"ดร.สุวรรณ" บรรยายหัวข้อความรู้พาสู่ความมั่งคั่ง เผย เนื้อหาบรรยายได้ยกตัวอย่างวิธีหลบเลี่ยงการเสียภาษี ขณะเครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบุกม.ขอนแก่น ชี้ ไม่สมควรเป็นอาจารย์ เพราะสอนให้คนเลี่ยงภาษี (18 มี.ค.) วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ดร.สุวรรณ วลัยเสถียร ที่ปรึกษารักษาการนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานชมรมคนออมเงิน มาบรรยายพิเศษหัวข้อ ความรู้..พาสู่ความมั่งคั่ง โดยมีนักศึกษาและผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังกว่า 100 คนที่ห้องประชุม พล.ต.อ.เภา สารสิน อาคารสุนทร-อารยา อรุณานนท์ชัย
สำหรับการบรรยายในครั้งนี้ ดร.สุวรรณ ได้กล่าวถึงสูตรการทำธุรกิจ คือ 20:80 กล่าวคือ จะต้องเอาใจใส่ลูกค้ารายใหญ่แม้จะมีเพียง 20 ราย ก็ตามแต่สร้างยอดขายให้บริษัทได้ 80% ในขณะที่ลูกค้ารายเล็กที่มีถึง 80 รายแต่สร้างยอดขายได้เพียง 20% เท่านั้น ขณะเดียวกันในการออมนั้น หากครอบครัวใดที่มีรายได้ประจำ จะต้องออม 20 ใช้ 80 แต่ถ้าหากปีใดได้โบนัสนั้น จะต้องออมถึง 80 ใช้ 20 ทั้งนี้เพราะโบนัสไม่ได้มีทุกๆ ปี หรือแต่ละปีอาจจะได้ไม่เท่าเดิม
วิธีการออม ถ้าเราได้โบนัสสิ้นปีมานั้น ถ้าเรามีหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูง ก็ควรจะเอาไปโป๊ะหนี้ ยกเว้นหนี้ผ่อนบ้าน ไม่ควรเอาไปโปะ เพราะดอกเบี้ยบ้านค่อนข้างถูก ควรจะเอาไปใช้หนี้บัตรเครดิตแทนดร.สุวรรณ กล่าว
ในการบรรยายในครั้งนี้ ดร.สุวรรณ ยังได้สอนถึงเรื่องการเสียภาษี โดยนำนิทานมายกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพของการใช้ปัญญาแก้ปัญหา เช่น นิทานภาษีรถเบนซ์ ค่ารักษาพยาบาลใช้หักภาษีได้ นิทานกองทุนเลี้ยงชีพ 150 ล้าน โดยที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ได้ยกตัวอย่างเรื่องนิทานภาษีรถเบนซ์ว่า
ผมไปเดินห้างมีห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งกับเพื่อน ทางแจกคูปองเมื่อลูกค้าซื้อ สินค้า เพื่อให้ส่งชิงโชครถเบนซ์ โดยในสมัยนั้นรถเบนซ์มีราคา 1.6 ล้านบาท หากใครชิงโชคได้ก็จะต้องเสียภาษี 55% เนื่องจากเป็นรถยุโรปต้องเสียภาษีแพง หากชิงโชคได้รถมาก็จะต้องเสียภาษีเป็นเงิน 880,000 บาท ผมก็เลยออกความคิดเห็นไปว่า หากไม่ต้องการเสียภาษีเกือบ 9 แสนบาท ก็ต้องเขียนชื่อลูกไป เพราะถ้าลูกได้รถไปก็จะเสียภาษีเพียง 4 แสนบาทเท่านั้น เนื่องจากว่าเขาไม่มีรายได้
