เปิดพิธีสืบชะตากรรมสะเดาะห์ต่อชะตาชีวิตแบบชาวเขมร ท่ามกลางกระแส "ทักษิณ" นอนบ้าน "เนวิน" แอบทำการเดินทางไปขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงที่ จ.บุรีรัมย์ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคไทยรักไทยเมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา นอกจากจะเป็นการลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งช่วยลูกพรรคแล้ว
ยังมีนัยซ่อนเร้นที่หลายคนเชื่อว่า การเดินทางมาของ พ.ต.ท.ทักษิณครั้งนี้ เพื่อเข้าร่วมพิธีกรรมต่อชะตาชีวิต หลังจากต้องเผชิญกับมรสุมทางการเมืองครั้งใหญ่ โดยคาดหวังว่าการเข้าพิธีดังกล่าวจะช่วยสะเดาะเคราะห์ และปัดรังควาญเรื่องร้ายให้ผ่านพ้นไปได้
เสียงลือสะพัดออกมาจากรั้วบ้านของนายเนวิน ชิดชอบ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นที่พักแรมของ พ.ต.ท.ทักษิณ ระหว่างการเดินทางลงพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ เชื่อกันว่าได้มีการจัดเตรียมพิธีสืบชะตากรรมสะเดาะห์ต่อชะตาชีวิตแบบชาวเขมรไว้คอยต้อนรับ โดยเชื่อกันว่าจะทำให้ผู้ที่ผ่านพิธีกรรมดังกล่าวมีอายุยืนยาว อีกทั้งปัดเสนียดจัญไร แต่ไม่มีใครทราบว่า แท้จริงแล้วภายในบ้านได้มีการทำพิธีทางไสยศาสตร์จริงหรือไม่
"หมอแกะ" หรือ นายพจน์ การัมย์ อายุ 55 ปี หมอสะเดาะเคราะห์ไสยศาสตร์เขมร ชื่อดังแห่งบ้านตะแบง ต.สนวน อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ บอกว่า ดวงชะตาของ พ.ต.ท.ทักษิณ กำลังอยู่ในช่วงขาลง จากการตรวจสอบปีนี้ นายกฯอายุ 57 ปี ตกอยู่ในช่วง " คนต้องขื่อคา " คือ จะประสบปัญหากับถ้อยความจนถูกจองจำ และบุตรหลานนำความเดือดร้อนมาให้ จึงควรหลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงกลางคืน และแก้ไขโดยการสะเดาะเคราะห์ต่อชะตาโดยเร็วเร่งด่วน หากปล่อยไว้จนถึงเดือนเม.ย.นี้จะพบกับเคราะห์หนัก
หมอแกะ บอกว่า ตามตำราโหราศาสตร์ ดวงของ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องทำการสะเดาะห์เร็วที่สุด โดยเข้าพิธีกรรมแบบเขมร ที่ประกอบด้วยการนำสายสิญจ์ ข้าวตอก ข้าวดำ-แดง เนื้อ เหล้า 1 ก๊ง และข้าวสาร 3 - 5 จาน มาทำพิธี จัดเรียงในกระทง หรือทางเขมรเรียกว่า เปล จากนั้นนำใบขนุนมาพับเป็นกระทงให้เกินอายุของผู้สะเดาะ และสวดสะเดาะเคราะห์โดยคาถาเขมรจำนวนรอบเท่ากับอายุจึงเสร็จพิธี
" ผมเรียนวิธีสะเดาะเคราะห์มากกว่า 10 ปี แล้ว ที่ผ่านมามีชาวบ้านในพื้นที่และต่างจังหวัดเดินทางมาทำพิธีจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะประสบอุบัติเหตุเล็กน้อย เมื่อมาถึงจะมีการตรวจดวงชะตาก่อน หากพบว่ามีเคราะห์ก็จะสะเดาะเคราะห์ให้ ที่ผ่านมาก็สามารถผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ สำหรับท่านนายกฯเช่นเดียวกันก็ต้องเร่งทำพิธีสะเดาะเคราะห์ในช่วงนี้โดยด่วน " หมอแกะ กล่าว
สำหรับตำราที่ใช้ตรวจเคราะห์ยึดตำรา 12 ราศีของไทยผสมผสานกับความรู้ที่ร่ำเรียนจากพระตามวัดต่าง ๆ และศึกษาเพิ่มเติมจากตำราของประเทศกัมพูชา ซึ่งตามตำรามีสัญลักษณ์วางเป็นวงกลม มีตัวหนังสือกำกับไว้ว่า เจดีย์ ฉัตรเงิน คอขาด เรือนหลวง ปราสาท ราหู ฉัตรทอง เทวดาขี่ตัว คนต้องขื่อคา พ่อหมอ แม่มด และนาคราชวางอยู่ล้อมรอบ แต่ละสัญญลักษณ์มีความหมายต่างกัน
