"ธรรมรักษ์" นำ ผบ.เหล่าทัพ โต้ "มนูญกฤต" ยันไม่มีคอรัปชั่นซื้ออาวุธ ปัดตอบจุดยืนการเมือง ขณะที่ ผบ.สส.ย้ำกองทัพทำเพื่อความสุขประชาชน นับเป็นครั้งแรกที่ผู้บัญชาการเหล่าทัพร่วมกันแถลงข่าวถึงเหตุการณ์การชุมนุมของประชาชนเพื่อขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี หลังจาก พล.ต.มนูญกฤต รูปขจร อดีตประธานวุฒิสภา ออกมาเรียกร้องให้ทหารออกมายืนเคียงข้างประชาชน
พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รักษาการ รมว.กลาโหม นำ ผบ.เหล่าทัพ แถลงข่าวปฏิเสธการปราศรัยของ พล.ต.มนูญกฤต โดยนำ ผบ.เหล่าทัพที่มาร่วมแถลงด้วย ได้แก่ พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ และ พล.ท.ม.ล.กิตติมาศ สุขสวัสดิ์ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก ฝ่ายส่งกำลังบำรุง ส่วน พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. ติดภารกิจต่างจังหวัด ไม่สามารถมาร่วมแถลงได้ อีกทั้งการเรียกมาร่วมแถลงข่าวก็เป็นไปอย่างกะทันหัน
พล.อ.ธรรมรักษ์ กล่าวว่า ช่วงนี้กองทัพยังไม่ได้ซื้ออาวุธอะไร เพราะอยู่ระหว่างการจัดทำแพ็คเกจ เมื่อมีการมากล่าวพาดพิง จึงเชิญผู้แทนจากเหล่าทัพมาชี้แจงเพื่อให้ทราบข้อเท็จจริง
พล.อ.เรืองโรจน์ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการเสนอความต้องการไปยังบริษัทที่สนใจขายอาวุธได้นำมาเสนอกับกองทัพ และเลื่อนเวลาออกไปเนื่องจากสถานการณ์ต่างๆ ไม่ดี หากสถานการณ์เรียบร้อยโครงการจัดซื้อแบบแพ็คเกจก็จะดำเนินการต่อไป
รถถังที่มีเป็นรุ่นที่มนูญกฤตเอาไปปฏิวัติ
ด้าน พล.ท.ม.ล.กิตติมาศ กล่าวถึงการจัดซื้อรถถังของกองทัพบกว่า ในรอบ 3-4 ปีที่ผ่านมา กองทัพบกไม่เคยจัดซื้อรถถัง นโยบายส่วนใหญ่ของผู้บัญชาการทหารบกจะเน้นการบำรุงปรับปรุงสภาพยุทโธปกรณ์ที่มีอยู่ ดังนั้น รถถังไม่มีการจัดซื้อมานานแล้ว รถถังที่ประจำการอยู่ในปัจจุบันก็ตั้งแต่ในสมัยที่ พล.ต.มนูญกฤต นำไปปฏิวัติ รถถังส่วนใหญ่ได้มาจากการช่วยเหลือทางทหาร
พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า สำหรับกองทัพอากาศที่ถูกพาดพิงถึงภารกิจเฮลิคอปเตอร์ซูเปอร์พูม่า ซึ่งใช้เป็นพระราชพาหนะที่กองทัพอากาศจัดถวายพระบรมวงศานุวงศ์ แต่ภายหลังประสบอุบัติเหตุจึงยกเลิกการจัดถวายเป็นพระราชพาหนะโดยใช้เฮลิคอปเตอร์เบลล์ 412 เป็นเฮลิคอปเตอร์พระราชพาหนะแทน และมีการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์เบลล์ 412 เพิ่มเติมมาเป็นพระราชพาหนะใหม่ และในกรณีที่นำเฮลิคอปเตอร์ซูเปอร์พูม่าไปแลกเปลี่ยนเป็นเครื่องบินโดยสารสำหรับรับรองแขกวีไอพี
เมื่อถามว่าจะดำเนินการอย่างไรกับผู้ที่นำข้อมูลไปอภิปราย พล.อ.ธรรมรักษ์ กล่าวว่า เราจะไม่ดำเนินการ แต่เห็นว่าเป็นการเข้าใจผิดกัน จึงต้องแถลงข่าวเพราะความจริงไม่ใช่อย่างนั้น โดยเฉพาะรถถัง เราไม่เคยซื้อมาก่อนเลย
พล.อ.ธรรมรักษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้คงไม่ต้องเชิญ พล.ต.มนูญกฤต มาทำความเข้าใจ แต่อยากให้ประชาชนเข้าใจว่าที่ พล.ต.มนูญกฤตพูดนั้นไม่ใช่ ส่วนประชาชนจะพอใจหรือไม่ขึ้นอยู่กับความพอใจของแต่ละคน
ไม่พูดเรื่องดึงทหารไปยืนข้าง ปชช.
