"เปรมศักดิ์ ตัดสินใจลาไทยรักไทยเพื่อออกบวชสายฟ้าแลบ เจ้าตัว อ้างเพื่อเป็นการปลดล็อคทางการเมือง ไม่ให้เกิดความรุนแรง ด้านศิธา มึนปัญหาส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ โยนให้กรรมการการเลือกตั้งตีความ
ผู้สื่อข่าวงรายงานว่า น.พ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ อดีตส.ส.พรรคไทยรักไทย (ทรท.) ได้ตัดสินใจลาพรรคไทยรักไทย และไปอุปสมบทที่ จังหวัดนนทบุรี โดยแหล่งข่าว เปิดเผยว่า วันที่ 11 มี.ค.2549 เวลา 13.00-14.00 น.น.พ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ อดีตส.ส.พรรคไทยรักไทย(ทรท.) ได้มาเดินทางมาทำพิธีอุปสมบทที่วัดสวนแก้ว จ.นนทบุรีจริง และวันที่ 12 มี.ค.2549 เวลา 12.00-14.00 น. พระภิกษุเปรมศักดิ์ จะร่วมเสวนาธรรมที่วัดสวนแก้วด้วย
น.ต.ศิธา ทิวารี โฆษกพรรคไทยรักไทย กล่าวถึงข่าว น.พ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคไทยรักไทย ลำดับที่ 93 ลาออกไปบวชที่วัดสวนแก้ว ว่า ได้รับการยืนยันจาก น.พ.เปรมศักดิ์ ว่าจะลาไปบวชที่วัดสวนแก้ว โดยเบื้องต้น ได้ยื่นหนังสือลาออกให้กับทางพรรคเมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 11 มี.ค. โดยคาดว่า อาจให้คนอื่นมายื่นแทน ซึ่งในทางกฎหมาย พระภิกษุสงฆ์ ไม่สามารถที่จะเป็น ส.ส.ได้ หากพรรคไทยรักไทยได้รับจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อถึงอันดับของ น.พ.เปรมศักดิ์ ก็จะไม่มีสภาพความเป็น ส.ส.อยู่ดี ส่วนกรณีปัญหาในระบบบัญชีรายชื่อของพรรคไทยรักไทยนั้น พรรคคงต้องส่ง 99 คนไปก่อน เพราะในการเลือกตั้ง อาจมีพรรคการเมืองอื่นที่ได้เสียงถึงร้อยละ 5 และได้สัดส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อตรงนี้ไป แต่ทั้งนี้ หากพรรคการเมืองอื่น ได้เสียงไม่ถึงร้อยละ 5 ก็ต้องไปดูข้อกฎหมายว่า ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองอื่นๆ สามารถขยักขึ้นมาเป็น ส.ส.ได้หรือไม่ ต้องให้ กกต.ตีความทางกฎหมาย
เมื่อถามว่า ในทางการเมืองการลาออกของ น.พ.เปรมศักดิ์ ถือเป็นการตอกย้ำสถานการณ์ให้ระส่ำระส่ายของพรรคหรือไม่ น.ต.ศิธากล่าวว่า ขณะนี้น.พ.เปรมศักดิ์ได้ลาออกไปบวชแล้ว พรรคควรอนุโมทนา และไม่มองว่า พระเปรมศักดิ์ ซึ่งเคยเป็นอดีต ส.ส.จะมีเจตนาตอกย้ำสถานการณ์พรรค แต่คงร่วมยินดีให้มากกว่า
นพ.เปรมศักดิ์ ได้เขียนจดหมายเปิดผนึก ระบายถึงสาเหตุที่ลาออกจากพรรคไทยรักไทยว่า ได้ตัดสินใจลาออกจากสมาชิกพรรคไทยรักไทย ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 11 มีนาคม 49 เนื่องจากตนเห็นว่าเหตุการณ์บ้านเมืองปัจจุบันได้ทวีความรุนแรงจนทำให้สังคมเกิดความแตกแยกจนยากที่จะเยียวยา แม้ว่านายกรัฐมนตรี จะได้พยายามแก้ปัญหาโดยยุบสภา และจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 2 เมษายน ที่จะถึงนี้ แต่ก็ไม่สามารถคลี่คลายปัญหาทางการเมืองให้ทุเลาลงได้
ตนเห็นว่าสังคมไทยได้เดินเข้าสู่ทางตัน โดยฝ่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก และเว้นวรรคทางการเมือง ขณะฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลก็เรียกร้องให้มีเลือกตั้ง ส.ส.คืนอำนาจให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ขณะที่อดีตพรรคร่วมฝ่ายค้านก็แสดงจุดยืนโดยการคว่ำบาตรการเลือกตั้งในครั้งนี้ ซึ่งทำให้ยากแก่การประนีประนอม มีแนวโน้มอาจเกิด "อุบัติเหตุทางการเมือง" ได้ตลอด จนอาจเกิดความสูญเสียแก่ประเทศชาติและประชาชนได้ในที่สุด
ในฐานะที่ตนเป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกรัฐสภา 4 สมัย และใช้ชีวิตแพทย์ชนบท คลุกคลีกับชาวบ้านมาโดยตลอด มีความศรัทธาในคำสอนของพระพยอม กัลยาโณ โดยเฉพาะเมื่อเร็วๆ นี้ ท่านได้เตือนสติกับสังคมว่า "รักพ่อ อย่าทะเลาะกัน" เนื่องในวาระพิเศษครบรอบ 60 ปี แห่งการครองราชสมบัติของในหลวง ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ ทุกฝ่ายจึงควรหันหน้ามาปรองดองกัน และร่วมใจกันเทิดพระเกียรติแด่พระองค์ท่านในโอกาสมหามงคลเช่นปัจจุบันนี้
ดังนั้นตนจึงตัดสินใจลาบวช เพื่อเปิดโอกาสให้สังคมมีทางออกอย่างสันติ ปราศจากการสูญเสียเลือดเนื้อของคนไทย และลดการเผชิญหน้า หันมาเจรจาบนพื้นฐานของความสามัคคี ซึ่งการตัดสินใจของตนจะเป็นการปลดล็อค เงื่อนไขของการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยไม่ต้องการยึดติดกับเงื่อนไขเวลาการเลือกตั้ง 2 เมษายนที่จะถึงนี้
แม้ว่า จะเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก และมีผลกระทบต่ออนาคตทางการเมืองของตนก็ตามแต่ผ่านการพิจารณาไตร่ตรองอย่างรอบคอบ และพร้อมที่จะเสียสละทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน โดยไม่ยึดติดกับตำแหน่งหน้าที่ทางการเมืองหรือผลประโยชน์อื่นใด และกระตนพร้อมรับผิดชอบกับการตัดสินใจครั้งนี้ ทุกประการ