นับเป็นผู้บริหารที่น่าจับตาของวงการวิทยาศาสตร์ไทย สำหรับ "ดร.นิค" ธีระชัย พรสินศิริรักษ์ รองผู้อำนวยศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) หรือที่ใครๆ เรียกกันว่า "ดร.นาโน" ด้วยดีกรีผลงานระดับโลก ที่ผ่านสนามการศึกษาและการทำงานมาแล้วอย่างโชกโชน ไม่ว่าจะเป็นการคว้าเกียรตินิยมอันดับ 1 ระดับปริญญาตรีสาขาฟิสิกส์และวิศวกรรมไฟฟ้าจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งแคลิฟอร์เนียร์ (แคลเท็ค) ปริญญาโทสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด กระทั่งมาสำเร็จปริญญาเอกจากแคลเท็คที่เดิม
ผลงานวิทยานิพนธ์การทำดาวเทียมที่องค์การนาซ่า รวมไปถึงการมีส่วนร่วมสร้างดาวเทียมดวงแรกของประเทศไทย หรืองานวิจัย "Microbat" หุ่นยนต์นกกระพือปีกบินที่เบาและเล็กที่สุดในโลก คือบทพิสูจน์ที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นคนวิทยาศาสตร์ระดับคับแก้ว หากเบื้องหลังความสำเร็จไม่ได้อยู่แค่การคร่ำเคร่งศึกษาเพียงอย่างเดียว พื้นฐานการใช้แรงกายอย่าง "การออกกำลัง" ถือเป็นหนึ่งปัจจัยที่ ดร.นิคบอกว่า เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่ง
"ผมเล่นกีฬาหลายอย่าง แต่ละอย่างก็ให้ประโยชน์ต่างกันไป ทั้งทำให้เรามีความรับผิดชอบสูง มีความอดทน มีสมาธิ ซึ่งเป็นที่มาของปัญญา ไม่เครียด และยังแบ่งเวลาได้ลงตัวอีกด้วย" ดร.นิค เกริ่นกล่าว
หากจะให้ไล่เรียงว่านักวิทยาศาสตร์รายนี้มีความสามารถในกีฬาชนิดไหนบ้าง คงยากจะกล่าวได้หมด เพราะเจ้าตัวบอกว่าสนใจกีฬาทุกอย่างที่ขวางหน้า ไม่ว่าจะเป็นกีฬาจำพวกลู่ ลาน ว่ายน้ำ โปโลน้ำ บาสเกตบอล วอลเลย์บอล เมื่อไปร่ำเรียนต่อยังต่างประเทศ ก็ก้าวไปเป็นกัปตันทีมเอาชนะการตั้งป้อมเหยียดเชื้อชาติของเพื่อนร่วมสถาบันอีกต่างหาก เหตุการณ์ครั้งนั้นเกิดขึ้นเมื่อครั้ง ดร.นิค เอนทรานซ์ติดที่คณะวิศวะ จุฬาฯ แต่เรียนได้เพียง 2 เดือน ก็ตัดสินใจไปเรียนต่อที่อเมริกา โดยต้องศึกษาซ้ำชั้น ม.6 ที่โรงเรียนเทเบอร์ อคาเดมี่ ทาเบอร์ อคาเดมี่ มลรัฐแมสซาชูเซตส์ เพื่อเรียนภาษาและสมัครเข้ามหาวิทยาลัย สมัยนั้น ดร.นิค ยังเป็นเด็กหนุ่มที่ขี้อาย ภาษาก็ยังไม่เก่งนัก ทำให้เขารู้สึกว่าเป็นคนนอก เข้ากับเพื่อนๆ ไม่ได้ กระทั่ง ดร.นิค ตัดสินใจลงเล่นกีฬาวอลเลย์บอล ก็ได้พบว่าเพื่อนๆ ในทีม แม้แต่ตัวโค้ชเองยังมีพื้นฐานในกีฬาชนิดนี้ไม่แข็งแรงนัก เขาจึงรับหน้าที่เป็นผู้ฝึกสอนไปโดยปริยาย ซึ่งต้องใช้ทักษะการสื่อสารพอสมควร ดร.นิคจึงค่อยๆ บ่มเพาะความเป็นผู้นำพร้อมฝึกฝนภาษาไปในตัว จนได้รับการยอมรับในที่สุด และถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่เพิ่มความมั่นใจให้ตัวนักเรียนไทยคนนี้อย่างยิ่ง
