"สะพาน" กลุ่มนักดนตรีที่รวมตัวกันเล่นตามมหาวิทยาลัย โดย กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ นักเขียนซีไรต์ ที่เพิ่งจากวงการน้ำหมึกไปไม่นาน เมื่อปี 2529 กับรุ่นน้องอีก 2 คนคือ พีชพงศ์ พิทักษ์ นักพัฒนาสังคมจากศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา และ สุเมธ สอดจิต ครูสอนดนตรีจากนครศรีธรรมราช "ชุดแรกคือ "ใต้สำนึก" เพลงจะเน้นไปที่วิถีชีวิตของชาวใต้ ชุดที่ 2 "คอการเมือง" เป็นสังคมการเมือง ชุดที่3 "วิถีอิสระ" เป็นวิถีแบบอิสระแบบรวมๆ และชุดที่ 4 "ใต้ ลม รัก" จะเป็นเรื่องที่หนักไปทางเรื่องของธรรมชาติ สังคม ความรัก ผู้ที่ฉกฉวย แนวดนตรีจะเข็มข้นขึ้นกว่าชุดที่แล้วๆ มา ผมไม่รู้ว่าจะหนักหรือเปล่า(หัวเราะ) เพลงก็เหมือนเทคโนโลยีคือต้องพัฒนาไปข้างหน้า เราพยายามทำมาตลอด"
พีชพงศ์ นักร้องนำของวง บอกรายละเอียดที่มาของงานในยุคแรกของพวกเขา ซึ่งทำออกมาถึง 3 ชุดในวิธีการแบบอินดี้ (ทำเองขายเอง) ก่อนจะมาถึงงานเพลงชุด "ใต้ ลม รัก" ผลงานชุดที่ 4 ของพวกเขาที่มีดนตรีเข้มข้นกว่าเดิม ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าอยากเพิ่มความกว้างของดนตรีโฟลด์แนวใต้ออกไปสู่กลุ่มอื่นๆ ภายใต้แนวคิดที่กำหนดจากตัวเขาและ สุเมธ สมาชิกอีกคนของวง
"เราอยากขยายฐานเพลงโฟลด์ ในแบบท้องถิ่นภาคใต้ที่ทำมา ให้มันกว้างกว่าเดิมเลยต้องเอาแนวดนตรีที่เล่นประจำไปผสมพันธุ์กับดนตรีแนวสากลอื่นๆ ดูบ้าง ก็ได้เพื่อนๆ ศิลปินด้วยกันหลายคนมาช่วยเสริมเรื่องของดนตรีให้มันหลากหลายและแน่นมากขึ้น ส่วนแนวทางเพลงนั้น ผมกับสุเมธจะเป็นคนกำหนดกันเอง ว่าจะให้ออกมาเหมือนเพลงที่เราเคยเล่นประจำ มันมีหลายรสชาติในทางดนตรีแต่ยังเป็นแนวที่เราถนัดอยู่ ฟังสบายแต่ไม่แน่ใจว่าเนื้อหามันหนักหรือเบาลง"
สำหรับความแตกต่างในงานเพลงศิลปินชาวใต้ กลุ่มนี้ คือใช้ภาษาปักษ์ใต้ทั้งหมด ซึ่งจุดนี้เอง ที่ พีชพงศ์ บอกว่า เป็นเอกลักษณ์ของวงที่มีมานับตั้งแต่ทำงานเพลงมาและจะไม่เปลี่ยนแปลงเด็ดขาด
"จุดที่น่าจะต่างจากเพลงคนอื่นในชุดนี้คือเพลงในแนวปักษ์ใต้ของวงสะพานจะต่างจากคนอื่น คือเราใช้ภาษาใต้ล้วนๆ มาร้อง ในขณะที่เพลงใต้ของศิลปินคนอื่นมักมีภาษากลางผสมอยู่ บางคนอาจไม่คุ้นเคยกับเพลงของวงเรา แต่ถ้าตั้งใจฟังก็ไม่ยาก มันเป็นการนำเสนอภาษาท้องถิ่น ซึ่งผมจะยึดรูปแบบนี้ไว้"
ส่วนการเข้าสังกัดเอ็กโซติด ซึ่งเป็นบริษัทที่เกิดจากการรวมตัวของศิลปินเพื่อชีวิตหลายคนครั้งนี้ พีชพงศ์ บอกว่า ไม่ใช่ยอมรับแรงบีบจากกลุ่มทุน แต่เพื่อต้องการทำงานให้ดูเป็นระบบ เหมือนศิลปินคนอื่นแต่ก็ไม่ลืมความเป็นศิลปะของเพลงที่ทำ
"เมื่อก่อนเราทำเอง แต่ตอนนี้การทำเพลงเปลี่ยนไปมาก การที่เรามาร่วมงานกับ เอ็กโซติด มิวสิค จำกัด เพราะต้องการทำงานให้เป็นระบบมากขึ้น บริษัทนี้มีแนวคิดไม่เหมือนใคร เขาให้ศิลปินทำงาน
ส่วนบริษัทเผยแพร่ตามกำลังที่มีเป็นหนทางที่เราต้องดิ้น บางคนทำแบบอิสระก็ไม่มีที่ให้ขายให้เปิด ผลงานที่ทำออกมาก็ต้องตกเป็นของบริษัทนี้ เขาต้องการความเป็นศิลปะจริงๆ ของเพลง มันทำให้เพลงที่พวกเราทำไม่ถูกครอบงำ ชุดต่อชุดที่ทำกันมาไม่ได้มีกำไร แค่มีทุนต่อในการทำงานเพลงชุดต่อไปได้ พอดีเราไม่เดือดร้อน สมาชิกของสะพานเป็นครูเป็นนักพัฒนาสังคม เราทำตามที่เราอยากทำ การมีบริษัทมาดูแลเรื่องการเผยแพร่มันจะอุดรอยโหว่ของเราได้"