อีกเรื่องหนึ่ง คือ กองทุนเลี้ยงชีพ 150 ล้านบาท กล่าวคือ เพื่อนผมเขาทำงานกับบริษัทนายฝรั่ง โดยขณะนั้นเขาจะเกษียณอายุราชการในวัย 53 ปี ซึ่งหากจะได้เงินกองทุนดังกล่าวจะต้องเสียภาษีให้รัฐ 37% ตนจึงแนะนำให้เพื่อนออกไปตั้งบริษัท โดยมีทุนจดทะเบียน 1 แสนบาทก็ได้ แล้วตั้งตนเป็นพนักงานในบริษัท หรือให้บรรดาญาติพี่น้องเข้ามาถือหุ้นด้วย แล้วกองทุน 150 ล้านบาทก็ย้ายมาที่บริษัท ซึ่งเงินภาษีก็ไม่ต้องจ่ายให้ภาครัฐ ก็ยังคงเหลือ 150 ล้านบาท จนในขณะนี้เพิ่มพูนเป็น 700 กว่าล้านบาท เพราะว่าซื้อหุ้นของ ปตท.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศในช่วงเช้าหลังเบรคในช่วงเวลา 11.00 น.กลุ่มนักศึกษาที่เข้าร่วมรับฟังได้ออกมาพักเบรคด้านหน้าอาคาร โดยขณะนั้นกลุ่มเครือข่ายพันธมิตรประชาชนขอนแก่นเพื่อประชาธิปไตย นำโดย นางสุนทรี หัตถีเซ่งกิ่ง แกนนำเครือข่าย ได้มีการนำป้ายผ้ามาติดไว้ที่หน้าอาคาร มีข้อความว่า เราขอสนับสนุนนายกฯ ให้ลาออก ทักษิณออกไป รวยเพราะเลี่ยงภาษี ไม่มีจริยธรรม ทักษิณสิ้นความชอบธรรม เก่งทางโกง ทักษิณและบริวารออกไป
ขณะเดียวกัน นางสุนทรี ก็ได้เปิดปราศรัยที่ลานด้านหน้า โดยระบุว่า ทราบมาว่าการสอนภายในห้องนั้นเป็นการสอนการเลี่ยงภาษี เป็นความรู้ที่นำไปสู่การเลี่ยงภาษี ซึ่งถ้าทุกคนเลี่ยงภาษี ตึกนี้หรือห้องประชุมแห่งนี้ก็จะสร้างไม่ได้ ดังนั้นขอให้ผู้ที่เข้าร่วมรับฟังโปรดใช้วิจารณญาณในการฟัง และขอเรียกร้องว่าหลังพักเบรคอย่าเข้าไปฟัง
ใครๆ ก็ทราบดีว่า ผู้ที่มาบรรยายเป็นคนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในการเลี่ยงภาษี 73,000 ล้านบาท ฉันรู้สึกเสียดายที่เป็นแค่ธรรมดา ไม่ได้มีส่วนตัดสินใจในการใช้อาคาร ถ้าตัดสินใจได้ฉันจะไม่ให้เข้ามาใช้อาคาร สถานที่แห่งนี้แต่อย่างใด นางสุนทรี กล่าว
แกนนำเครือข่ายพันธมิตรประชาชนขอนแก่นเพื่อประชาธิปไตย กล่าวต่อว่า หัวข้อบรรยายเป็นเรื่องการเสียภาษี แต่คุณที่ไม่มีคุณธรรมเช่นนี้จะมาสอนใครได้ ถ้าพวกเราศึกศึกษาในกฎหมายรัฐธรรมนูญที่มีในแบบเรียนในระดับประถมศึกษานั้น หน้าที่ของคนไทยทุกคนคือต้องเสียภาษี ถ้าบุคคลใดที่ไม่เสียภาษีก็ไม่สมควรที่จะเข้ามาใช้สถานที่
นอกจากการมาปรากฎตัวในครั้งนี้แล้ว ทางเครือข่ายยังอยู่ในระหว่างการรณรงค์บอยคอตสินค้าที่มาจากสิงคโปร์และของเครือชินคอร์ป ทั้งอินเทอร์เน็ตดีเอสล็อคอินโฟร์ ระบบเอไอเอส ซึ่งใครที่ยังไม่เปลี่ยนระบบก็อยากจะฝากพิจารณาด้วย