โจรใต้ใช้เอ็ม 79 ถล่มฐานทหารที่เจาะไอร้อง โชคดีวิถีกระสุนเฉี่ยวกิ่งไม้พลาดเป้า ตำรวจฟันธงฝีมือกลุ่มยิงถล่ม สภ.อ.เจาะไอร้อง ส่วนที่ยะลา พ่อขับรถขายไอศกรีมถูกยิงเสียชีวิต ลูกชายบาดเจ็บ ผู้ว่าฯ ปัตตานี คุยแผนปฏิบัติการได้ผลทำโจรใต้ในจังหวัดเหลือไม่ถึงร้อย สถานการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังคงเกิดเหตุร้ายต่อเนื่องในสถานการณ์บ้านเมืองกำลังวุ่นวาย ในช่วงรอยต่อคืนวันที่ 14 และ 15 มีนาคม เกิดเหตุร้ายขึ้นใน จ.นราธิวาสและ จ.ยะลา
เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 15 มีนาคม พ.ต.อ.ทนงศักดิ์ วังสุภา ผกก.สภ.อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส พ.ต.ต.บริภัณฑ์ บริรักษ์ สว.กองวิทยาการ จ.นราธิวาส และ ร.ต.ท.ไพบูลย์ ระตะวัน ร้อยเวร สภ.อ.เจาะไอร้อง พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งเดินทางรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อหาหลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้ง ที่บริเวณสนามหญ้าภายในโรงเรียนบูกิตประชาอุปถัมภ์ บ้านปีแนมูดอ หมู่ 10 ต.บูกิต และเป็นที่ตั้งของฐานปฏิบัติการทหาร สังกัดร้อย ร.1012 ถูกกลุ่มคนร้ายลอบใช้อาวุธปืน เอ็ม 79 ยิงถล่มเมื่อช่วงคืนวันที่ 14 มีนาคม
จากการตรวจสอบสนามหญ้าอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบหลุมลึก 6 นิ้ว กว้าง 10 นิ้ว มีเศษตะกั่วตกอยู่กระจัดกระจายในรัศมีกว้าง 5 เมตร และมีกลิ่นดินปืนเหม็นฟุ้งไปทั่วบริเวณ โดยเฉพาะบริเวณต้นไม้ใหญ่ห่างจากวิถีกระสุนปืนเอ็ม 79 ตกประมาณ 20 เมตร เจ้าหน้าที่พบกิ่งไม้มีรอยกระสุนปืน เอ็ม 79 ยิงหัก จากการตรวจวิถีกระสุนที่กิ่งไม้ดังกล่าว เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเป็นโชคดีของทหารที่ปืนของกลุ่มคนร้ายที่ยิงถล่มใส่ฐานไปแฉลบชนกิ่งไม้ใหญ่ก่อน จึงทำให้วิถีกระสุนพลาดเป้าไปตกห่างจากฐานทหารประมาณ 300 เมตร จึงไม่มีใครเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ
นอกจากนี้ การตรวจสอบบริเวณสวนยางพาราที่ตั้งอยู่หลังฐานปฏิบัติการทหารชุดดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบร่องรอยกลุ่มคนร้ายประมาณ 2-3 คนเหยียบกิ่งไม้หัก รวมทั้งยังพบก้นบุหรี่จำนวนหนึ่งตกอยู่ เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นจุดที่คนร้ายลอบใช้อาวุธปืน เอ็ม 79 ยิงถล่มใส่ฐานปฏิบัติการของทหารดังกล่าว
ด้าน พ.ต.อ.ทนงศักดิ์ วังสุภา ผกก.สภ.อ.เจาะไอร้อง กล่าวว่า คนร้ายกลุ่มนี้ เชื่อว่าจะเป็นชุดเดียวกับที่เคยนำอาวุธปืนเอ็ม 79 ยิงถล่มใส่ สภ.อ.เจาะไอร้อง 3 ครั้งในรอบปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นแนวร่วมในพื้นที่แต่ไม่สามารถจับกุมตัวได้ เนื่องจากคนร้ายกลุ่มนี้เมื่อก่อเหตุที่ใด มักมีการวางแผนล่วงหน้าเป็นอย่างดี หากเกิดความผิดพลาดในปฏิบัติการสามารถหลบหลีกการติดตามจากเจ้าหน้าที่ได้
ยิงน้องชายส.อบต.เจาะไอร้องบาดเจ็บ
เมื่อเวลา 13.40 น. วันเดียวกัน ร.ต.ท.ศุภโชค วิวัฒนศิลป์ ร้อยเวร สภ.อ.สุไหง โก-ลก จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงบนถนนเลียบทางรถไฟ ช่วงบริเวณชุมชนดงงูเห่า เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมระดมกำลังเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุและทราบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก ไปก่อนหน้าแล้ว ส่วนรถจักรยานยนต์ของผู้บาดเจ็บ ญาตินำกลับไปไว้ที่บ้านพัก
จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงไปดูอาการผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล ทราบชื่อคือ นายอิสมาแอ ยิ่งสุขสกุล อายุ 43 ปี มีอาชีพขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างคิวหัวสะพาน เป็นน้องชายของ จ.ส.ต.มนัสวี ยิ่งสุขสกุล สมาชิก อบต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง และเคยเป็นตำรวจเจาะไอร้อง นายอิสมาแอถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดที่บริเวณลำคอขวา 1 นัด อาการไม่สาหัส และหลังปฐมพยาบาลแล้วเสร็จ แพทย์อนุญาตให้กลับบ้าน
นายอิสมาแอให้การว่า ก่อนเกิดเหตุขี่รถจักรยานยนต์กลับไปรับประทานอาหารที่บ้านพัก ถนนทรายทอง 1 ซอย 6 ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร และเมื่อถึงที่เกิดเหตุ ก็มีชายวัยรุ่น 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบ จากนั้นคนนั่งซ้อนท้ายชักปืนออกมายิงนายอิสมาแอ 3 นัดแล้วหลบหนีไป นายอิสมาแอ ระบุว่า จำหน้า 1 ใน 2 คนร้ายได้ ส่วนสาเหตุเบื้องต้นนั้น เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่ามาจากปัญหาความขัดแย้งส่วนตัว แต่ไม่ทิ้งประเด็นปัญหาความไม่สงบในพื้นที่
ยิงพ่อค้าไอติมดับ-ลูกชายเจ็บ
ส่วนอีกเหตุร้าย เมื่อเวลา 08.20 น. วันที่ 15 มีนาคม ร.ต.ท.อนันต์ ฤทธิธรรม ร้อยเวร สภ.อ.บันนังสตา จ.ยะลา รับแจ้งเหตุยิงกันบนถนนสาย 410 (บันนังสตา-บันนังกูแว ) บ้านบันนังกูแว ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย หลังรับแจ้งพร้อมด้วย พ.ต.อ.อนุรุธ อิ่มอาบ ผกก.สภ.อ.บันนังสตา จ.ยะลา และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที
ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ไทเกอร์แบบพ่วงข้างเพื่อทำเป็นรถขายไอศกรีมยี่ห้อเนสท์เล่ ทะเบียน มคจ 880 กรุงเทพมหานคร ล้มคว่ำอยู่ริมถนน ส่วนผู้บาดเจ็บพลเมืองดีนำส่งโรงพยาบาลบันนังสตา ทราบชื่อคือ นายสละ อวยจินดา อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28/1 หมู่ 3 ต.ถ้ำทะลุ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นเข้าที่บริเวณชายโครงขวา 4 นัด และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนผู้บาดเจ็บอีกรายคือ ด.ช.ทรงกลด อวยจินดา อายุ 8 ขวบ บุตรชายบาดเจ็บขาซ้ายหัก ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลา แต่ในที่เกิดเหตุไม่พบหลักฐานใดๆ
จากการสอบสวน ทราบว่าเหตุเกิดขณะที่นายสละและบุตรชาย ขี่รถขายไอศกรีมมาถึงที่เกิดเหตุ ก็มีคนร้ายคาดว่าไม่ต่ำกว่า 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบแล้วใช้อาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดยิงใส่นายสละลูกชาย แล้วหลบหนีไป เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่
ผู้ว่าฯ ปัตตานีเปิดแผนรุกฆาต
