ผิดสังเกตวัยรุ่นทะเลาะกันหลายจุด พันธมิตร ผย รมต.ส่งคนป่วนม็อบ ส่งผลให้การปราศรัยบนเวทีท้องสนามหลวงหยุดเป็นระยะ กลุ่มหมอพยาบาลได้ร่วมสนับสนุนค่าเช่าจอโปเจ็คเตอร์เพื่อถ่ายทอดวันที่ 14 มีนาคม "นิติภูมิ เนาวรัตน์" แฉ"ทักษิณ" อ้อนเม็กซิโกขอทำกิจการโทรคมนาคม วันที่ 13 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นที่น่าสังเกตว่า การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ณ ท้องสนามหลวง มีเหตุการณ์ผิดปกติหลายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โ ยเฉพาะมีกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะกันเองหลายจุดในพื้นที่ท้องสนามหลวง ทำให้เกิดโกลาหล สร้างความแตกตื่นให้กลุ่มผู้ชุมนุม และทำให้การปราศรัยบนเวทีสะดุดเป็นระยะ ๆ
อย่างเช่นเวลา 23.30 น.ขณะที่ ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการ ได้ปราศรัยอยู่ มีคนกลุ่มหนึ่งเปิดเพลงสรรเสริญพระบารมี ทำให้ผู้ชุมนุมฮือขึ้น ดร.เสรีต้องบอกให้ผู้ชุมนุมลุกยืนขึ้นเพื่อรอดูสถานการณ์ เพื่อเพลงจบจึงได้ปราศรัยต่อโดยไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น
ดร.เสรี กล่าวว่า เพลงสรรเสริญพระบารมี ปกติจะเปิดก่อนฉายหนัง แต่คนที่ตั้งใจเปิดเพลงนี้ เขาคงรู้ว่าที่ตนพูดเป็นแค่หนังตัวอย่าง แต่ไม่ต้องห่วงหนังจริงๆ กำลังจะเริ่มเร็วๆนี้
ดร.เสรี กล่าวต่อว่า มีคนมาเตือนตนว่าไม่ให้มา เพราะเกรงว่าจะเกิดอันตราย แต่ตนอยากร้องเพลงชาติไทยจนกว่าแผ่นดินจะกลบหน้า ไม่อยากร้องเพลงชาติสิงคโปร์ ตอนนี้แผ่นดินไทยตกต่ำ มีคนบอกให้ถอยคนละก้าว แต่เราจะถอยได้อย่างไร ในเมื่อไม่เคยเจอกันเลย ไม่ใช่ผัวเมียจะปิดห้องคุยทำไม ถ้าจะคุยกันต้องให้ประชาชนรับรู้ทุกประโยค
ทั้งนี้แกนนำพันธมิตรฯ เปิดเผยว่า ได้รับทราบมาก่อนหน้านี้ว่า วันนี้จะมีคนของนักการเมืองระดับรัฐมนตรี ซึ่งเป็นคนที่เคยสร้างความปั่นป่วน ให้การชุมนุมหลายครั้ง ส่งคนกว่า 100 คน แฝงตัวกับผู้ชุมนุม โดยกระจายตามจุดต่างๆ เพื่อสร้างปั่นป่วนให้การชุมนุม
เมื่อเวลา 23.45 น. นายนิติภูมิ เนาวรัตน์ คอลัมน์นิสต์ชื่อดัง และอดีตผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ขึ้นปราศรัยว่า มีคนหลายคนเตือนตนว่า อย่าออกมาร่วมกับเครือข่ายพันธมิตร ในการเคลื่อนไหวขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
แต่ตนกลับเห็นว่าถึงเวลาแล้ว ที่จำเป็นจะต้องออกมาร่วมกับการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ ถึงแม้ว่าหลังจากนี้ตนกลับไปจะไม่มีงานทำ ตนก็พร้อมที่จะกลับมาเคลื่อนไหวอีก ตนยอมที่จะหิวข้าวคนเดียวได้ แต่จะให้คนไทยอีกกว่า 60 ล้านคน มาท้องกิ่วหิวข้าวอีกต่อไปคงจะไม่ได้ และตนขอยืนยันว่า ในการเคลื่อนขบวนในวันพรุ่งนี้ ตนพร้อมที่จะเดินอยู่แถวหน้า ในการกอบกู้ประเทศชาติออกจากระบบทักษิณให้ได้
นายนิติภูมิ กล่าวอีกว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ประเทศไทยเคยได้รับความไว้วางใจจากนานาประเทศมาโดยตลอด แต่มา 4-5 ปีมานี้ ที่เรามีนายกฯชื่อ"ทักษิณ" หลายประเทศกลับไม่ยอมรับ จากการเดินทางที่ผ่านมาของตนในประเทศต่างๆ มีคนขับแท็กซี่ในบางประเทศถามตนว่า มาจากประเทศอะไร ตนตอบไปว่ามาจากประเทศไทย แท็กซี่คนนั้นกลับบอกว่าประเทศไทยชอบระบบการฮั้ว เป็นเรื่องที่อันตรายมาก
