"อภิสิทธิ์" ปราศรัยใหญ่ท้องสนามหลวง ถล่ม "ทักษิณ" ทำลายระบบตรวจสอบ ปล่อยทุจริตเชิงนโยบาย ฉะซื้อขายหุ้นตระกูลชินวัตรเท่ากับขายสมบัติชาติมีมูลค่าหุ้นเพิ่มเกิดจากอยู่ในตำแหน่งนายกฯ 5 ปี มิใช่เพียงผิดจริยธรรมยังขัดต่อความมั่นคงด้วย ปชป.จี้ "ทักษิณ"ออกเปิดทางใช้ ม.7 วันที่ 24 มี.ค. พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดปราศรัยใหญ่เป็นครั้งแรก หลังจากที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภา ที่ท้องสนามหลวง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ปราศรัยชี้แจงถึงความเคลื่อนไหวต่อต้านระบอบทักษิณว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีความชอบธรรมในการบริหารประเทศ อีกทั้งกระบวนการตรวจสอบก็ไม่ชอบมาพากล
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การทำความผิดของ ป.ป.ช. ที่แต่งตั้งเข้ามา แทนที่จะตรวจสอบการซุกหุ้นของ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่กลับขึ้นเงินเดือนตัวเอง และสุดท้าย ศาลรัฐธรรมนูญก็ชี้มูลว่ามีความผิด จนต้องยุบเลิกไป และขณะนี้ ป.ป.ช.ชุดที่ 3 ก็ยังไม่เกิด
"นอกจากนี้ ยังทำลายอำนาจการตรวจสอบถ่วงดุลย์ เช่นกรณีการทำให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่า การแต่งตั้งคุณหญิง จารุวรรณ เมนทกา ผู้ว่า สตง.มีที่มาไม่ถูกต้อง ทั้ง ๆ ที่มีพระบรมราชการโองการโปรดเกล้าฯแล้ว ทั้งนี้ เพราะคุณหญิงจารุวรรณ และองค์กรไม่ยอมตกอยู่ภายใต้อำนาจรัฐบาล แต่เมื่อกระบวนการแต่งตั้งคนใหม่มีปัญหา สภาก็ไม่ยอมแก้ปัญหา จนเมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ มีหนังสือสั่งไป สภาจึงดำเนินการตาม ซึ่งไม่ใช่เป็นการใช้อำนาจตามระบอบรัฐสภา" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวและว่า
ไม่เคยพบผู้นำประเทศที่เลือกปฏิบัติ และยังนำเงินประชาชนมาข่มขู่ต่อรอง เพื่ออำนาจและคะแนนเสียง ถือเป็นเรื่องกรรโชกทรัพย์ ทั้ง ๆ ที่ การไปแจกเงินตามโครงการต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่เป็นเงินภาษีประชาชน และยังประกาศว่า ถ้าจังหวัดไหนเลือกพรรคไทยรักไทย จะได้รับการดูแลก่อน
"ทักษิณ"ชอบอ้าง19ล้านไม่ยอมให้สอบ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชอบอ้าง 19 ล้านเสียง ไม่ยอมให้มีการตรวจสอบในการกระทำหลายโครงการทั้งการนำสมบัติของชาติไปขาย หรือการโกงในรูปแบบเก่า ๆ เช่น การชักเปอร์เซนต์ การฮั้วประมูล และหนักที่สุดคือ ทุจริตเชิงนโยบาย ซึ่งเป็นการปล้นแบบถูกกฎหมาย เช่น การยกเว้นภาษีดาวเทียม ให้กับโครงการของครอบครัว ทำให้รัฐสูญเงินทันที 16,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีกรณีลดเงินที่สถานีโทรทัศน์ ไอทีวี ต้องจ่ายให้กับรัฐเมื่อชิน คอร์ปอเรชั่นเข้าไปบริหาร และลดการจ่ายเงินให้รัฐของโทรศัพท์ระบบเติมเงิน
