พูลยก "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี เป็นต่อ "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล สุดกู่ ในศึก เอฟเอ คัพ วันที่ 22 มีนาคมนี้ แม้เจ้าถิ่นจะไม่มี อาร์เยน ร็อบเบน กับ วิลเลียม กัลลาส ก็ตาม ขณะที่ทีมเยือนหวัง อลัน เชียเรอร์ ทีเด็ดย้ำแค้นอีกหน ขณะที่ในเกมเมื่อวันที่ 20 มีนาคม ดีน แอชตัน เหมาคนเดียว 2 ประตู นำ "ขุนค้อน" เวสต์แฮม บุกชนะ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ 2-1 ในศึก เอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย โดยเกมนี้เจ้าถิ่นต้องเล่น 10 คน ตั้งแต่นาที 56 หลัง ซุน จีไห่ โดนไล่ออก ศึกลูกหนัง เอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย ในวันที่ 22 มีนาคมนี้ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี เต็ง 1 จะเปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล ซึ่งถือเป็นนัดล้างตาของทีมสิงโตน้ำเงินคราม หลังเคยออกไปพ่าย นิวคาสเซิล ตกรอบ 5 ของถ้วยใบนี้เมื่อปีก่อน คู่นี้ช่อง 7 สี และ ยูบีซี ช่อง 40 ถ่ายทอดสดเวลา 03.00 น.
เกมนัดนี้ เชลซี เจ้าของแชมป์รายการนี้ 3 สมัย ซึ่งฟอร์มล่าสุดออกไปพ่าย ฟูแล่ม 0-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา จะขาด อาร์เยน ร็อบเบน ปีกตัวเก่ง กับ วิลเลียม กัลลาส กองหลังสารพัดประโยชน์ ที่ติดโทษแบน แต่ โจเซ่ มูรินโญ่ กุนซือเจ้าถิ่นยังมีตัวเลือกลงสนามอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น แฟรงค์ แลมพาร์ด, โจ โคล, จอห์น เทอร์รี, เฮอร์นัน เครสโป, ดิดิเยร์ ดร็อกบา ได้ทั้งหมด ซึ่งคาดว่า มูรินโญ่ จะจัดทัพใหญ่แบบเต็มสูบ พาทีมเข้ารอบเพื่อไปลุ้นดับเบิลแชมป์ฤดูกาลนี้ให้ได้
อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่มี กัลลาส แต่ก็ไม่ส่งผลกระทบมากนัก เพราะยังมี จอห์น เทอร์รี กับ ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ รับหน้าที่ แถม โรเบิร์ต ฮูธ ก็เพิ่งถอนตัวจากการรับใช้ทีมชาติเยอรมนี ในเกมอุ่นแข้งฟุตบอลโลก 2006 กับ สหรัฐอเมริกา เช่นเดียวกับในตำแหน่งปีกของ ร็อบเบน ก็ยังมีทั้ง ฌอน ไรท์ ฟิลลิปส์ และ เดเมียน ดัฟฟ์ ที่เป็นผู้เล่นริมเส้นโดยธรรมชาติ รับผิดชอบอยู่ แถม โจ โคล ก็ยืนแทนได้เช่นกัน
ขณะที่ นิวคาสเซิล ซึ่งเคยสัมผัสถ้วยแชมป์รายการนี้มา 6 ครั้ง ฟอร์มล่าสุดพ่าย ลิเวอร์พูล ในศึกพรีเมียร์ลีกคารัง 1-3 เกมนี้นอกจาก ไมเคิล โอเว่น ที่บาดเจ็บแล้ว เกลน โรเดอร์ กุนซือรักษาการ มีปัญหาเพิ่มตรงที่จะไม่มี ฌอง อแลง บูมซง ปราการหลังที่ติดโทษแบน หลังถูกใบแดงในนัดล่าสุด โดยความหวังสูงสุดของทีมที่จะพลิกล็อกล้ม เชลซี ยังคงเป็นคู่หน้าที่จะเป็น อลัน เชียเรอร์ กับ โชลา อเมโอบี้
สำหรับการเจอกันทั้งหมด 137 นัด เชลซี ชนะ 56 เสมอ 35 นิวคาสเซิล ชนะ 46 นัด และใน เอฟเอ คัพ เชลซี ชนะ 4 เสมอ 3 นิวคาสเซิล ชนะ 3 หน ขณะที่ แลดโบรคส์ บริษัทพูลชื่อดังของอังกฤษเชื่อว่า เชลซี จะคืนฟอร์มกลับมาเอาชนะได้ โดยในราคา เชลซี ชนะ 1-3 (แทง 3 จ่าย 1) เสมอ 11-4 และนิวคาสเซิล ชนะ 8-1
ส่วนศึกเอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อวันที่ 20 มีนาคม "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ เปิดซิตี้ ออฟ แมนเชสเตอร์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ทีมร่วมพรีเมียร์ลีก
เกมเป็นไปอย่างสูสี โดยก่อนหมดครึ่งแรก 4 นาที เวสต์แฮม กลับเป็นฝ่ายขึ้นนำ 1-0 จากลูกที่ มาร์ลอน แฮร์วู้ด ไหลบอลไปให้ ดีน แอชตัน คู่หูแดนหน้าซัดเต็มเหนี่ยวเสียบมุมแคบเข้าไป ในครึ่งหลัง แมนฯ ซิตี้ ยิ่งเสียเปรียบหนักในนาที 56 เมื่อต้องเหลือผู้เล่น 10 คน หลังจาก ซุน จีไห่ นักเตะจีนเอามือไปฟาดหน้า แมทธิว เอเธอริงตัน แม้ไม่รุนแรงแต่ผู้ตัดสิน โฮเวิร์ด เวบบ์ ตัดสินใจชูใบแดงไล่กองหลังเจ้าถิ่นออกทันที
เกมดำเนินมาถึงนาที 79 เวสต์แฮม ก็มาได้ประตูหนีเป็น 2-0 จากลูกที่ ยอสซี เบนายูน จ่ายบอลให้ ดีน แอชตัน แปเนิ่บๆ เข้าไป อย่างไรก็ตาม เจ้าถิ่นไล่มาเป็น 1-2 ในนาที 85 เมื่อ กีกี้ มูซัมป้า ซัดจากระยะ 20 หลา บอลพุ่งตุงตาข่าย แต่เจ้าถิ่นก็ไล่ไม่ทัน หมดเวลา เวสต์แฮม เอาชนะไปได้ 2-1 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ เอฟเอ คัพ เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 1991