"สิ่งดังกล่าวทำให้ผมสะดุดใจเสียใจ ที่มีผู้นำประเทศเช่นพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ผมไม่รู้ว่าผู้นำประเทศเรา เกิดมาพ่อแม่ลืมใส่สมองมาให้หรือเปล่า ที่ผ่านมาเป็นห่วงผลประโยชน์ของตัวเองมากเกินไป จนทำให้ปัญหาภาคใต้เกิดขึ้น และไม่สามารถแก้ไขได้ ปัญหาภาคใต้เกิดมาซวยที่มาอยู่ในยุครัฐบาลชุดนี้ จนถึงขณะนี้ผมมีอายุถึง 45 ปีแล้ว ผมไม่เคยเห็นผู้นำคนใด ที่กลับกลอกเท่ากับผู้นำคนนี้เลย อีกทั้งไม่กล้าออกมาเผชิญหน้าตอบปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะปัญหาการทำเอฟทีเอกับประเทศออสเตรเลีย" นายนิติภูมิ กล่าวและว่า
ตนได้เคยมีโอกาสเดินทางไปในช่วงที่นายกฯทักษิณไปลงนามเอฟทีเอ ถึงประเทศออสเตลีย ซึ่งตนไปบรรยายพิเศษให้กับชาวนา และคณะแพทย์ใน 2 เมืองใหญ่ หลังจากที่ตนได้บรรยายเสร็จ ก็ได้ถามผู้ที่เข้าร่วมสัมมนา ถึงข้อตกลงการทำเอฟทีเอระหว่างไทยกับออสเตเลีย คนของเขาทุกคนล้วนแล้วแต่ทราบข้อตกลงในรายละเอียดทั้งหมด แต่สำหรับประเทศไทย กลับไม่มีใครรู้ว่านายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ไปทำสัญญาและให้ผลประโยชน์อะไรบ้าง การทำข้อตกลงเอฟทีเอกับออสเตรเลีย คนในรัฐบาลเพียงไม่กี่กลุ่ม ได้รับผลประโยชน์ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ ธุรกิจโทรคมนาคม
"สิ่งที่น่าอับอายที่สุด ที่ผมทราบมาว่าในการประชุมเอเปค ที่ประเทศเม็กซิโก ผู้นำประเทศของเราไปอ้อนวอนขอให้ประธานาธิบดีเม็กซิโก อนุมัติให้ธุรกิจโทรคมนาคมของพ.ต.ท.ทักษิณ สามารถเข้าไปทำธุรกิจโทรคมนาคมในเม็กซิโกได้ แต่ประธานาธิบดีได้ตอบปฏิเสธ จนผู้นำประเทศของเราหน้าหงาย นั่งซึมตลอด คนเช่นนี้เราจะยอมมาให้เป็นผู้นำประเทศได้อีกหรือ ขนาดไปประชุมเรื่องที่เป็นผลประโยชน์ของประเทศชาติ กลับให้ความเป็นห่วงธุรกิจตัวเอง มากกว่าเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งคณะที่เดินทางไปนั้น ผมทราบมาว่ามีบุตรชายของนายกรัฐมนตรี ไปทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และเป็นที่เอื้อมระอาของคณะที่เดินทาง" นายนิติภูมิ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงาานว่า เมื่อเวลา 00.10 น. กลุ่มเกษตรกรจาก จ.นครราชสีมา เดินทางมาถึงท้องสนามหลวง เพื่อที่จะร่วมขบวนในวันพรุ่งนี้ โดยการเดินทางของกลุ่มเกษตรกรในครั้งนี้ เดินทางมาโดยรถบัส จำนวน 10 คัน
หมอ-พยาบาลถ่ายทอดสด14มีนา
เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. ของวันที่ 13 มีนาคม 2549 ที่สวนชมน่าน อำเภอเมืองจังหวัดพิษณุโลก เครือข่ายประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจังหวัดพิษณุโลก ร่วมกับสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจพิษณุโลก เครือข่ายเด็กและเยาวชนพิษณุโลก รวมถึงนายสัมฤทธิ์ ลิ้มสัมฤทธิ์ นักประท้วงเดี่ยวได้จัดการถ่ายทอดสดสัญญาณรายการม็อบกู้ชาติที่รวมตัวกันที่สนามหลวงจากช่อง เอเอสทีวี ซึ่งได้รับความสนใจจากแนวร่วมและประชาชนทั่วไปประมาณ 300 คน
นายสาคร สงมา ประธานเครือข่ายประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า การถ่ายทอดสดการชุมนุมที่ท้องสนามหลวงนั้น เพื่อต้องการให้ชาวต่างจังหวัดได้รับรู้ความเคลื่อนไหวจากส่วนกลาง ส่วนกลุ่มพันธมิตรพิษณุโลกได้รวมตัวกันในเวลา 24.00 น.ของวันที่ 13 มีนาคม เพื่อเดินทางโดยรถบัสไปสมทบกับม็อบกู้ชาติที่สนามหลวง ขณะที่ในวันที่ 14 มีนาคม ทางกลุ่มแพทย์และพยาบาลพิษณุโลก ได้ร่วมสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเช่าจอโปเจ็คเตอร์และจานดาวเทียมเพื่อถ่ายทอดสดการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องที่สวนชมน่านต่อไป