สว.กทม.ชี้มติองค์มนตรีปลดนายกฯ จากประธานจัดงานเฉลิมฉลองการครองราชย์นานที่สุดในโลก สะท้อน"ทักษิณ" ขาดความชอบธรรมในการบริหารประเทศ ระบุนายกฯมีแผนทำเขตเศรษฐกิจพิเศษปก ครองตนเอง ชี้เป็นเรื่อง น่าห่วง
(20มีนาคม) นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง สมาชิกวุฒิสภากรุงเทพฯ เปิดเผยว่า กรณีที่ทางคณะองคมนตรีมีมติ ไม่ให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นประธานจัดงานเฉลิมฉลองการครองราชย์นานที่สุดในโลก และ มีมติให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองค์ตรีเป็นประธานจัดงานแทนนั้น ในเรื่องดังกล่าว นายกฯ ทราบมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นแล้วว่า นายกฯ หมดความชอบธรรมในการที่จะบริหารประเทศอีกต่อไป แต่นายกฯ พยายามที่จะไม่รับทราบมติที่องคมนตรี และยังพยายามที่จะจัดประชุม เพื่อจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการยื้อเวลาที่จะอยู่ในตำแหน่ง
นายกฯ พยายามอย่างยิ่งที่จะสร้างภาพเพื่อให้คนมาเชียร์ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ทราบกันดีว่า คนที่มาเชียร์นายกฯส่วนใหญ่จะได้รับการว่าจ้างมาทั้งสิ้น ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มชาวบ้านระดับรากหญ้า แต่ทั้งนี้ชาวบ้านกลุ่มนี้เริ่มที่จะฉลาด จะทำงานให้ตามค่าจ้างที่ได้รับเท่านั้น เมื่อหมดการจ้างงานก็จะกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองในพื้นที่ตามเดิม
ส่วนเรื่องการเลือกตั้งที่จัดให้มีขึ้นในวันที่ 2 เมษายนนั้น อาจจะไม่เกิดขึ้นก็เป็นได้หากมีการนำมาตรา 7 ออกมาบังคับใช้ โดยหลายฝ่ายออกมาคาดเดากันว่า นายกฯ น่าจะลาออกจากตำแหน่งก่อนวันที่ 29 มีนาคม นี้ เพราะทนต่อแรงกดดันของภาคประชาชนไม่ได้ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นการเข้าสู่กระบวนการทางการเมืองก็จะกลับเข้ามาอีกครั้ง แต่หลายฝ่ายมองว่าจะเป็นก้าวล่วงพระราชอำนาจหรือไม่นั้น เชื่อว่าเหตุการณ์บ้านเมืองที่กำลังวิกฤติอยู่ในขณะนี้พระองค์ท่านน่าจะเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อยุติปัญหาอันอาจนำไปสู่การสูญเสียชีวิตได้
ขณะนี้ได้มีการพูดถึงแผนการณ์ ที่นายกฯ จะเตรียมเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ดูแลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกฏหมาย พ.ร.บ.ฉุกเฉิน เป็นเขตที่มีการปกครองตัวเอง การเข้าไปในพื้นที่ต้องได้รับอนุญาติ การทำผิดกฎหมายในพื้นที่ดังกล่าวจะต้องใช้กฏหมายภายในพื้นที่เป็นตัวตัดสิน ซึ่งเรื่องดังกล่าวหากเกิดขึ้นจริงก็เหมือนกับการแบ่งเขตการปกครองออกไปเป็นรัฐที่ตั้งขึ้นมาโดยมีกฎเป็นของตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง