วันจันทร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2549

Nation Group GO
ค้นหาข่าวย้อนหลัง

ปชป.ชักแถวร้อง พรรคเล็กตบตา โมเมคุณสมบัติ

ปชป.ชักแถวร้อง กกต.สอบคุณสมบัติพรรคเล็ก พร้อมจี้ กกต.ดำเนินคดี ด้านเด็ก ทรท.ส่อโดนถอนสิทธิ เหตุไม่ไปใช้สิทธิ มหาชนงัดหลักฐานคน ทรท.ดอดสังกัดพรรคเล็กย้อนหลัง "ปริญญา" เชื่อคุณสมบัติไม่ครบน่าจะมีอีกเพียบ

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติถอนสิทธิผู้สมัครรับเลือกตั้งพรรคไทยรักไทยคนแรกแล้ว ท่ามกลางการเรียกร้องให้พิจารณาคุณสมบัติของผู้สมัครจากพรรคขนาดเล็ก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุม กกต.เมื่อวันที่ 13 มีนาคม มีผู้สมัคร ส.ส.ภาคกลางที่ กกต.เพิกถอนสิทธิการสมัคร ได้แก่ นายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร เขต 3 พรรคไทยรักไทย เนื่องจากนายอุดมไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา

ทั้งนี้ หากนายอุดมไม่เห็นด้วยกับการเพิกถอนสิทธิการสมัคร ก็สามารถร้องต่อศาลฎีกา เพื่อให้ทบทวนได้ภายใน 7 วัน

นายปริญญา นาคฉัตรีย์ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้ กกต.ตรวจสอบคุณสมบัติและการสังกัดพรรคของผู้สมัครพรรคเล็กว่า ได้รับเรื่องไว้และรวบรวมข้อมูล คาดว่าจะมีจำนวนมากพอสมควร แต่ไม่สามารถประกาศให้ภายนอกทราบได้ โดย กกต.จะประกาศรายชื่อผู้สมัครภายใน 7 วัน ตามที่กฎหมายกำหนด

อย่างไรก็ตาม หากมีการส่งข้อมูลเข้ามา กกต.ก็จะรวบรวมและตรวจสอบส่งให้ศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิการสมัครต่อไป และหากเขตใดผู้สมัครคู่แข่งถูกเพิกถอนและเหลือผู้สมัครคนเดียว ก็ต้องยึดหลักให้ได้คะแนนถึง 20% ตามที่กฎหมายกำหนด แต่หากไม่ได้ กกต.ก็จะจัดเลือกตั้งต่อไปจนกว่าจะได้ ส.ส.ในเขตนั้น

ต่อกรณีของ พระเปรมศักดิ์ เปมสกฺโก (เพียยุระ) อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย นายปริญญา กล่าวว่า การเลือกตั้งต้องเดินหน้าต่อไป แต่ผู้สมัครบัญชีรายชื่อของพรรคไทยรักไทยจะเหลือ 99 คน กกต.ก็ยังไม่ได้ตัดสิทธิพระเปรมศักดิ์ออกจากบัญชีรายชื่อ แต่เมื่อพระเปรมศักดิ์ลาอุปสมบท ก็จะขาดความเป็นสมาชิกภาพของพรรคไทยรักไทย ซึ่งกฎหมายระบุว่า หากขาดคุณสมบัติของผู้สมัคร ก็จะไม่สามารถเพิ่มเติมรายชื่อทีหลังได้ ฉะนั้น พรรคไทยรักไทยจึงมีผู้สมัครเพียง 99 คน

ส่วนหากพรรคไทยรักไทยได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อเพียงพรรคเดียว กกต.ก็จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุม ส่วนตัวคิดว่าเหตุดังกล่าวคงไม่ใช่เรื่องที่ทำให้การเลือกตั้งเลื่อนออกไป อย่างไรก็ตาม ปัญหาในเรื่องนี้อยู่ที่ว่า หากมี ส.ส.ไม่ครบ 500 คน ก็ไม่สามารถเปิดประชุมนัดแรกได้ หากไม่ครบเราต้องมาคิดว่าจะดำเนินการอย่างไร ส่วนคนที่จะตีความต้องเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญ เพราะผู้ร่างกฎหมายก็คงไม่ได้คิดเรื่องดังกล่าว