หรือกระทั่งการที่รัฐบาลมีมติให้ ธนาคารเพื่อการส่งออกและน้ำเข้าแห่งประเทศไทย หรือเอ็กซิมแบงก์ ปล่อยกู้ให้พม่าดอกเบี้ยต่ำ 3% ทั้งที่เอ็กซิมแบงก์ต้องไปกู้มาในอัตราดอกเบี้ยที่สูง 5 % เท่ากับให้ประชาชนคนไทยจ่ายเงินให้พม่า แล้วยังมีมติให้ รัฐบาลไทยค้ำประกันการกู้ให้ ซึ่งตรวจสอบพบว่า การกู้นี้ต้องเซ็นสัญญาว่า เพื่อนำไปใช้ในการเชื่อมสัญญาณดาวเทียมซึ่งก็เป็นของครอบครัวชินวัตร
ฉะขายหุ้นชินผิดจริยธรรม-ความมั่นคง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า ท้ายที่สุด ก็คือการขายหุ้นในครอบครัวชินวัตร 73,300 ล้านบาท ซึ่งไม่ผิดในการทำธุรกิจ แต่หากดูที่มาของมูลค่าหุ้นที่เพิ่มขึ้นในระยะเวลา 5 ปี ซึ่งจะเห็นได้ว่า เป็นการค้าขายกับสมบัติชาติ และอำนาจรัฐ อีกทั้งการขายครั้งนี้ ไม่ได้เป็นไปตามที่ทักษิณอ้างว่าถูกกฎหมายตรงไปตรงมา แต่การซื้อขาย 73,300 ล้านบาท ผิดกฎหมายอย่างน้อย 3 เรื่อง ไม่ใช่แค่ผิดเรื่องคุณธรรมจริยธรรมเท่านั้น โดยเฉพาะด้านความมั่นคง เพราะธุรกิจนี้ เป็นสมบัติชาติที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ
"บัญญัติ"ฉะระบอบทักษิณวงจรอุบาทว์
นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวว่า ระบอบทักษิณคือ ระบบธุรกิจการเมืองขนาดใหญ่ที่คิดอยู่บนพื้นฐานที่ว่าการลงทุนใดๆ ไม่สู้การลงทุนทางการเมืองได้ ระบอบนี้มี 3 หลัก คือ 3 ใช้ 3 สร้าง คือ 1.ใช้ทุนใหญ่สร้างพรรคใหญ่ 2.ใช้อำนาจพรรคการเมืองใหญ่สร้างอำนาจรัฐ 3. ใช้อำนาจรัฐสร้างทุนใหญ่ เรียกวงจรนี้ว่า วงจรอภิมหาอุบาทว์ เพราะมีผลประโยชน์ทับซ้อนมากมาย เช่น แก้ไขสัญญายกเลิกภาษีระบบโทรศัพท์พรีเพดจาก 25% เหลือเพียง 20% ทำให้ชาติขาดรายได้ 3 หมื่นล้านบาท ตลอดเวลาสัมปทาน ยกเลิกภาษีการลงทุน 1.6 หมื่นล้านบาท ให้ดาวเทียมไอพีสตาร์ ฯลฯ
"สิ่งที่ระบอบทักษิณทำลายใหญ่หลวงที่สุด องค์กรอิสระเหลือเพียงแค่ศาลปกครองเท่านั้น ถึงเวลาที่เราจะต้องหยุดยั้งระบอบทักษิณ 5 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเสียหายมาก คนตามไม่ทันเพราะเขาปิดสื่อ ผมเชื่อว่าเขาน่าจะเป็นเผด็จการมากกว่าฮิตเลอร์ เราไม่ควรปล่อยให้ระบอบทักษิณคงอยู่ต่อไป โดยต้องเลือกระหว่างชาติ หรือจะเลือกระบอบทักษิณ นายบัญญัติ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการล็อกช่องสัญญาเอเอสทีวี ที่ถ่ายทอดสดการปราศรัยใหญ่พรรค ปชป.ผ่านดาวเทียม ที่เช่าช่องสัญญาจากหน่วยงานรัฐแห่งหนึ่งนานกว่า 1 ชั่วโมง ทำให้ไม่สามารถชมการปราศรัยสดได้ แต่การถ่ายทอดสดของพันธมิตรยังดำเนินไปได้เพราะยิงสัญญาณสดผ่านระบบอินเทอร์เน็ตไปยังฮ่องกง เพื่อเชื่อมโยงสัญญาณดาวเทียมที่ฮ่องกง แต่ต่อมาส่งสัญญาณได้ตามปกติแล้วให้ "ทักษิณ" ขอนายกฯ พระราชทาน
ทูตสวีเดนสังเกตุการณ์เวทีปชป.