ด้านนายเรือด วงศ์พิทักษ์ อายุ 76 ปี อยู่บ้านเลขที่ 153 หมู่ 1 บ้านสำโรงพลัน ต.สำโรงพลัน อ.สำโรงพลัน จ.ศรีสะเกษ พ่อพราหมณ์ประจำตำบล บอกว่า สมัยเด็กได้บวชเรียนเป็นระยะเวลา 15 พรรษาเต็ม ระหว่างนั้นได้ศึกษาประเพณีวัฒนธรรมการสืบชะตาจากอาจารย์ หลังจากสึกออกมา ได้ช่วยพ่อซึ่งเป็นอาจารย์สะเดาะเคราะห์ให้กับเพื่อนบ้าน ด้วยการสวดภาษาบาลีและนำอักษรขอมมาสวดไล่สิ่งชั่วร้าย ได้รับมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษ คือ ใบลานจารึกด้วยอักษรขอม และขั้นตอนการดูฤกษ์ยามงามดี ตลอดจนการดูดวงชะตาราศีตามหลักโหราศาสตร์ของชาวเขมรแบบดั้งเดิม ที่มีอายุยาวนานกว่า 200 ปี มาดำเนินการต่อ
ขั้นตอนการดูดวงเริ่มต้นจากตั้งบูชาครูด้วยกรวย 5 เทียน 5 ข้าวสาร 1 ถ้วย พร้อมเงิน 12 บาทเพื่อขึ้นครู จากนั้นตรวจสอบวันเดือนปีที่ตกฟากตามตำราขอมโบราณ เพื่อทำนายทายทักตามเวลาที่บอก หากผู้ใดถึงคราวคาดอาจถึงแก่ชีวิตจะแนะนำให้ต่ออายุ ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผ่านมาพบว่าคำทำนายตรงตามตำราถึงร้อยละ 80-99 หากช่วงจังหวะชีวิตตกอับต้องมีการต่ออายุด้วยการสะเดาะห์ บางคนดูโชคชะตาราศีถึงขั้นคอขาด จะต้องเร่งแก้ไขด่วน หากไม่เชื่ออาจถึงแก่ชีวิตได้
พิธีการต่อชะตาแบบชาวเขมร หากคอขาดบาดตายให้รับการสะเดาะเคราะห์ โดยเลือกวันเสาร์ตัดกาบกล้วย ทำเป็นแปร์ (ภาษาเขมร) 17 ชั้น ปักธงด้วยไม้ไผ่รอบแปร์ 4 ด้านตามอายุของผู้เข้าพิธี เช่น หากอายุ 54 ปีต้องทำธงชัยปักรอบจำนวน 55 ต้น ภายในแปร์นั้นประกอบไปด้วย ขนม นม เนย ข้าวตอก อาหารคาวหวาน ข้าวดำ ข้าวแดง ข้าวต้ม กล้วย ข้าวเปลือก และทำแปร์เป็นสามเหลี่ยม (หรือแปร์จมูกหมู) จำนวน 1 อัน จับลูกไก่ 1 ตัวผ่าจากข้างหลังไม่ต้องควักไส้เครื่องในออก แล้วหนีบตั้งเอาไว้ข้างแปร์ 17 ชั้น
จากนั้นเชิญผู้สูงอายุภายในชุมชนทั้งหญิงชายมานั่งคอยเซ่นไหว้ประกอบพิธีกรรมด้วยการกรวดน้ำบอกกล่าวเหล่าทวยเทพ ปราบมาร ปีศาจทั้งหลาย ให้หนีออกจากกายมาอยู่ในเครื่องเซ่นไหว้
สำหรับแปร์จะจับด้ายสายสิญจน์ 3 เส้น ล้อมรอบแปร์ที่มีเครื่องเซ่นจำนวน 3 รอบวนขวา โยงสายสิญจน์มาล้อมรอบศรีษะผู้รับเคราะห์หนึ่งรอบ และโยงด้ายสายสิญจน์สู่พ่อพราหมณ์ เริ่มพิธีกรรมด้วยการบริกรรมคาถา พร้อมมีการสวดอัญเชิญทวยเทพ เทวดาอารักษ์สิ่งศักดิ์สิทธิ์จากทั่วสารทิศ ถ้ามาชุมนุมหุ้มล้อมในพิธีการนั้น
ขณะที่พ่อพราหมณ์ดำเนินอยู่ เมื่อสวดคาถาภาษาบาลีพร้อมภาษาขอมกำจัดภูติผีปีศาจร้าย จากนั้นผู้เฒ่าผู้แก่เซ่นไหว้บวงสรวงบอกสิ่งชั่วร้ายให้ไปที่เครื่องเซ่นไหว้ที่จัดไว้ กระทำ 3 รอบเสร็จการสวดขับไล่สิ่งมารร้ายทั้งปวง เมื่อเสร็จผู้สูงอายุจะนำสิ่งเซ่นไหว้ออกไปทิ้งนอกหมู่บ้านทางทิศตะวันตกเป็นส่วนใหญ่หรือทิศอื่นก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าทิศใดเป็นกาลกิณีของผู้รับเคราะห์
เมื่อชาวบ้านนำสิ่งชั่วร้ายไปทิ้งเรียบร้อยแล้ว พ่อพราหมณ์จะสวดทำน้ำพระพุทธมนต์ รดน้ำดำหัวให้กับผู้ที่เพิ่งทำการสะเดาะเคราะห์ผ่านไป พร้อมมีการเรียกบายศรีสู่ขวัญ หรือ เฮาปลึง ด้วยการเรียกขวัญสู่องค์ตนแล้วให้มีการผูกข้อต่อแขนด้วยการให้สิ่งดีๆ เข้ามาแทนที่
"การสะเดาะเคราะห์ของชาวเขมรมี 20 อย่าง คือ สะเดาะเคราะห์เล็กและสะเดาะเคราะห์ใหญ่ ค่าดำเนินการเงิน 12 บาท ผ้าขาว 1 ผืน ดอกไม้ธูปเทียน ผูกแขนพ่อพราหมณ์จำนวน 350 บาท หรือตามกำลังศรัทธา ส่วนมากแล้วสิ่งร้ายกลายเป็นดี หนักเป็นเบา ถ้าเป็นการเข้าพิธีแบบเขมรจะเป็นขั้นตอนตามนี้ เพราะเขมรขึ้นชื่อด้านไสยศาสตร์ และส่วนใหญ่จะเชื่อในพิธีดังกล่าวว่าศักดิ์สิทธิ์ จนเป็นที่ร่ำลือกันต่อมา " นายเรือด กล่าว