ส่วนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกฯ ระบุว่า พรรคประชากรไทยอาจได้คะแนนแบบบัญชีรายชื่อเกิน 5% จะเป็นการส่งสัญญาณโอนคะแนนหรือไม่ นายปริญญา กล่าวว่า เรื่องการเลือกตั้งและการลงคะแนนขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชน การจะไปบังคับให้ใครไปเลือกใครคงเป็นไปไม่ได้ เพราะประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินว่าจะเลือก ส.ส.คนไหน

"ที่สงสัยว่าเป็นการส่งสัญญาณให้ กกต.ช่วยเหลือพรรคประชากรไทยก็เป็นไปไม่ได้ เพราะ กกต.ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง และ กกต.ก็จะจับตาดูทุกกรณีที่สังคมเกิดความสงสัย อย่างไรก็ตาม กกต.มีอำนาจเท่าที่กฎหมายกำหนด" นายปริญญา กล่าว

สุวโรชร้อง กกต.สอบคุณสมบัติ 3 ผู้สมัคร

ทั้งนี้ นายสุวโรช พะลัง คณะทำงานด้านกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางมาที่สำนักงาน กกต.กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากเลขาธิการพรรคให้นำเอกสารเพื่อขอให้ กกต.สืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีของ น.ส.นิภา จันทร์โพธิ์ น.ส.รัชนู ต่างสี นายสุวิทย์ อบอุ่น ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า ในเขตเลือกตั้งที่ 1, 2 และ 4 จ.ตรัง ซึ่งแถลงข่าวไปแล้วว่า รับเงินมา 3 หมื่นบาท

นายสุวโรช กล่าวต่อว่า อยากฝากบอกไปยัง ผอ.กกต.เขตต่างๆ ว่าไม่ใช่มีเพียงพรรคการเมืองนี้พรรคเดียวเท่านั้นที่ทำแบบนี้ แต่ยังมีอีกหลายพรรค เช่น พรรคไทยช่วยไทย พรรคแผ่นดินไทย พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า พรรคประชากรไทย พรรคคนขอปลดหนี้ ที่ส่งผู้สมัครลงใน 56 เขตเลือกตั้งของภาคใต้ จึงเรียกร้องให้ช่วยตรวจสอบเรื่องคุณสมบัติการเป็นสมาชิกพรรค 90 วันให้ดี เพราะหลักฐานที่ได้การรับรองจาก กกต.กลาง ขณะนี้ไม่ปรากฏว่าผู้สมัครหลายคนได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคที่ตนลงสมัคร และจะส่งผลให้คุณสมบัติในการลงสมัครไม่ครบถ้วน

นายสุวโรช กล่าวต่อว่า กกต.จังหวัดจะดูแค่เรื่องหัวหน้าพรรคเซ็นรับรองอย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะอาจจะมีการสมยอมขึ้นมา ซึ่งหลักฐานแค่นั้นคงไม่พอ กกต.เขตต้องสอบถามมาที่ กกต.กลาง เพราะ กกต.กลางทราบข้อเท็จจริงทั้งหมดแล้ว ผอ.เขต ขอให้ระวัง ต้องดำเนินการตามกรอบของกฎหมาย ถือว่าหมิ่นเหม่ว่าเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และได้แจ้งความที่ สน.ปทุมวันไว้แล้วด้วย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาตรวจสอบเจ้าหน้าที่ กกต. และไปสอบปากคำที่พรรคไทยช่วยไทยด้วย

นอกจากนี้ พรรคจะส่งหลักฐานไปให้ ผอ.เขตทั้ง 56 เขตในภาคใต้ทั้งหมด และต้องให้ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในแต่ละเขตไปยื่นคำร้องคัดค้านที่เขตเลือกตั้งแต่ละเขต เพื่อให้ ผอ.เขตทราบ ซึ่งจะทำก่อนที่จะประกาศรับเป็นผู้สมัครในวันที่ 15 มีนาคม ส่วนประธาน กกต.จะดำเนินการอย่างไร ก็เป็นดุลพินิจของท่าน และพรรคจะตรวจสอบต่อไป