นายภานุ อุทัยรัตน์ ผู้ว่าฯ ปัตตานี กล่าวว่า จากการเปิดแผนและปฏิบัติการเชิงรุก พบว่าในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา จ.ปัตตานี มีเหตุความรุนแรงน้อยที่สุดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากแผนดำเนินการที่ทำถือว่าถูกทาง โดยเฉพาะแผนการประกาศหมู่บ้านสันติสุข เพื่อเป็นเกราะป้องกันแนวร่วมที่แฝงตัวเข้ามาเคลื่อนไหวสร้างสถานการณ์หรือก่อเหตุพื้นที่อื่นแล้วมากบดานในอีกหมู่บ้าน จนถึงขณะนี้ จังหวัดประกาศหมู่บ้านสันติสุขไปแล้ว 358 หมู่บ้าน แบ่งแยกย่อยพื้นที่ให้ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อย 10 หลังคาเรือนต่อ 1คน กำหนดหลักเกณฑ์คือ ไม่ให้หมู่บ้านเกิดปัญหาความวุ่นวายและห้ามให้บุคคลภายนอกพื้นที่เข้ามาสร้างความปั่นป่วนในหมู่บ้าน
"การกดดันด้วยวิธีดังกล่าวส่งผลให้แนวร่วมกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ขณะนี้มีไม่ถึง100 คน และคดีที่เกิดขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งก่อเหตุเผาสถานที่ราชการ หน่วยงานเอกชน และยิงชาวบ้าน เรารู้ตัวคนร้ายทั้งหมดและเตรียมจู่โจมเข้าควบคุมตัวเร็วๆ นี้" ผู้ว่าฯ ปัตตานี กล่าว
นายภานุ กล่าวว่า จังหวัดยังสร้างเครือข่ายป้องกันการก่อความไม่สงบในสถาบันศึกษาปอเนาะ ซึ่งเป็นจุดที่สังคมมองว่ามีเยาวชนถูกชักจูงและชักชวนให้หลงผิด จึงประกาศนโยบาย "ปอเนาะธงเขียว" ขึ้นมาในลักษณะหมายถึงปอเนาะแห่งนั้นปลอดบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวพันกับความไม่สงบ และจะตั้งให้เป็นสถาบันสันติสุข ส่วน "ปอเนาะธงขาว" หมายถึงสถาบันศึกษาปลอดยาเสพติด เชื่อว่าจะสามารถสกัดกั้นกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่ต้องการดึงเยาวชนไปร่วมก่อเหตุได้แน่นอน รวมทั้งในทุกวันพุธ ก็ให้บุคลากรทุกภาคส่วน รวมถึงประชาชนในจังหวัดสวมเครื่องแต่งกายเป็นชุดกีฬาและมีกิจกรรมเกี่ยวกับกีฬาทั้งวัน
ส่วนการบุกค้นพื้นที่เป้าหมาย รวมถึงให้ประชาชนแจ้งเบาะแสการซุกซ่อนอาวุธหรือความเคลื่อนไหวนั้น ผู้ว่าฯ ปัตตานี กล่าวว่า จังหวัดยังมีนโยบายมอบเงินรางวัลนำจับเช่นเดิม เพื่อเป็นสินนำใจแก่ผู้ที่ทำประโยชน์แก่บ้านเมือง ขณะนี้ได้รับข้อมูลที่ประชาชนส่งให้จำนวนมาก และจะเร่งนำไปตรวจสอบวิเคราะห์กับฝ่ายมั่นคงก่อนจะบุกตรวจค้นตามที่รับแจ้งต่อไป
ยิง-ปาระเบิดใส่กำนันปัตตานี
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 15 มีนาคม ร.ต.ท.วรศักดิ์ รอดสัมฤทธิ์ ร้อยเวรฯ สภ.อ.สายบุรี จ.ปัตตานี รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงและขว้างระเบิดภายในร้านอาหารไม่มีชื่อตรงข้ามป้อมจุดตรวจทางหลวงริมถนนสายปัตตานี -นราธิวาส หมู่ 1 ต.เตราะบอน หลังรับแจ้งจึงนำกำลังไปตรวจสอบเกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมศักดิ์ วรรณวรรค ผกก.สภ.อ.สายบุรี
ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบนายวุฒิชัย สะนิ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43 หมู่ 6 ต.เตราะบอน อ.สายบุรี ยืนรอเจ้าหน้าที่ด้วยสีหน้าตื่นตระหนกและให้การว่า ตนเป็นกำนันตำบลเตราะบอน และขณะนั่งกินข้าวกับเพื่อนซึ่งเป็นตำรวจอยู่ในร้าน ก็มีคนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ ไม่ทราบยี่ห้อมาจอดหน้าร้าน และคนที่นั่งซ้อนท้ายชักอาวุธปืนขนาด 11 มม. ยิงใส่ตน 2 นัด โชคดีที่ตนกับเพื่อนตำรวจกระโดดหลบกระสุน และคนร้ายยังขว้างระเบิดเข้ามาในร้านก่อนหลบหนี แต่โชคดีที่ไม่ระเบิดไม่ทำงาน ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุน 11 มม.ตกอยู่ 2 ปลอกจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนระเบิดดังกล่าวที่ตกอยู่ใต้โต๊ะเป็นชนิดเอ็ม 26 จึงประสานไปยังชุดเก็บกู้เพื่อนำไปทำลายทิ้ง ส่วนสาเหตุเชื่อว่าเป็นฝีมือแนวร่วมในพื้นที่ที่ต้องการสร้างสถานการณ์หลังถูกเจ้าหน้าที่กดดันและจับกุมไปหลายคน