จากนั้น ดร.นิค จึงตะลุยเล่นกีฬาเมืองหนาวหลายๆ อย่างจนติดใจ ยิ่งช่วงที่เขาเรียนควบปริญญาตรีสองใบ ดร.นิคก็ยิ่งต้องใช้กีฬามาช่วยผ่อนคลายความเครียด ซึ่งเขาบอกว่า การได้คลุกคลีกับเพื่อนร่วมทีมสอนเรื่องการเข้าสังคมให้เขาได้เป็นอย่างดี การแบ่งเวลาเรียนกับการเล่นกีฬา สอนให้เขามีความรับผิดชอบสูง เพื่อจะทำทั้งสองอย่างออกมาให้ได้ดีอย่างใจ
นอกจากนี้ การเล่นกีฬายังสอนให้เขาไม่ประมาทอีกด้วย ดังเช่นครั้งที่ไปเล่นสกีกับเพื่อนสองคนที่สวิตเซอร์แลนด์ ดร.นิคถ่ายทอดประสบการณ์ระทึกว่า
"ตอนนั้นเราขึ้นไปเล่นบนเขาอย่างสนุกจนเย็น คิดในใจว่าขออีกรอบเดียว กระทั่งจนพระอาทิตย์ตกดิน อุณหภูมิลดลงอย่างฮวบฮาบ ตามองไม่เห็นอะไรนอกจากความขาวของหิมะ ผมกับเพื่อนไปติดที่หลังเขา แล้วเราดันหล่นไปอยู่ตรงหิมะอ่อนที่สูงท่วมอก สกีหาย ต้องพยายามควานหาจนเจอ จากนั้นก็ใช้สกีพาตัวเองมาเรื่อยๆ จนถึงทางลาดชันที่มีต้นไม้ใหญ่อยู่ข้างหน้า แล้วสกีดันหยุดไม่ได้ ผมนึกไปถึงสมาชิกตระกูลเคนเนดี้คนหนึ่งที่เล่นสกีแล้วชนต้นไม้ตาย เลยรีบนั่งลงเอาไม้สกีปักพื้น จนสกีไหลเข้าไปในป่า ระหว่างนั้นเห็นแสงไฟจากรถไถหิมะจึงรีบไปขอความช่วยเหลือ โชคดีที่พอได้ภาษาเยอรมันเลยคุยกับเขารู้เรื่อง เป็นบทเรียนที่สอนเลยว่าชีวิตมีค่า ความสนุกแลกไม่ได้ มันไม่คุ้ม" รองผอ.ศูนย์นาโน บอกเล่า
อย่างไรก็ตาม ดอกเตอร์คนเก่งยังไม่หยุดที่จะเรียนรู้กีฬาชนิดใหม่ๆ เขาฝึกฝนคาราเต้จนถึงขั้นคว้าเหรียญทองจากรายการระดับชาติของอเมริกา "ยูเอส เนชั่นแนล เมน'ส แชมเปี้ยน อินเตอร์มีดิเอท คูมิเตะ" มาแล้ว และด้วยหลักคาราเต้ที่มีสมาธิเป็นหัวใจสำคัญ ส่งผลให้ ดร.นิค ต้องการทำความเข้าใจถึงแก่นอันลึกซึ้งจนอยากเข้าวัดเข้าวาขึ้นมา แต่ก่อนอื่น เขาอยากสร้างศูนย์กีฬาของ สวทช.ให้เสร็จสิ้นเสียก่อน เพราะตระหนักดีว่า กีฬาให้คุณค่ากับเขามากเพียงไร จึงอยากให้คนอื่นๆ ได้รับรู้ความรู้สึกเช่นนั้นบ้าง
"อย่างการอยู่ในตำแหน่งผู้บริหารทุกวันนี้ ผมใช้ระบบทีมกีฬามาช่วยเยอะนะ ถ้าไม่ได้เล่นกีฬา คงไม่ได้บุคลิกความเป็นผู้นำแบบนี้แน่" ดร.นิค บอกความรู้สึก ก่อนเผยความในใจว่า เขาเคยคิดว่าจะเป็นอย่างไร ถ้าหากเขาจะเป็นนักกีฬาอาชีพเต็มตัว แต่สุดท้ายก็ขอเลือกในสิ่งที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ดีกว่า เพราะถึงอย่างไรเขาก็ไม่ทิ้งสามหลักที่ว่า "เรียนให้หนัก เล่นให้หนัก ทำงานให้หนัก"
ผลตอบแทนชีวิตอันแสนคุ้มค่า ราคาไม่เบา (หนัก) จึงตกเป็นของผู้ชายคนนี้ไปอย่างไม่ต้องสงสัย