ดักคอทักษิณอย่าฮั้วพรรคเล็ก

นอกจากนี้ นายสุวโรชยังกล่าวถึงกรณีที่ พระเปรมศักดิ์อุปสมบทและลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทยว่า ส่วนตัวแสดงความชื่นชมที่หมอเปรมลาบวช คิดว่าสิ่งที่ทำเป็นคุณงามความดีที่เชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศมองเห็น ขอให้ น.พ.เปรมศักดิ์ ได้ส่วนบุญส่วนกุศลที่บวชครั้งนี้

นายสุวโรช กล่าวว่า กรณีนี้โดยหลักแล้ว หากได้ ส.ส.ไม่ครบ 500 คน ก็ไม่สามารถเปิดประชุมสภาได้ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ก็ยังไม่ได้คุยกันเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องของ กกต.ที่จะต้องพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร และตอนนี้ยังไม่ถึงวันเลือกตั้ง จึงยังพูดอะไรไม่ได้ แต่ขอตั้งข้อสังเกตที่นายกรัฐมนตรีพูดว่า พรรคประชากรไทยอาจจะได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ถึง 5% ตรงนี้ต้องะวัง อย่าไปทำพฤติกรรมอะไรที่เป็นลักษณะการฮั้ว หรือเทคะแนน เพื่อให้ได้ ส.ส.ครบ 500 เพราะเจตนารมณ์ของกฎหมายต้องการคนที่มีจริยธรรม คุณธรรม มีความโปร่งใส อย่างไรก็ตาม มองว่าหลักของกฎหมายดีแล้ว

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม แกนนำพรรคประชาธิปัตย์หลายคนได้เข้าพบ กกต.จังหวัด เพื่อให้ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครจากพรรคการเมืองขนาดเล็ก ที่ส่งสมัครในจังหวัดภาคใต้ เพราะเชื่อว่าหลายคนมีคุณสมบัติไม่ครบ

ที่ จ.สงขลา นายวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เตรียมนำหลักฐานเอกสารเกี่ยวกับผู้สมัครพรรคเล็กเข้าร้องเรียน กกต.จังหวัด หลังจากที่ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัคร 22 คนแล้วพบว่าน่าจะไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองไม่ครบ 90 วัน และเป็นสมาชิกพรรคการเมืองเกินหนึ่งพรรค

"ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้ารายหนึ่ง หัวหน้าพรรคได้เซ็นอนุมัติให้เป็นสมาชิกพรรคลำดับที่ 011675 ลงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2548 ทั้งๆ ที่มีการสมัครจริงวันที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมา ล่าสุดมีผู้สมัครที่รู้ตัวว่ากระทำความผิดและกลัว พยายามให้ญาติพี่น้องติดต่อเจรจาเพื่อถอนการลงสมัครแล้ว การเลือกตั้งครั้งนี้จึงแสดงให้เห็นถึงการทุจริตนับตั้งแต่การลงสมัคร" นายวิรัตน์ กล่าว

นายไพฑูรย์ เจ๊ะแฮ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ขณะนี้ กกต.สงขลา ได้เร่งตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครทั้ง 8 เขตอย่างเร่งด่วนแล้ว ยอมรับว่าจากการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 8 เขตในขั้นต้นพบว่ามีผู้สมัครบางคนขาดคุณสมบัติเรื่องการเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองจริง แต่เป็นหน้าที่ของ ผอ.เขตเลือกตั้งแต่ละเขตว่าจะพิจารณาเอาความผิดกับผู้สมัครอย่างไร

"กรณีเช่นนี้หาก ผอ.เขตเลือกตั้งต่างๆ พบว่าผู้สมัคร ส.ส.ขาดคุณสมบัติการเป็นสมาชิกพรรค หรือมีความผิดในด้านอื่นๆ จริง กกต.จังหวัดก็ต้องยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้พิจารณาในลำดับต่อไป และหากศาลเห็นว่าผู้สมัคร ส.ส.รายดังกล่าวมีความผิดจริง ก็จะต้องพิจารณาในการสั่งดำเนินคดี" นายไพฑูรย์ กล่าว

