"ทักษิณ" ยังไม่เข้าทำเนียบฯ ออกจากที่ทำการพรรคไทยรักไทยกลับบ้านพักทันที ออกนอกเส้นทางหนีกลุ่มผู้ชุมนุม คนติดตามคุญหญิงอ้อฉวยโอกาสด่าสื่อลงข่าวทุเรศ พันธมิตรจี้ให้หันหน้ามาเจรจาทุกฝ่าย อย่าทำตัวเป็นแบบจิ๊กโก๋เมาแล้วหาเรื่อง วันที่ 16 มี.ค.เวลา 17.45 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ได้ออกที่ทำการพรรคไทยรักไทย เพื่อเดินทางกลับบ้านพัก โดยได้ใหัสัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวถึงการจะเข้าไปทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลว่า อยากเข้าก็เข้าไม่อยากเข้าก็ไม่เข้า พร้อมกับตอบทำถามของผู้สื่อข่าวต่างประเทศว่า No I'm Going Back Home
หลังจากนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถเอง มีคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา นั่งข้าง และมีนายบรรพต ดามาพงศ์ พี่ภริยนั่งไปด้วยด้านหลัง โดยใช้เส้นทางด่วนพระราม 9 แล้ว ลงที่ด่านพระราม 6 และใช้ถนนพระราม 6 เลี้ยวแยกขวาที่แยกโรงกรองน้ำ เลี้ยวซ้ายแยกสามเสน และเลี้ยวขวาเข้าถนนสุโขทัย ผ่านหน้าพรรคชาติไทย และเลี้ยวซ้ายที่แยกวชิระ และขึ้นสะพานซังฮี ถึงบ้านประมาณ 18.10 น. ตามปกติ พ.ต.ท.ทักษิณจะเส้นทางขึ้นทางด่วนพระราม 9 และไปลงที่ด่านยมราช วิ่งตรงไปเส้นถนนพิษณุโลก ผ่านแยกเทเวศร์ แล้วถึงเลี้ยวเข้าสะพานซังฮี
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับวาระงานของ พ.ต.ท.ทักษิณ วันที่17 มี.ค. จะเดินทางออกจากบ้านพักไปยัง จ.กาญจนบุรี ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป และคาดว่าจะกลับเข้ากรุงเทพฯช่วงค่ำวันเดียวกัน
คนติดตามคุญหญิงอ้อด่าสื่อลงข่าวทุเรศ
ระหว่างที่ พ.ต.ท.ทักษิณ กำลังยืนให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวอยู่อยู่นั้น ปรากฏว่าหญิงสูงอายุทราบภายหลังว่าเป็นคนติดตามคุณหญิงพจมาน ได้เดินเข้ามาพร้อมเรียกผู้สื่อข่าวไปซักถามว่า เป็นสื่อนังสือพิมพ์ใช่หรือไม่ เมื่อผู้สื่อข่าวตอบว่าใช่ ผู้หญิงคนดังกล่าวจึงพูดด้วยน้ำเหน็บแนมว่า ฝากไปบอกสื่อด้วยกันหน่อย โดยเฉพาะสื่อหนังสือพิมพ์ เวลาลงข่าวให้เป็นไปตามความเป็นจริง อย่าบิดเบือน อ่านแล้วทุเรศ พอพูดเสร็จสิ้นเสียง ก็รีบหันหลังเดินขึ้นรถเบนซ์สีบรอนซ์ทองตามขบวนรถ พ.ต.ท.ทักษิณ ออกไปทันที
"สุริยะใส"จี้"ทักษิณ"หันหน้ามาเจรจา
อเวลา 18.15 น. นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แถลงว่า การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ หนีไปประชุมที่กระทรวงการต่างประเทศ ทั้งที่กลุ่มพันธมิตรฯไม่มีทีท่าว่าจะปิดล้อมทำเนียบฯ เพื่อกักตัวนายกฯหรือล้อมทำเนียบฯ ไม่ให้นายกฯเข้ามา แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรทของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่นอกจากจะซุกหุ้นแล้วยังหนีหัวซุกหัวซุนด้วย
ขณะนี้ถึงเวลาที่พ.ต.ท.ทักษิณ จะหันหน้ามาพูดคุยตามที่พีเน็ต และที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เสนอ การที่กลุ่มพันธมิตรฯ ยินดีหันหน้าพูดคุย ก็เพราะตระหนักในพระราชดำรัสและคำพูดของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ตรงกันข้ามรัฐบาลกลับไม่ใส่ใจ ทั้งที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ประชาชนจึงควรไตร่ตรองพฤติกรรม พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะช่วงที่บ้านเมืองเกิดวิกฤติ ต้องการผู้นำที่กล้าหาญและเสียสละ แต่หากซุกหัวเป็นการหมกปัญหา ที่สำคัญการออกปราศรัยป้ายสีพันธมิตรฯ เป็นการแสดงถึงพฤติกรรมอันธพาล ท้าทาย ถ้าพูดแบบจิ๊กโก๋ ก็คือเมาแล้วหาเรื่อง
ส่วนกรณีนายเนวิน ชิดชอบ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่าการทำงานยุคใหม่ ทำงานที่ไหนก็ได้ นายสุริยะใสกล่าวว่า ถ้าเป็นเช่นนี้ก็ย้ายทำเนียบฯ ไปไว้ที่ จ.บุรีรัมย์ สภาวะแบบนี้ต่างชาติเห็นคงสมเพชเพราะวันดีคืนดีก็อาจย้ายไปประชุมที่บ้านจันทร์ส่องหล้า วันนี้การยินยอมเจรจาอย่างเปิดเผย แสดงว่าทุกฝ่ายยอมถอย แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังเดินหน้าท้าตีท้าต่อยเหมือนคนบ้า.
นายสุริยะใส กล่าวด้วยว่า วันที่ 17 มี.ค. กลุ่มนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตยสีลม จะนำคาราวานรถเก๋งและรถบัส มาร่วมชุมนุมที่หน้าทำเนียบฯ และในเวลา 12.00 น. แกนนำพันธมิตรฯ 5 คน จะเดินทางไปสถานทูตสิงคโปร์ เพื่อให้ทบทวนการซื้อหุ้นชินคอร์ป และหลังจากนี้จะกดดันประเทศสิงคโปร์ ในฐานทัพสิงคโปร์ที่ จ.อุดรธานี และกาญจนบุรี เนื่องจากการซื้อขายหุ้นชินคอร์ป เป็นการสร้างความร้าวฉานระหว่าง 2 ประเทศไปแล้ว