นายกฯทักษิณ ยังคงปฏิบัติภารกิจอยู่ภาคอิสาน และยังยืนยันไม่คิดเว้นวรรคทางการเมือง ระบุมีภารกิจ 2-3 อย่างที่ต้องทำให้เสร็จ แต่ยืนยันไม่ได้ยึดติดกับลาภ ยศ สรรเสริญ (วันที่ 15 มี.ค.) เมื่อเวลา 07.30 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ลงมารับประทานอาหารเช้าหลังพักค้างคืนที่บ้านนายเนวิน ชิดชอบ รักษาการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯที่บุรีรัมย์ พร้อมด้วย นายชัย ชิดชอบ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พาณิช และข้าราชการระดับสูงมาร่วมรับประทานอาหารกับพ.ต.ท.ทักษิณ ด้วย ซึ่งอาหารประกอบด้วยโจ๊กหมู ข้าวต้มกุ้ง ปาท่องโก๋ ไข่ลวก กาแฟ และขนมฝักบัว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังรับประทานอาหารเช้าแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ ยังได้รับประทานยาด้วย เนื่องจากยังมีอาการไข้อยู่อีกเล็กน้อย
ต่อมาเวลา 08.15 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณี ที่มีข่าวว่ามีการทำพิธีทางไสยศาสตร์เมื่อคืนว่าตนหลับ 4 ทุ่มเลยไม่รู้ว่าเที่ยงคืน 9 นาที ละเมอขึ้นมาทำไสยศาสตร์ตอนไหนไม่รู้เลย
เมื่อถามว่า การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ทั้งคืนที่ผ่านมา พล.ต.อ. ชิดชัย รองนายกฯในฐานะดูแลความมั่นคงรายงานสถานการณ์อย่างไรบ้าง นายกฯกล่าวว่า ไม่มีอะไร เขาก็ดูกันจนชินแล้ว ยอมรับว่าสถานการณ์การชุมนุมยืดเยื้อส่งผลกระทบต่อการลงทุน แต่หากสื่อเป็นกลางให้ ตนก็จะทำงานได้ง่ายขึ้น ขอเพียงสื่อเป็นกลางเท่านั้นพอแล้ว ไม่ต้องการอย่างอื่น แล้วทุกอย่างจะเรียบร้อย เพราะความจริงแล้วไม่มีอะไร
เมื่อถาม มีกระแสข่าวว่า มีการเจรจากับพล.ต.จำลอง ศรีเมืองและนายสนธิ ลิ้มทองกุล โดยทั้งสองยื่นข้อเสนอเพื่อให้ พ.ต.ท.ทกัษิณเว้นวรรคการเมืองข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ไม่มีเลย มีระดับคนทำงานคุยกัน แต่ไม่มีเรื่องที่เกี่ยวกับตัวผมเป็นเรื่องกติกาบ้านเมืองมากกว่า จะมาคุยกันว่าต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ถ้าต้องการเช่นนั้น ก็ต้องไปบรรจุในรัฐธรรมนูญว่าห้าม ทักษิณ เล่นการเมืองเพิ่มอีก 1 มาตรา
เมื่อถามว่า เคยคิดหรือไม่ว่าการเว้นวรรคการเมือง เพื่อจะช่วยคลี่คลายปัญหาต่างๆขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า สรุปแล้ว คือตนตั้งใจทำงานให้บ้านเมืองประชาชนอยากให้ตนแก้ปัญหาหลายด้านบางคนอาจไม่สบายใจที่ผมลงแข่งกลัวเป็นปัญหาต่อเขา ความจริง ตนพูดรู้เรื่อง เพียงแต่ขอให้ใครที่คิดว่าจะขึ้นมาทำงานให้บ้านเมืองแทนตน ไม่ใช่ว่าตนจะยึดติดเพียงแต่ว่าเหลือภารกิจอีกเล็กน้อยจะจบแล้ว เมื่อภาระกิจจบก็ไม่รู้จะทำอะไร เหนื่อยแล้วแก่แล้วอีกไม่กี่เดือนก็จะอายุ 57 ปีแล้ว
เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาคิดว่าการเว้นวรรคการเมืองจะเป็นทางออกหนึ่งในการแก้ปัญหาความวุ่นวายหรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ตนเป็นคนแบบไม่ได้คิดเว้นวรรค หรือไม่เว้นวรรค แต่ทำไปถึงจุดหนึ่งแล้วถ้าคิดว่าพอก็พอ จะเป็นอย่างนั้นมากกว่าตนไม่ได้เป็นประเภท จะเว้นวรรคหรือไม่เว้นวรรคไม่ได้คิดแบบนั้นแต่คิดว่าจะทำงานให้บ้านเมืองเรียบร้อย วันนี้ สิ่งที่เป็นปัญหาของเรา คือเราไม่รู้เท่าทันโลกาภิวัฒน์ ถ้าเราหันให้โลกาภิวัฒน์เงินจะไหลออก ประเทศจะเข้าไอเอ็มเอฟ อีกรอบ แต่วันนี้ สิ่งที่เย้วๆ กันอยู่ คือความไม่เข้าใจโลกาภิวัฒน์ อย่างรุนแรง ซึ่งเป็นอันตรายมากๆ
เมื่อถามว่า เคยคิดหรือไม่ว่าจะเว้นวรรคการเมือง นายกฯ กล่าวว่า ตนถือว่าอำนาจประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าประชาชนอยากให้หยุดก็หยุด ประชาชนบอกให้ทำก็ต้องทำ ตนคิดว่าประชาธิปไตยเป็นเรื่องของประชาชนไม่ใช่เรื่อของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่จะสรุปว่าตัวเองสามารถโหวตได้ล้านเสียงและชาวบ้านโหวตได้ เสียงเดียวเพราะตัวเองฉลาดกว่ามันไม่ใช่ ทุกคนเสียงเดียวเท่ากัน รัฐธรรมนูญนับความเป็นมนุษย์ของคนไม่ได้ ไม่ได้นับตรงลาภยศ สรรเสริญ ยศฐาบรรดาศักดิ์ ฐานะวิทยะ หรือความรู้ฉะนั้นทุกคนต้องเชื่อฟังเสียงประชาชน หากประชาชนเลือกตนก็ทำไม่เลือกก็ไม่ทำหลักแค่นั้นเอง ถ้าจะบอกว่าไม่ให้อาสาก็ไม่ถูก
เมื่อถามว่า มีการมองว่า หากนายกฯเว้นวรรคการเมืองแล้วให้ตัวแทนมาเป็นนายกฯแทนจะกลับมาเป็นนายกฯได้สวยงามกว่านี้ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ก็เป็นข้อเสนอที่ดี
เมื่อถามว่า แสดงว่ากำลังพิจารณาอยู่แต่ยังไม่ถึงเวลาใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนพิจารณาทุกด้านที่เสอนมาเพียงแต่ว่า ตนจะตัดสินใจอย่างไร ตนจะตัดสินใจเมื่อถึงเวลา โดยจะตัดสินใจในสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อบ้านเมืองแต่ไม่ใช่ตัดสินใจบนความกดดัน บางคนเสียผลประโยชน์ บางคนอาจไม่เข้าใจเรื่องราว แต่ตนจะพยายามตัดสินใจที่อยู่บนพื้นฐานที่ไม่ได้เกิดความอยากที่จะเป็นนายกฯอยู่เรื่อยๆ เพราะงานนายกฯถือเป็นงานอาสา
เมื่อถามว่ามีการมองผู้ที่จะเป็นตัวแทนไว้บ้างหรือยัง นายกฯ กล่าวว่า ที่ถามมาตนตอบแบบมีเงื่อนไขขอให้เขียนให้ดีๆ ไม่ใช่ว่าเขียนไว้เรียบร้อยแล้วขอเพียงคำถามใส่ปากตนเท่านั้นต้องดูให้ดีๆ โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
เมื่อถามว่า มีการประเมินหรือไม่ ว่าการชุมนุมจะเป็นอย่างไรต่อไป นายกฯ กล่าวไม่มีอะไร เจ้าหน้าที่ก็ทำหน้าที่แต่ขออย่างเดียว วิงวอนขอให้ได้รับความเป็นธรรมจากสื่อก็พอแล้ว
เมื่อถามว่า จะเข้าไปทำงานที่ทำเนียบฯหรือไม่ นายกฯกล่าว "อ้าว ที่ทำงานผม ผมจะทำงานที่ไหนก็ได้ "
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเสร็จจากการรับประทานอาหารคณะของ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ออกเดินทางต่อไปยัง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ และตอนบ่ายจะเดินทางไปนมัสการหลวงพ่อคูณ แห่งวัดบ้านไร่ด้วย ก่อนจะมาปราศรัยที่หน้าศาลากลาง จ.นครราชสีมา และจะเดินทางกลับเข้ากรุงเทพในตอนเช้าของวันที่ 16 เพื่อประชุมคณะกรรมการจัดงานฉลองการครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีของในหลวง