 |

ลงดาบ"พระกิตติศักดิ์"ร่วมเสวนาธรรมกับกลุ่มพันธมิตร
ลงดาบ "พระกิตติศักดิ์" ร่วมเสวนาธรรมกับกลุ่มพันธมิตร อธิบดีกรมการศาสนาอ้างขัดมติผู้นำศาสนาทั่วโลก-มติมส.ร้ายแรง ประสานสำนักพุทธฯ ตรวจสอบวัด-พระอุปัชฌาย์ตักเตือน หากยังฝ่าฝืนให้สึกออกทันที นายปรีชา กันธิยะ อธิบดีกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวถึงกรณีที่พระกิตติศักดิ์ กิตฺติโสภโณ ประธานกลุ่มเสขิกยธรรม สถานปฎิบัติธรรมสวนเมตตาธรรม อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นเพศบรรพชิตได้ขึ้นร่วมเสวนาหัวข้อ จริยธรรมของนักการเมืองในมุมมองของสามศาสนา กับผู้แทนศาสนาคริสต์และอิสลาม โดยมีนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง หนึ่งในผู้เคลื่อนไหวกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขับไล่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีให้ลาออกจากตำแหน่งเมื่อคืนวันที่ 19 มีนาคม บริเวณเข้าทำเนียบรัฐบาลว่า ทางกรมการศาสนาและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติซึ่งเป็นผู้ดูแลพระสงฆ์ทั่วประเทศได้ประกาศชัดมาโดยตลอดว่าไม่ให้พระภิกษุสามเณรซึ่งอยู่ในเพศบรรชิตเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเมืองเด็ดขาด ทั้งนี้เป็นไปตามมติของที่ประชุมผู้นำศาสนาทั่วโลกที่ประเทศอินโดนีเชียที่เห็นว่าเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลกในขณะนี้เป็นเพราะมีผู้ไม่หวังดีนำศาสนาไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ดังนั้นที่ประชุมจึงมีมติร่วมกันว่าห้ามนำมิติศาสนาเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองเด็ดขาด นอกจากนี้ยังเป็นไปตามมติของมหาเถรสมาคม (มส.) ซึ่งมีมติเมื่อเร็วๆนี้ว่าให้พระภิกษุสงฆ์สามเณรยึดหลักอุเบกขา วางตัวเป็นกลางทางการเมืองด้วย ประชาชนทุกศาสนาสามารถแสดงความคิดเห็นและเข้าร่วมม๊อบได้เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย ยกเว้นพระสงฆ์เป็นเพศบรรชิตในพุทธศาสนา อย่างกรณีพระกิติศักดิ์มีความผิดชัดเจน ไม่ได้รับนิมนต์ไปเทศนางานเสวนาหรือประชุมวิชาการที่หน่วยงานราชการหรือภาคเอกชนจัดขึ้นและมีหนังสือนิมนต์อย่างเป็นทางการ แต่กลับไปเทศนากลางม๊อบ ไฮปาร์คปลุกระดมผู้คน เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เบื้องต้นกรมการศาสนาจะประสานไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ตรวจสอบวัดที่สังกัด หรือพระอุปัชฌาย์ให้ว่ากล่าวตักเตือนและลงโทษ เพราะถือเป็นการทำผิดพระวินัยร้ายแรง อีกทั้งขัดต่อมติมส.ซึ่งเป็นผู้ปกครองสูงสุดของคณะสงฆ์ ถือเป็นการไม่สมควรอย่างยิ่ง หากตักเตือนแล้วยังทำอีกให้จับสึกทันที เมื่อกลายเป็นฆารวาสแล้วจะได้เข้าไปร่วมชุมนุม ร่วมไฮปาร์คกับผู้ชุมนุมอื่นๆได้อย่างเต็มที่นายปรีชา กล่าว
|
 |

|
 |
 |