นครฯ จี้สอบ10เขตรวม 53 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สายวันเดียวกัน แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ นำโดย นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ นายวิทยา แก้วภราดัย นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นำเอกสารการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช 10 เขต รวม 53 คน จาก 8 พรรคการเมือง เข้าร้องเรียนต่อนายสมพุทธ ธุระเจน กกต.นครศรีธรรมราช เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกระบวนการกฎหมาย

นายวิทยา กล่าวว่า ทีมงานของพรรคได้ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัคร โดยเฉพาะใน จ.นครศรีธรรมราช ทั้ง 10 เขต ปรากฏว่ามีบุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติอยู่ทั้ง 10 เขต บางเขตแค่ผู้สมัครจากไทยรักไทยเพียงคนเดียว ซึ่งเป็นบัญชีรายชื่อที่มีการตรวจสอบ ยังไม่ปรากฏในฐานข้อมูลของ กกต.

“ยกตัวอย่างเขต 1 นครศรีธรรมราช มีผู้สมัครจากพรรคอื่น 2 คน คือ น.ส.ชิษณุชา จันทร์เอียด ที่ระบุว่าเป็นสมาชิกประชากรไทย แต่จากฐานข้อมูลไม่ปรากฏว่าเป็นสมาชิกพรรคใด คนต่อมาคือ นายตฤณ อินทวงศ์ สังกัดพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า แต่เมื่อตรวจสอบไม่พบเช่นกัน และเท่าที่ตรวจสอบอย่างน้อย 3 เขตเลือกตั้ง ที่จะมีผู้สมัครจากไทยรักไทยเพียงพรรคเดียว" นายวิทยา กล่าว

สตูล-กระบี่ก็ส่อเค้าขาดคุณสมบัติ

ส่วนที่ จ.สตูล น.พ.อสิ มะหะมัดยังกี อดีต ส.ส.สตูล พรรคประชาธิปัตย์ ได้เข้าพบนายเรืองชัย จงสงวน ประธาน กกต.สตูล พร้อมมอบหลักฐานเพิ่มเติมกรณีที่ผู้สมัคร ส.ส.สตูล เขต 1 ขาดคุณสมบัติ เพราะมีผู้สมัครหนึ่งรายสังกัดพรรคเกิน 2 พรรค อีกคนหนึ่งสังกัดพรรคไม่ถึง 90 วัน

นายอาคม เอ่งฉ้วน กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ได้มายื่นหนังสือให้ตรวจสอบผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.กระบี่ ด้วยเช่นกัน โดยยื่นเรื่องให้นายสมชาย เชี่ยวชาญ หัวหน้างานสืบสวน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำ จ.กระบี่ ระบุว่า ผู้สมัครเขต 1, 2 และ 3 ขาดคุณสมบัติ

กกต.สุราษฎร์ฯ เตรียมตัดสิทธิ 11 ผู้สมัคร

นายโชคชัย ผลวัฒนะ ผอ.กกต.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า การตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.สุราษฎร์ธานี 21 คน ขณะนี้ยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ ต้องรอการตรวจสอบอีกระยะหนึ่ง และจากผลการตรวจสอบฐานข้อมูลเบื้องต้นพบว่ามีผู้สมัคร 11 คน ของทั้ง 6 เขต ที่อาจจะเข้าข่ายถูกตัดสิทธิ

นายโชคชัย ให้เหตุผลว่า เนื่องจากมีปัญหา 3 ประเด็นหลัก คือ 1.ไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดและเป็นสมาชิกพรรคการเมืองไม่ถึง 90 วัน 2.มีรายชื่ออีกพรรคการเมืองหนึ่ง แต่สมัครในนามของอีกพรรคการเมืองหนึ่ง และ 3.เป็นสมาชิกพรรคการเมืองมากกว่าหนึ่งพรรคการเมือง ซึ่งต้องรอการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

มหาชนแฉพิรุธ 9 ผู้สมัคร 3 พรรคเล็ก

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการพรรคมหาชน กล่าวว่า จากการตรวจสอบรายชื่อผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง ส.ส.ในการเลือกตั้งครั้งนี้ พบความผิดปกติหลายอย่าง ซึ่งคิดว่า กกต.น่าจะเร่งดำเนินการให้ถูกต้อง คือ จ.พิจิตร เขต 3 ที่พรรคไทยรักไทยส่ง นายนาวิน บุญเสรฐ ลงสมัคร และมีนายบุญเกียรติ เวชยากิจ ลงแข่งในนามพรรคไทยช่วยไทย แต่กลับพบว่านายบุญเกียรติ เคยเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทย และเคยลงแข่งกับนายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ อดีต ส.ส.พรรคมหาชน ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2544 มาก่อน

"ที่สำคัญยังมีสิ่งที่ผิดสังเกตมาก คือ พรรคไทยช่วยไทย ระบุว่า นายบุญเกียรติเป็นสมาชิกพรรคตั้งแต่วันที่ 1 เดือนพฤศจิกายน 2548 แต่ข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ของ กกต.กลับระบุว่า นายบุญเกียรติเป็นสมาชิกพรรคตั้งแต่วันที่ 11 เดือนมกราคม 2548 แสดงว่ามีการแจ้งมั่วในเรื่องการเป็นสมาชิกย้อนหลัง"

ผู้อำนวยการพรรคมหาชน กล่าวอีกว่า นอกจากนี้พรรคได้รับหนังสือจาก กกต. สอบถามการเป็นสมาชิกพรรคมหาชนของผู้สมัครจากพรรคไทยช่วยไทย จ.สตูล เขต 1 คือ นายมหิดล ตุมลักษณ์ ผู้สมัครจากพรรคคนขอปลดหนี้ จ.พัทลุง เขต 3 คือ นายประยูร สะแหละ และผู้สมัคร ส.ส.สกลนคร เขต 2 คือ นายไต้หวัน คำสร้าง ซึ่งตรวจสอบแล้วพบว่าผู้สมัคร 2 คนแรกยังเป็นสมาชิกพรรคมหาชนอยู่ และพรรคจะแจ้งให้ กกต.ทราบเพื่อดำเนินการต่อไป

อย่างไรก็ตาม นอกจากผู้สมัครดังกล่าวแล้ว ยังพบว่ามีผู้สมัครอีก 7 คน ซึ่งลงสมัครในภาคใต้ในนามพรรคการเมืองอื่น ยังมีรายชื่อเป็นสมาชิกพรรคมหาชนอยู่ ซึ่งพรรคจะรอให้ กกต.สอบถามเพิ่มเติมมาอีก เพื่อจะยืนยันการเป็นสมาชิกกลับไป ทั้งนี้ ผู้สมัครดังกล่าวเป็นสมาชิกเก่าแก่มาตั้งแต่พรรคมหาชนยังใช้ชื่อว่าพรรคราษฎร เมื่อมีการเปลี่ยนชื่อพรรค และกรรมการบริหารพรรค ทั้งหมดยังไม่ได้ยื่นหนังสือลาออกจากสมาชิกพรรคเลย อย่างนี้ถือว่าทั้งหมดเป็นสมาชิกหลายพรรคการเมืองในเวลาเดียวกัน ขาดคุณสมบัติในการสมัครรับเลือกตั้ง

ถอนสิทธิผู้สมัครพรรคพัฒนาชาติไทย

นายกนกศักดิ์ แสงเงินอ่อน ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดลำปาง กล่าวว่า จากการตรวจสอบเอกสาร ประกอบการสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ของ พ.อ.เด็ดดวง ณ สงขลา ซึ่งเข้ายื่นสมัคร ส.ส.ลำปาง เขต 3 ในนามพรรคพัฒนาชาติไทย พบว่า พ.อ.เด็ดดวง ไม่มีคุณสมบัติครบตามมาตรา 107 (4) โดยเป็นบุคคลต้องห้ามรับสมัคร เนื่องจากไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคเกิน 90 วัน

