เครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรีออกแถลงการณ์ จี้ กกต.เลื่อนการเลือกตั้งออกไป หากยังดื้อมีแต่สร้างความเสียหาย และกกต.ก็จะต้องรับผิดชอบ แนะชุบตัวเองให้ขาวทุกระดับแล้วค่อยมาทำหน้าที่จัดการเลือกตั้ง ไม่เช่นนั้นจะลามไปถึงการเลือกตั้ง ส.ว.
วันที่ 17 มี.ค.เครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี (ANFREL) ได้ออกแถลงการณ์ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประเทศไทย โดยมีข้อความว่า เนื่องด้วยประเทศไทยประสบปัญหาทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งในครั้งนี้อย่างมากมาย เครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี (ANFREL) ใคร่ขอเรียกร้อง ให้กรรมการการเลือกตั้งทั้งสี่คน ทบทวนการจัดการเลือกตั้งและการทำงานด้าน การเลือกตั้งอย่างรอบด้านและเป็นอิสระดังนี้
เลื่อนการเลือกตั้งออกไป เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้แก้ปัญหาการเมือง และ ปัญหาความไม่เป็น กลางของ กกต. ในทุกระดับเสียก่อน มิเช่นนั้นการเลือกตั้งดังกล่าวจะไม่สามารถดำเนินไป ได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริสุทธิและ ยุติธรรม ทั้งนี้ยังจะเป็นการให้โอกาส กกต. ตรวจสอบ ตัวเองอีกด้วยการให้เลือกตั้ง ส.ส.วันที่ 2 เมษายน จะทำให้การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา มีปัญหาไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้และจะทำให้ปมปัญหาต่างๆ ย้อนกลับมาเป็นภาระให้ กกต. ในที่สุด ซึ่งปัญหาที่เกิดกับ กกต.นั้น จะทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาต่อองค์กรอิสระ และไม่เลื่อมใสในระบบการเลือกตั้งมากยิ่งขึ้น
การที่ กกต. ยังยืนยันให้มีการเลือกตั้งอีกนั้น กกต.จำเป็นต้องชี้แจงการใช้เงินในการเลือกตั้ง ดังกล่าวด้วยว่าจะ ต้อง ใช้ในการเลือกตั้งใหม่ (หลังประกาศผล) ในหลายพื้นที่เขตเลือกตั้งอีก เท่าไหร่ อย่างไร และจะทำอย่างไรให้การใช้งบประมาณแผ่นดินเป็นไปอย่างมีความหมาย คุ้มค่าและใช้เพื่อเสริมสร้างระบอบประชาธิปไตยให้มีความศักดิ์สิทธ์
เพราะขณะนี้มีผู้ไม่พอใจ อย่างยิ่งต่อการที่นายกรัฐมนตรียุบสภาและให้เลือกตั้งก่อนแก้ไขรัฐธรรมนูญ และยังจะให้มีการ ยุบสภาอีกครั้งตามมา ซึ่งเท่ากับจะต้องใช้งบแผ่นดินไปเลือกตั้ง ส.ส. ถึง 2 ครั้งในเวลาใกล้กัน ขณะที่ประชาชนในหลายเขตจะต้องออกมาเลือกตั้งใหม่อีกหลายครั้งหลังแจกใบเหลืองหรือใบแดง
ดังนี้จะทำให้ประชาชนเบื่อหน่ายและสัปสนหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมีการเลือกตั้งใหม่ของ ส.ส. และ ส.ว.ในเวลาใกล้กันมาก และ กกต. จะรับภาระการพิจารณาให้ใบเหลือง และใบแดงกับการเลือกตั้งระดับชาติของ 2 สภาเช่นนี้ได้หรือไม่และจะทำ อย่างไรที่จะไม่ให้ การเมือง (ที่ไม่ปกติเช่นนี้) เข้ามาแทรกแซงการพิจารณาถอดถอนผู้สมัครที่จะตามมา
กกต. มีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดในการใช้ดุลย์พินิจครั้งสำคัญว่าผลที่ตามมาของการเลือกตั้ง ที่จะถึงนี้จะกระทบอนาคตของประเทศโดยรวมอย่างไร หากการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นผลให้ไม่สามารถเปิดสภาผู้แทนราษฏรได้ ทาง กกต.เองจะรับผิดชอบต่อความเสียหายทางการเมือง และเศรษฐกิจหรือไม่ และจะเผชิญต่อปัญหาใหม่ๆ ที่คาดไม่ถึงหลังการเลือกตั้งได้อย่างไร
ขอให้ กกต. ตรวจสอบผู้ปฏิบัติงานการเลือกตั้งในทุกระดับว่ามีความเป็นกลางหรือไม่ หรือมี ความเข้าใจประชาธิปไตยในภาคปฏิบัติเพียงใด ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ผู้ปฏิบัติงานต้องตกเป็นเครื่องมือ ทางการเมืองต่อพรรคใดพรรคหนึ่งหรือคอยเอื้ออำนวยผลประโยชน์ต่อผู้มีอิทธิพลดังที่ได้เกิดขึ้นในขณะนี้ หากพบว่าได้มีกลุ่มบุคคลดังกล่าวเข้ามาทำงาน กกต.จำเป็นต้องลงโทษ และ ให้ออก จากการทำงานทันที