สธ.เตือนเจ้าหน้าที่ระวังตัวมากขึ้น
ความคืบหน้าหลังจากนายกัสบี อาแว อายุ 30 ปี นักวิชาการสาธารณสุข 5 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามที่ลำตัวและศีรษะหลายนัด บนถนนสายบ้านยานิง-เจาะไอร้อง บริเวณบ้านสะบือรัง หมู่ 1 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลเจาะไอร้อง เมื่อวันที่ 14 มีนาคม และเป็นบุคลากรสาธารณสุขรายที่ 5 ที่ถูกยิงเสียชีวิตในภาคใต้นั้น
จากเหตุการณ์ดังกล่าว นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า รู้สึกเสียใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การเสียชีวิตของนายกัสบีเป็นการเสียชีวิตในระหว่างปฏิบัติงานในหน้าที่ เนื่องจากเกิดขึ้นขณะที่ขับรถกลับบ้านหลังจากเลิกงาน และสั่งการให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด เดินทางไปให้ขวัญกำลังใจและให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน พร้อมให้บุคลากรสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานในภาคใต้ทุกคน เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น
ด้าน น.พ.ศิริชัย ภัทรนุธาพร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่มีความหวาดกลัวมานาน การเดินทางไปปฏิบัติงานหรือกลับบ้าน ก็จะเดินทางเป็นหมู่คณะ แต่ในวันที่เกิดเหตุหลายคนมีธุระ นายกัสบีจึงเดินทางกลับบ้านคนเดียว ส่วนการให้ความช่วยเหลือครอบครัวนายกัสบี เบื้องต้นสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดประสานงานกับสหกรณ์จังหวัดนราธิวาส ที่นายกัสบีเป็นสมาชิกอยู่ ได้รับเงิน 6 หมื่นบาท และประสานไปยังสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อขอรับเงินสนับสนุนจากรัฐบาล ซึ่งจะจ่ายให้แก่ข้าราชการที่เสียชีวิตในภาคใต้ตามระเบียบ 5 แสนบาท
"ชิดชัย"ประชุมปรับแผน
เมื่อเวลา 10.00 น. วันเดียวกัน พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รักษาการรองนายกฯ และรมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง ว่าเป็นการประชุมคณะกรรมการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อนำยุทธศาสตร์ที่มีอยู่มาปรับให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากยุทธศาสตร์เป็นเรื่องของการบริหารจัดการจึงต้องมีการปรับจูนอยู่ตลอดเวลา
"เหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้น อาจจะมีคนคิดว่าผู้ก่อความไม่สงบในภาคใต้อาจฉกฉวยโอกาสระหว่างที่ฝ่ายความมั่นคงให้ความสนใจกับการชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล แต่ผมไม่ได้คิดไปไกลขนาดนั้น แต่จะปรับยุทธศาสตร์ให้เข้ากับสภาพปัญหาและทิศทาง" พล.ต.อ.ชิดชัย กล่าวและว่า กรณีคณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณสำหรับใช้ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นงบประมาณที่นำไปใช้ในการจ้างงานเร่งด่วน โดยนำมาใช้เป็นเบี้ยเลี้ยงให้แก่ทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้