ทั้งนี้ กกต.ลำปางได้เพิกถอนสิทธิการสมัคร เมื่อวันที่ 10 มีนาคม และล่าสุด พ.อ.เด็ดดวง ได้เข้าพบ กกต.เพื่อติดต่อขอรับเอกสารบางส่วนคืน และแจ้งว่าจะยื่นร้องต่อศาลเพื่อพิจารณาตามสิทธิซึ่งผู้สมัครสามารถกระทำได้ โดยต้องยื่นร้องต่อศาลภายใน 7 วันนับจากวันถูกถอนสิทธิ

ทรท.ให้กกต.ตัดสินหากปาร์ตี้ลิสต์ไม่ครบ

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย กล่าวถึงการแก้ไขปัญหากรณีที่ ส.ส.ในสภาอาจไม่ถึง 500 คน เนื่องจากพระเปรมศักดิ์ ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคว่า ต้องดูผลการเลือกตั้งในวันที่ 2 เมษายน ว่า พรรคใดจะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อกี่คน ซึ่งหากพรรคไทยรักไทยได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน ก็อยู่ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งจะประกาศผลว่า ส.ส.บัญชีรายชื่อจะมีจำนวนเท่าใด เนื่องจากพระเปรมศักดิ์ ขาดคุณสมบัติทั้งการบวชและลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค ซึ่งเป็นอำนาจของ กกต.ว่าจะประกาศให้ได้ 100 คน หรือ 99 คน

อย่างไรก็ตาม หากประกาศว่ามีจำนวน 99 คน ตามรัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้ระบุว่าจะเพิ่มเติม ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อได้อย่างไร และยังเป็นเรื่องของฝ่ายบริหารที่ต้องพิจารณาว่า เมื่อ ส.ส.ไม่ครบ 500 คน โดยเฉพาะระบบบัญชีรายชื่อจะประกาศให้มีพระราชกฤษฎีกาให้เปิดประชุมสภาภายใน 30 วันได้อย่างไร และเมื่อสภามีจำนวนไม่ครบ 500 คน จะปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญได้หรือไม่

นายพงศ์เทพ กล่าวว่า หากเทียบเคียงกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณี ส.ว.ได้รับการเลือกตั้งไม่ถึง 200 คน แต่ในส่วนของ ส.ส.แตกต่างจากวุฒิสภาตรงที่กรณี ส.ส.บัญชีรายชื่อไม่มีทางครบ 100 คนได้ และรัฐธรรมนูญกำหนดให้ต้องเปิดประชุมรัฐสภาภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันเลือกตั้ง แต่รัฐธรรมนูญก็มีบทบัญญัติรองรับไว้ในมาตรา 7 ว่า เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญในกรณีใด ให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยฝ่ายบริหารเป็นผู้เสนอพระราชกฤษฎีการเปิดสมัยประชุมสภา จึงต้องคิดแล้วว่า เมื่อใกล้ครบ 30 วัน แต่ ส.ส.บัญชีรายชื่อมีจำนวนไม่ครบจะดำเนินการอย่างไร เพราะ ส.ส.บัญชีรายชื่อไม่มีทางครบ 100 คนได้ เนื่องจากกฎหมายไม่เปิดโอกาสให้สมัครหรือเลือกเข้ามาใหม่ได้

ส่วนมาตรา 101 ที่ระบุว่า กรณีที่มีเหตุใดๆ ทำให้ในระหว่างอายุของสภามีสมาชิกซึ่งได้รับการเลือกตั้งจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อมีจำนวนไม่ถึง 100 คน ให้สมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อประกอบด้วยสมาชิกเท่าที่มีอยู่ ซึ่งหมายความว่า ต้องมี ส.ส.บัญชีรายชื่อครบจำนวนแล้ว และต่อมามีคนพ้นจากตำแหน่งจึงยึดตามจำนวนเท่าที่มีอยู่ ดังนั้น มาตราดังกล่าวจึงใช้ไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายกฎหมายพรรคคงไม่ไปหารือกับ กกต. เพราะเป็นหน้าที่ของ กกต.ที่ต้องตัดสินใจเมื่อผลการเลือกตั้งออกมา