ส่วนการปราศรัยของ พล.ต.มนูญกฤต ที่เรียกร้องให้ทหารออกมา พล.อ.ธรรมรักษ์ กล่าวว่า ประเด็นอื่นเราไม่พูดถึง แต่จะพูดเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกองทัพ เพราะเดี๋ยวจะเข้าใจผิด เพราะการพัฒนากองทัพขณะนี้พยายามทำเป็นหลักการแบบแพ็คเกจว่าในแต่ละ 3 ปี ทำอะไร ค่อนข้างจะโปร่งใสนอกเหนือจากนี้ไม่ได้ มีคณะกรรมการหลายชั้นมาก ทั้งนี้โครงการยังไม่ชะงัก เพราะมีคณะกรรมการระดับเหล่าทัพพิจารณาอยู่
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า กลุ่มผู้ชุมนุมพยายามเชียร์ให้ทหารโดยเฉพาะ ผบ.เหล่าทัพอยู่เคียงข้างประชาชนมากกว่าอยู่ข้างรัฐบาล พล.อ.ธรรมรักษ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของเขา ถ้าเรายึดระบอบประชาธิปไตย เราก็จะต้องทำไปตามระบบ รัฐบาลที่ถูกต้องตามกฎหมายก็จะต้องเอารัฐบาล แต่หากตนมาไม่ถูกต้องเหล่าทัพก็ไม่ฟังตน แต่หากมาถูกต้องก็ฟัง ส่วนในใจเป็นอีกเรื่องหนึ่งว่าจะชอบหรือไม่ชอบ
เมื่อถามอีกว่า การออกมาแถลงข่าวครั้งนี้ เกรงจะเกิดผลกระทบหรือไม่ เพราะขณะนี้กลุ่มผู้ชุมนุมพยามดึงทหารออกไปอยู่ข้างประชาชน พล.อ.ธรรมรักษ์ กล่าวว่า เราทำตามหน้าที่ตามกฎหมาย อะไรที่เป็นไปตามกฎหมายเราทำไปตามระบอบประชาธิปไตย ฝ่ายที่ประท้วงถ้าไม่ผิดกฎหมายก็ไม่เป็นไร ในทางประชาธิปไตยก็ให้ประท้วงได้
ต่อข้อถามว่า รมว.กลาโหม มีการเช็คกำลังพลหรือไม่ว่ามีทหารส่วนไหนบ้างที่จะอยู่ข้างรัฐบาลหรือไม่อยู่ข้างรัฐบาล พล.ธรรมรักษ์ กล่าวว่า ทหารมีวินัย แต่เรื่องการวิจารณ์เป็นเรื่องธรรมดา ผู้บังคับกองพันอย่านึกว่าพลทหารรักหมด ลับหลังเขาก็ด่าบ้าง รมว.กลาโหม ก็เหมือนกันบางคนก็ด่า บางคนก็ชอบ แต่ทหารส่วนใหญ่อยู่ในระบบจะให้รักหมดคงไม่ได้
ย้ำทหารไม่มีหน้าที่จนกว่ามีภาวะฉุกเฉิน
ส่วนจุดยืนของทหารเป็นอย่างไรนั้น พล.อ.ธรรมรักษ์ กล่าวว่า ทหารตอนนี้ยังไม่มีหน้าที่ที่เข้าไปเกี่ยวข้อง ทหารต้องอยู่เฉยๆ ถือว่าบ้านเมืองขณะนี้ยังปกติสุขอยู่เราไม่เกี่ยว ทหารจะเข้าไปเกี่ยวข้องก็ต่อเมื่อสถานการณ์รุนแรงจนไม่สามารถใช้กฎหมายปกติได้แล้ว ถึงจะเกี่ยวกับทหาร สมัยก่อนทหารเคยตัวชอบยุให้ปฏิวัติอยู่เรื่อยหาเรื่องให้ไปเข้าคุก
สำหรับภาวะฉุกเฉินนั้น พล.อ.ธรรมรักษ์ กล่าวว่า หากเกิดความวุ่นวายจนไม่สามารถใช้กฎหมายตามปกติได้ จึงจะมีการประกาศ แต่สถานการณ์ขณะนี้ยังไม่ถึงเวลา การประกาศขึ้นอยู่กับคณะกรรมการจะพิจารณา ส่วนเมื่อประกาศแล้วจะมีการนำทหารออกมาควบคุมสถานการณ์หรือไม่ หากคนปะทะกันจะทำให้เกิดความเสียหาย ทหารจะต้องนึกถึงประชาชน โดยมากผู้นำจะไม่ค่อยเป็นอะไร ส่วนใหญ่ประชาชนที่มาร่วมจะเกิดปัญหา รัฐบาลเพิ่งอนุมัติเงินช่วยเหลือประชาชนที่ร่วมเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ที่พิการ ซึ่งเราจะต้องคำนึงถึงประชาชน
พล.อ.ธรรมรักษ์ ยอมรับว่า ไม่เห็นด้วยกับการประกาศภาวะฉุกเฉิน เมื่อถามต่อว่าคิดว่าบ้านเมืองถึงทางตันหรือยัง แล้วจะมีทางออกอย่างไร รมว.กลาโหม กล่าวว่า บางคนเขาอาจจะเห็นรู้แล้วก็ได้ แต่ตนยังไม่เห็นรู้
ผบ.สส.ยันทหารทำเพื่อความสุข ปชช.
ผู้สื่อข่าวถามว่า ผบ.เหล่าทัพ ตอนนี้จุดยืนเป็นหนึ่งเดียวกันหรือไม่ พล.อ.เรืองโรจน์ กล่าวยืนยันว่า กองทัพไทยขณะนี้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
เมื่อถามว่า หากการชุมนุมถึงขั้นรุนแรงบานปลาย ทหารจะแสดงจุดยืนอยู่เคียงข้างประชาชนหรือไม่ พล.อ.เรืองโรจน์ กล่าวว่า ตอบมาครั้งนี้ที่ 101 แล้ว เพื่อความสุขของประชาชนกองทัพต้องทำ และเชื่อว่าจะไม่มีม็อบชนม็อบ เพราะคงไม่มีการเคลื่อนมาอยู่ใกล้กัน