท้าดูแลขบวนของกลุ่มนักศึกษามาด้วยตลอดเส้นทาง
นักศึกษารามนั่งประท้วงหน้าพรรคทรท.
เมื่อเดินทางมาถึงที่ทำการพรรคไทยรักไทย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เมื่อเวลา 00.00 น.ของวันที่ 26 มีนาคมพอดี กลุ่มนักศึกษาทั้งหมดได้หยุดและนั่งอยู่บริเวณพื้นถนนหน้าที่ทำการพรรคไทยรักไทยยาวเกือบ 1 กิโลเมตร พร้อมพูดคำว่า "ออกไป ๆ" ดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ นอกจากนี้ที่หน้าพรรคทางเจ้าหน้าที่ได้นำแผงเหล็กมากั้นหน้าบริเวณพรรค โดยด้านหลังเหล็กกั้นได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก บก.น.1 และภูธรภาค 7 จำนวน 150 นายถือโล่ห์และกระบอก ยืนเรียงซ้อนกันคอยดูแลความปลอดภัยตลอดเวลา
เวลา 00.20 น.นักศึกษารามคำแห่งคนหนึ่งได้นำขวดน้ำสีแดง ที่ระบุว่าเป็นเลือดนักศึกษาที่กรีดรวมกันใส่ขวด 2 ขวด สลัดใส่ป้ายพรรคไทยรักไทย และกำแพงหินอ่อนที่อยู่ด้าหน้าก่อนจะนำธงที่เขียนว่า "รวมพลรามคำแหงกู้ชาติ" ซึ่งเป็นป้ายธงสีขาวนำมาธงมาเช็ดน้ำสีแดงที่ระบุว่าเป็นเลือดที่ได้สาดไว้
พร้อมกันนี้ยังได้มีกลุ่มประชาชนรวมตัวกันนี้หน้าบ้านพักของ พ.ต.ท.ทักษิณ บ้านจันทร์ส่องหล้าประมาณ 100 คน เพราะได้ข่าวว่ากลุ่มพันธมิตรจะเคลื่อนพลบุก