สหรัฐหวังปัญหาการเมืองไทยจะไม่กระทบเจรจาเอฟทีเอ อยากเห็นสถานการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดี สื่อต่างประเทศรายงานออกมาแถลงข่าวของ "ป๋าเปรม" ตามที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้ชุมนุมกดดันให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่งอยู่ ขณะนี้ ได้รับความสนใจจากต่างประเทศคอยติดตามอย่างต่อเนื่อง และสื่อต่างประเทศก็ให้นำเสนอข่าวเป็นระยะเรื่อง ๆ มา
วันที่ 16 มี.ค.นี้ นายคารัน เค บาเทีย รองผู้แทนการค้าสหรัฐ กล่าวระหว่างเข้าร่วมประชุมหอการค้าอเมริกันในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ว่า สหรัฐกำลังจับตาดูสถานการณ์การเมืองไทยอย่างใกล้ชิด และหวังว่าปัญหาการเมืองจะไม่กระทบต่อความพยายามเจรจาสรุปข้อตกลงจัดตั้งเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับไทยภายในปีนี้
นายบาเทีย กล่าวด้วยว่า การเจรจาเอฟทีเอที่ผ่านมา มีความคืบหน้า และหวังว่า การเจรจาจะเดินหน้าได้ต่อไปหลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 2 เมษายน ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในหลายประเทศ ที่สหรัฐหวังจะทำข้อตกลงเอฟทีเอด้วยเช่น เกาหลีใต้และมาเลเซีย แม้ว่า 2-3 ปีมานี้ เสียงสนับสนุนการค้าเสรีในสหรัฐจะอ่อนลงไป เพราะความวิตกเรื่องการว่างงาน และภัยความมั่นคงของชาติก็ตาม
นายเจมส์ เอฟ โคล เลขานุการเอกสถานเอกอัครราชฑูตสหรัฐอเมริกา ฝ่ายการเมืองประจำประเทศไทย กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองของประเทศไทยยังไม่นิ่ง แต่ก็อยากเห็นสถานการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดี ในทางสันติสุข
ขณะเดียวกันหนังสือพิมพ์เดอะ วอลล์สตรีท เจอร์นัล นสพ.ธุรกิจชั้นนำของต่างประเทศ ตีพิมพ์รายงานเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองของไทย โดยนำเสนอกรณีที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุณ ออกมาแถลงข่าวข้อให้ทุกฝ่ายคลี่คลายสถานการณ์ป้องกันความแตกแยกในสังคม เมื่อเย็นวันที่ 15 มี.ค.
และได้รายงานอ้างความเห็นของนักวิเคราะห์หลายคนในกรุงเทพฯถึงเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นและทางเลือกต่างๆ ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เลือก และจะมีผลอย่างไร
1. พ.ต.ท.ทักษิณ เว้นวรรคทางการเมือง - หยุดทำหน้าที่รักษาการณ์นายกรัฐมนตรีชั่วคราวตามข้อเรียกร้องของหลาย อาจทำพรรคฝ่ายค้านยอมเข้าร่วมการเลือกตั้ง ส.ส.วันที่ 2 เม.ย.นี้
2. พ.ต.ท.ทักษิณลาออกและเลิกเล่นการเมือง - ประการนี้น่าจะไปได้ยาก เนื่องจากที่ผ่านมาผู้นำไทยกล่าวถึงทางเลือกนี้เพียงเล็กน้อย อีกทั้งการตัดสินใจนี้ก็จะทำให้พรรคไทยรักไทยแตกออกเป็นเสี่ยงๆ อีกทั้งนายกรัฐมนตรียังคงได้รับความนิยมอย่างมากในพื้นที่ต่างจังหวัด
3.พ.ต.ท.ทักษิณไม่ลาออก และเดินหน้าจัดการเลือกตั้งในวันที่ 2 เมษายนต่อไป - ประการนี้ดูจะเป็นไปได้มากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ อาจรู้สึกว่าหากเว้นวรรคทางการเมืองไปจะทำให้สูญเสียเสียงสนับสนุนจากพื้นที่ในต่างจังหวัด อีกทั้งการที่ผู้นำพรรคไทยรักไทยประกาศก่อนหน้านี้ว่า จะไม่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หากไม่ชนะได้เสียงส่วนใหญ่ อาจจะส่งผลให้การเลือกตั้งเป็นเพียงการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นเป็นประจำจนกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่ายไป
อย่างไรก็ดี พ.ต.ท.ทักษิณ ยังคงเสี่ยงที่จะต้องเผชิญหน้ากับการประท้วงต่อไปแม้จะให้คำมั่นว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญหากตัวเองชนะการเลือกตั้งก็ตาม แต่หากองคมนตรี แนะนำให้ตั้งคณะกรรมการอิสระศึกษาการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทางการเมือง อาจจะส่งให้พรรคการเมืองฝ่ายค้านเต็มใจเข้าร่วมการเลือกตั้งในวัน 2 เม.ย.นี้ก็เป็นได้