พันธมิตรวิเคราะห์ "ทักษิณ" ดันตั้ง "ชิดชัย" นั่งรองนายกฯ คนที่ 1 มีทั้งเตรียมต่อสู้และถอย ยันม็อบพันธมิตรยื้อปักหลักชุมนุมหน้าทำเนียบฯ จนกว่า "ทักษิณ" ลาออก พร้อมย้ำ "สิทธิดื้อแพ่ง" ตอบโต้คำสั่งไม่ชอบธรรม เมินคำขู่ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เตรียมใช้ "อารยะขัดขืน" ต้าน วันที่ 14 มี.ค. นายสุริยะใส กตะศิลา โฆษกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เปิดแถลงการณ์ข่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรีมีมติตั้ง พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ยุติธรรม เป็นรองนายกรัฐมนตรีคนที่ 1 ว่ากรณีนี้ตีความได้ 2 แบบ แบบที่ 1 คือเป็นการเตรียมความพร้อมที่จะต่อสู้ทางการเมือง โดยพร้อมที่จะรับ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และประกาศภาวะฉุกเฉินจัดการกับผู้ชุมนุม เพราะ พ.ร.ก.ฉบับนี้ นายกรัฐมนตรีมีอำนาจล้นฟ้าใหญ่กว่าฮิตเล่อร์
"การประกาศภาวะฉุกเฉินในสถานการณ์เช่นนี้เป็นเรื่องที่อ่อนไหวมาก และจะเป็นการขัดกับพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ให้รู้รักสามัคคี แต่คนในรัฐบาลก็ขยันพูด โดยเฉพาะรักษาการนายกรัฐมนตรีบอกว่าถ้าจำเป็นก็จะประกาศ เท่ากับเป็นการส่งสัญญาณข่มขู่ผู้ชุมนุมให้หวาดกลัว แต่เรายืนยันว่าการชุมนุมของเราเป็นไปด้วยความสงบ ซึ่งไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะประกาศภาวะฉุกเฉิน ไม่สามารถอธิบายได้ เพราะสังคมโลกและสื่อทั่วโลกจับตาการเคลื่อนไหวของประชาชนอย่างใกล้ชิด ถ้าประกาศภาวะฉุกเฉินในสถานการณ์ที่สงบ อธิบายต่อชาวโลกไม่ได้แน่นอน ถือเป็นความคิดสั้นและจะนำประเทศไปสู่หายนะเพราะความบ้าอำนาจของคนๆ เดียว" นายสุริยะใส กล่าวและว่า
อย่างไรก็ตาม ถ้าหากการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยมีเหตุผลไม่เพียงพอ พันธมิตรฯ มีสิทธิที่จะดื้อแพ่ง แข็งขืนแบบอารยะ หรือ "อารยะขัดขืน" เป็นการตอบโต้คำสั่งที่ไม่ชอบธรรมได้ แต่ยังคิดว่าทรราชย์มักทำอะไรที่ไม่มีเหตุผล
นายสุริยะใส กล่าวอีกว่า ส่วนแบบที่ 2 เป็นการเตรียมถอยทางการเมืองเพราะนายกฯ อาจจะประเมินพอถึงจุดหนึ่งก็ต้องลาออก และให้ พล.ต.อ.ชิดชัย รักษาการนายกฯ แทน ซึ่งกรณีนี้ ถ้าหากลาออกแล้ว ยังมีการเลือกตั้งวันที่ 2 เม.ย.โดยไม่มีการปฏิรูปการเมือง เท่ากับว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นว่าที่นายกฯ ซึ่งกลุ่มพันธมิตรฯ รับไม่ได้อย่างแน่นอน นายกฯ ต้องลาออกโดยไม่มีเงื่อนไขเท่านั้น
"สิ่งที่พันธมิตรจะพอใจและยอมสลายการชุมนุมคือการที่รักษาการนายกฯประกาศลาออกอย่างไม่มีเงื่อนไข พร้อมทั้งประกาศตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่นที่ผ่านมาทุกเรื่อง โดยเฉพาะการซื้อขายหุ้นชินคอร์ปครั้งนี้ และเปิดทางให้มีการปฏิรูปการเมืองจึงจะพอใจ" นายสุริยะใส กล่าวและว่า
สำหรับแนวทางการเคลื่อนไหวของพันธมิตรนั้น ยังยืนยันที่จะปักหลักชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาลจนกว่าจะลาออก โดยขณะนี้ได้เปิดเป็นหมู่บ้านบางระจันกู้ชาติ มีการเตรียมเสบียงอาหาร ยารักษาโรค พร้อมที่จะชุมนุมได้เป็นเดือนหรือถึงปีและมีการปราศรัยตลอดทั้งวัน คาดว่าผู้ชุมนุมจะมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จากที่คาดว่าผู้ชุมนุมมี 2 แสนคน อาจจะเป็น 5 แสนคน
"ส่วน "ม็อบอีแต๋น" ที่เดินทางเข้ามาในกรุงเทพมหานครเพื่อสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ และเกรงว่าจะมีการปะทะ หากจะมีชาวบ้านมาชุมนุมที่ลานพระบรมรูป ซึ่งใกล้สถานที่ที่พันธมิตรฯ ชุมนุมนั้น เราจะขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเป็นแนวกั้นระหว่างประชาชน 2 กลุ่ม แต่ตนไม่เชื่อว่าชาวบ้านที่มากับอีแต๋นจะมีความตั้งใจเข้ามาเผชิญหน้าหรือสร้างความรุนแรง เพราะดูจากแววตามาด้วยความจำใจ เพราะหัวคะแนนบังคับ รับเงินมาแล้วก็ต้องจัดคนมา ไม่ทำก็ไม่ได้" นายสุริยะใส กล่าวและว่า
การเลือกตั้งวันที่ 2 เม.ย.ถือเป็นความน่าอับอายครั้งยิ่งใหญ่ เป็นการเลือกตั้งที่สกปรกยิ่งกว่าปี 2500 เพราะการเลือกตั้งมันไม่มีความชอบธรรม เลือกไปก็ไม่มีประโยชน์ สิ้นเปลืองงบประมาณ เพราะไม่มีความชอบธรรมโดยสิ้นเชิง
นอกจากนี้ นายสุริยะใส ยังกล่าวถึงบทบาทของคนเดือนตุลาฯ ในรัฐบาลว่า ตนไม่เคยคาดหวังกับคนเหล่านี้มาตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่ประชาชนกำลังต่อสู้กับไม่มีสัญญาณในเชิงสปิริตของนักการเมืองในเดือนตุลาฯ อยากจะเรียกร้องให้ใช้มาตรการทางสังคมกับคนเหล่านี้โดยการไม่ร่วมสังฆกรรมกับคนเหล่านี้ โดยการขึ้นบัญชีและไม่ร่วมสังฆกรรมด้วย
ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าบุคคลในรัฐบาลพยายามส่งคนมาเจรจากับแกนนำในพันธมิตรนั้น โฆษกพันธมิตรฯ กล่าวว่าตนขอปฏิเสธว่า ถ้าตรวจสอบไปยังแกนนำทั้ง 5 คน ไม่พบว่ามีใครไปเจรจากับตัวแทนรัฐบาล ซึ่งตามข้อตกลงของพันธมิตรถ้าจะมีการเจรจากับรัฐบาลต้องไปเจรจากันทั้ง 5 คน จะไม่มีการเจรจาลับๆ กับคนใดคนหนึ่ง แล้วนำผลการเจรจามาเปิดเผยภายหลัง ทั้งนี้เพื่อความโปร่งใส