เวลา20.45 น. เอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทย ได้เดินทางมาร่วมสังเกตุการณ์การปราศรัยของพรรค ปชป. และมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับแกนนำของพรรคเช่น นายอภิรักษ์ โกษาโยธิน และนายเกียรติ สิทธิอมร
ทั้งนี้เวลา 211.15 น. พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ หัวหน้าพรรคมหาชน และนายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ ได้เดินทางมาร่วมฟังการปราศรัยด้วย พล.ต.สนั่น กล่าวว่ามาให้กำลังใจพรรค ปชป. และเร็ว ๆ นี้ ใน กทม. จะมีเวทีของพรรคร่วมฝ่ายค้านเดิมด้วย โดยจะชูธงว่าการเลือกตั้งวันที่ 2 เมษายน ไม่มีความชอบธรรมอย่างไร
ปชป.ขอ"ทักษิณ"ออกเปิดทางใช้ ม.7
ทั้งนี้ พรรค ปชป.ได้ออกแถลงการณ์ว่า ปชป.ขอประกาศจุดยืนและเสนอทางออก ซึ่งเป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เพื่อนำมาสู่ความสมัครสมานสามัคคี และความปรองดองของคนในชาติ ในปีมหามงคลนี้เพื่อยุติปัญหาวิกฤติของประเทศ และป้องกันไม่ให้มีการเผชิญหน้า ซึ่งอาจนำไปสู่ความรุนแรง ดังนี้คือ 1.พ.ต.ท.ทักษิณ รักษาการนายกฯ นำ ครม.กราบบังคับทูลขอพึ่งพระบารมี ในฐานะพสกนิกรชาวไทย เพื่อขอพระราชทานนายกฯ และรัฐบาลใหม่ ตามรัฐธรรมนูญ ม.7 2.ขอให้นายกฯ และรัฐบาลเร่งฟื้นฟูเจตนารมณ์
2.1 เปิดโอกาสให้ พ.ต.ท.ทักษิณ พิสูจน์ข้อเท็จจริง ในข้อกล่าวหาทั้งปวงเกี่ยวกับการใช้อำนาจหน้าที่ในฐานะ นายกฯ โดยการไต่สวนและหาข้อเท็จจริง ที่เป็นกลางและเปิดเผย 2.2 สร้างความมั่นใจในความบริสุทธิ์ ยุติธรรมของการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นต่อไป โดยแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่มีอยู่ในปัจจุบัน 3.กำหนดแนวทางที่ชัดเจน ในการปฏิรูปทางการเมือง โดยให้พรรคการเมืองยอมรับ การดำเนินการดังกล่าว นำโดยบุคคลที่เป็นกลางและเปิดให้มีการมีส่วนร่วมของประชาชน ปชป.เชื่อว่าแนวทางทั้งหมด เป็นแนวทางที่ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย บนพื้นฐานของการสละประโยชน์ส่วนตน เพื่อความสงบสุข และอนาคตที่ดีของบ้านเมือง
"เสกสรร"วอนใช้บทเรียน 14 ตุลา
ดร.เสกสรร ประเสริฐกุล อดีตผู้นำนักศึกษาในเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 และอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มธ. เปิดเผยในงานเปิดตัวหนังสือ ของ จีระนันท์ พิตรปรีชา ว่า อยากให้นำบทเรียนของ 14 ตุลา 16 มาเป็นตัวอย่าง เพราะเหตุการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นวันนี้ และจบได้ใน 3 วัน เหตุการณ์ 14 ตุลาเป็นแรงเหวี่ยงมาถึงปี 2523 เพราะฉะนั้นในวันที่ 25 มีนาคม หากใครจะคิดทำอะไร ขอให้คิดให้ดี เพราะเหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้จบได้ในวันเดียว ยิ่งมีมวลชนมีความคิดเห็นแตกกันทั้งสองฝ่าย ควรจะต้องคำนึงให้มาก
"ปัญหาบ้านเมืองน่าจะหาทางออกทางธรรมบ้าง ไม่ใช่หาทางออกแบบทางโลกอย่างเดียว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ละครั้ง มีผลกระทบต่อผู้คนในแต่ละเหตุการณ์มาก แต่ไม่เคยมีใครไปติดตามดูชีวิตเหล่านั้น ผมก็ลำบากมามาก ระหกระเหินมาก็มาก รอดตายมาได้ทุกวันนี้ก็บุญแล้ว วิถีชีวิตที่จะใช้อย่างปกติต้องหยุดชะงัก" ดร.เสกสรร กล่าว