"นิติภูมิ เนาวรัตน์"มาแล้ว ขึ้นเวทีไม่หวั่นอนาคตตน
ผิดสังเกตวัยรุ่นทะเลาะกันหลายจุด พันธมิตร ผย รมต.ส่งคนป่วนม็อบ ส่งผลให้การปราศรัยบนเวทีท้องสนามหลวงหยุดเป็นระยะ กลุ่มหมอพยาบาลได้ร่วมสนับสนุนค่าเช่าจอโปเจ็คเตอร์เพื่อถ่ายทอดวันที่ 14 มีนาคม "นิติภูมิ เนาวรัตน์" ขึ้นเวทีไม่หวั่นอนาคตตน

บท"งิ้ว"ธรรมศาสตร์ ตอนจบทักษิณเสียสติ
"เสนาะ เทียนทอง" ถึงท้องสนามหลวงแล้ว มอบ "ประมวล" เป็นพยายานเบิกความต่อศาลจำลองไต่ส่วน "ทักษิณ" ขายหุ้น ขาดจริยธรรมการเป็นนักการเมืองที่ดี แนะ "ทักษิณ" ดู "สุจินดา" ฟังพระราชดำรัสยังเสียสละเป็นตัวอย่าง ประชาชนทั่วสารทิศรับฟัง งิ้วธรรมศาสตร์ตอนนี้เสนอเรื่อง"สภาโจ๊ก"

หมอประเวศวอน"ป๋าเปรม" คนกลางเจรจา3ฝ่ายหาสันติ
หมอประเวศ เสนอให้พล.อ.เปรม เป็นคนกลางประสาน 3 ฝ่าย เพื่อยุติความขัดแย้ง "อานันท์" เชื่อชุมนุมพรุ่งนี้ ไม่เกิดความรุนแรง

ปชป.ชักแถวร้อง พรรคเล็กตบตา โมเมคุณสมบัติ
ปชป.ชักแถวร้อง กกต.สอบคุณสมบัติพรรคเล็ก พร้อมจี้ กกต.ดำเนินคดี ด้านเด็ก ทรท.ส่อโดนถอนสิทธิ เหตุไม่ไปใช้สิทธิ มหาชนงัดหลักฐานคน ทรท.ดอดสังกัดพรรคเล็กย้อนหลัง "ปริญญา" เชื่อคุณสมบัติไม่ครบน่าจะมีอีกเพียบ

ศิษย์เก่าเซนโยเซฟฯจี้ "พจมาน-สุดารัตน์" แนะ"ทักษิณ"ลาออก
คณะศิษย์เก่าเซนโยเซฟคอนแวนต์ 90 คน ร่อนจดหมายเปิดผนึกถึง คุณหญิงพจมาน คุณหญิงสุดารัตน์ ศิษย์เก่าขอให้ช่วยแนะ "ทักษิณ" ]ลาออก

อ่านข่าวทั้งหมด




พระเครื่อง คม ชัด ลึก
ตะลุยกองทัพ
ดูดวง
ภาษาอังกฤษ ง่ายนิดเดียว
ฮอตไลน์ สายรัก
คุยกับ ชัยวัฒน์
รักสุขภาพ
ชุมชนไทย ในต่างแดน
ย้อนหลังข่าวเด่น



จดหมายถึง บก.
ร้องทุกข์
เปิดซอง ส่องไทย
นักข่าว ชาวบ้าน "คม ชัด ลึก"
ห้องสนทนา
การเมือง
ทักทาย บันเทิง
คุยเฟื่อง เรื่องกีฬา
ชุมนุม คนชอบชิม




ใส่ตำแหน่งงาน
หาตามสายอาชีพ
ตำแหน่งยอดนิยม
หางานผ่านมือถือ »

คม ชัด ลึก ฝึกอาชีพ
คมชัดลึก PDA


nationgroupสงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
บริษัท เนชั่นมัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2543