วันพฤหัสบดีที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2549

Nation Group GO
ค้นหาข่าวย้อนหลัง

สิงคโปร์ปัดคุยเทมาเซค ฟันธงซื้อขายหุ้นชินยุติแล้ว

รัฐบาลสิงคโปร์บอกปัดไม่เกี่ยวข้องตกลงซื้อขายหุ้นชินคอร์ป ยันไม่แทรกแซงเทมาเซคแน่ ด้านกลุ่มพันธมิตรเดินหน้าท้วงสถานทูตรอบใหม่ ลั่นเดินหน้าคว่ำบาตรสินค้าชินคอร์ปต่อเนื่อง พร้อมยื่นหนังสือ ก.ล.ต.กระตุ้นต่อมสำนึกในการทำหน้าที่ ด้านตลาดหลักทรัพย์ยันดีลไม่มีทางล้ม เหตุธุรกรรมทางกฎหมายสิ้นสุดแล้ว

กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยประมาณ 2,000 คน เดินทางไปยังหน้าสถานทูตสิงคโปร์เมื่อเวลา 10.30 น.ของวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อทวงถามคำตอบจากรัฐบาลสิงคโปร์ที่กลุ่มขอให้ยุติข้อตกลงซื้อขายหุ้นบริษัทชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือชินคอร์ป ระหว่างตระกูลชินวัตรและดามาพงศ์ กับกลุ่มเทมาเซค โฮลดิ้งส์ ประเทศสิงคโปร์ หลังจากที่ได้ยื่นหนังสือไว้เมื่อวันที่ 8 มีนาคม

รัฐบาลสิงคโปร์ปัดไม่เกี่ยว

จากนั้นเวลา 11.30 น. กลุ่มพันธมิตรได้ส่งตัวแทน 3 คนเข้าไปยังสถานทูต เพื่อรับฟังคำชี้แจงจากรัฐบาลสิงคโปร์ ซึ่งเจ้าหน้าที่สถานทูตได้อ่านคำชี้แจงให้ฟังมีใจความว่า ธุรกรรมระหว่างชินคอร์ปกับเทมาเซค เป็นเรื่องของภาคเอกชนที่ทำขึ้นบนพื้นฐานของผลประโยชน์ทางพาณิชย์เท่านั้น ไม่ใช่เป็นธุรกรรมระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาล

ดังนั้น รัฐบาลสิงคโปร์จะไม่เข้าไปแทรกแซงธุรกิจและการดำเนินงานของเทมาเซค โฮลดิ้งส์ ซึ่งคณะกรรมการและฝ่ายบริหารของเทมาเซค เป็นผู้ตัดสินใจด้านการลงทุนด้วยตนเอง รัฐบาลสิงคโปร์ไม่เกี่ยวข้องด้วย และบริษัทสิงคโปร์ที่ทำธุรกิจในไทย ก็ปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศไทย

ภายหลังรับฟังคำชี้แจงดังกล่าวแล้ว น.ส.รสนา โตสิตระกูล ประธานเครือข่ายต่อต้านคอรัปชั่น กล่าวว่า กลุ่มพันธมิตรจะให้โอกาสรัฐบาลสิงคโปร์ทบทวนเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง ก่อนจะกลับมารับฟังคำตอบ เชื่อว่าจะมีผู้ชุมนุมเพิ่มจำนวนมากขึ้นกว่าเดิม และจะยังคงรณรงค์ต่อต้านสินค้าและธุรกิจสิงคโปร์อย่างต่อเนื่องต่อไป

น.ส.รสนา กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันประเทศสิงคโปร์กำลังอาศัยช่องว่างของกฎหมายจากประเทศต่างๆ ในอาเซียนเข้าไปลงทุน โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องและความมั่นคงของประเทศนั้นๆ ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนี้ก็เชื่อว่าคนไทย รวมทั้งชาติอื่นๆ ในอาเซียนก็จะต่อต้านการเข้าไปครอบงำธุรกิจของกลุ่มทุนสิงคโปร์ด้วย

รุกยื่นหนังสือตำหนิ ก.ล.ต.

หลังจากนั้น กลุ่มพันธมิตรเคลื่อนขบวนมาชุมนุมที่ที่ทำการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ด้านหน้าอาคารดีทแฮล์ม ถนนวิทยุ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจนครบาล ลุมพินี กว่า 50 นาย ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัย พร้อมกับนำแผงกั้นเหล็กกว่า 50 แผง มาตั้งด้านหน้าสำนักงาน การเดินทางของกลุ่มผู้ชุมนุมในครั้งนี้ เพื่อยื่นหนังสือต่อผู้บริหารของ ก.ล.ต. ซึ่งระบุว่า ต้องการกระตุ้นต่อมสำนึกการทำหน้าที่ตรวจสอบข้อตกลง (ดีล) การซื้อขายหุ้นชินคอร์ปว่า ควรเป็นไปอย่างมีอิสระและโปร่งใส

น.ส.รสนา กล่าวเพิ่มเติมว่า การปฏิบัติหน้าที่ของ ก.ล.ต.สะท้อนให้เห็นว่าขาดความกล้าหาญ เที่ยงตรง ไม่มีความเป็นอิสระ ทำงานตามคำสั่งโดยไม่ได้คิดถึงประชาชน

ขณะที่นายประเวช องอาจสิทธิกุล ผู้ช่วยเลขาธิการอาวุโส ก.ล.ต.เป็นตัวแทนรับหนังสือร้องเรียนจากกลุ่มพันธมิตร และเปิดเผยว่า จากหนังสือที่กลุ่มผู้ชุมนุมยื่นเรียกร้องมานั้น บางประเด็น ก.ล.ต.ได้ชี้แจงไปบ้างแล้ว แต่ที่เหลือคงจะชี้แจงผ่านสื่อมวลชนต่อไป ส่วนกรณีที่มีหนังสือโจมตี ก.ล.ต.จากพนักงานชั้นผู้น้อย ที่ระบุว่า มีการแก้ไขข้อมูลหุ้นชินคอร์ปนั้น ก.ล.ต.ขอปฏิเสธว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง และพนักงานที่ถูกกล่าวอ้างชื่อก็ได้ไปแจ้งความไว้แล้วที่ สน.ลุมพินี

"ทักษิณ" มั่นใจไม่กระทบ

ความเคลื่อนไหวที่กลุ่มต่อต้านยื่นหนังสือต่อสถานทูตสิงคโปร์ รวมทั้งการคว่ำบาตรไม่ใช้สินค้าและบริการของชินคอร์ปและสิงคโปร์นั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี เชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบใดๆ และจะสามารถอธิบายทำความเข้าใจระหว่างประเทศได้ อีกทั้งบ้านเมืองมีขื่อมีแป เจ้าหน้าที่ก็ได้ปฏิบัติหน้าที่ดูแลควบคุมสถานการณ์อยู่แล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้ขยายวงกว้าง

เช่นเดียวกับนายเกียรติพงศ์ น้อยใจบุญ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับการที่กลุ่มพันธมิตรยื่นหนังสือต่อต้านเทมาเซคที่สถานทูตสิงคโปร์ เพราะการทำธุรกิจระหว่างประเทศมีกฎระเบียบที่ชัดเจนอยู่แล้ว ขณะที่การออกมาต่อต้านดังกล่าวจะทำให้นักลงทุนต่างชาติเกิดความสับสนและกังวลที่จะมาร่วมลงทุนกับธุรกิจไทย

ตลาดหุ้นฟันธงดีลไม่ล้ม

ด้านนายสุทธิชัย จิตรวาณิช รองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวว่า ดีลการซื้อขายหุ้นชินคอร์ปอาจจะถูกยกเลิกว่า เชื่อว่าจะไม่มีการล้มดีล เนื่องจากกรณีที่เกิดขึ้นจะต้องมีกระบวนการทางกฎหมายบังคับ ไม่ว่าจะเป็นการส่งมอบเงิน ซึ่งมีการเซ็นสัญญาระหว่างกัน จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการล้มดีลการซื้อขาย

"ข้อมูลในขณะนี้ เชื่อว่าจะไม่มีการล้มดีลแน่นอน ส่วนการจัดทำคำเสนอซื้อ (เทนเดอร์ ออฟเฟอร์) หุ้นชินคอร์ปนั้นก็จะต้องรอดูจนวันสุดท้ายว่า จะมีนักลงทุนมาขายหุ้นมากน้อยแค่ไหน" นายสุทธิชัย กล่าว

ส่วนเงื่อนไขการล้มดีลเทนเดอร์ ออฟเฟอร์ ที่ระบุไว้ในคำเสนอซื้อ ได้แก่ หากมีเหตุการณ์รุนแรงเกินกว่าที่จะควบคุมได้ หรือสินทรัพย์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จึงจะล้มดีลนั้น ตลาดหลักทรัพย์จะต้องตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ตลาดหลักทรัพย์จะไม่ดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมไปยังบริษัท เนื่องจากที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข่าวผ่านสื่อและตลาดหลักทรัพย์มาอย่างต่อเนื่อง จึงเชื่อว่านักลงทุนส่วนใหญ่มีความเข้าใจในเรื่องที่เกิดขึ้น และจะไม่ได้รับผลกระทบจากกรณีนี้แต่อย่างใด

พันธมิตรภาคใต้เผาซิมการ์ด

กระแสการคว่ำบาตรสินค้าและบริการในเครือชินคอร์ปและกิจการของสิงคโปร์ที่ขยายวงออกไปทั่วประเทศนั้นนายเอกชัย อิสระทะ รองโฆษกกองอำนวยการเครือข่ายพันธมิตรกู้ชาติ กู้ประชาธิปไตยสงขลา กล่าวว่า การคว่ำบาตรสินค้าและบริการของเครือเอไอเอสได้รับการตอบรับที่ดีจากภาคประชาชน ส่วนใหญ่พร้อมที่จะถอดซิมการ์ดจากโทรศัพท์มือถือที่ใช้อยู่เพื่อนำไปทำลายทันที ไม่ห่วงผลประโยชน์ที่อาจจะได้หรือเสียจากการกระทำดังกล่าว เป็นการแสดงให้เห็นว่าไม่ต้องการใช้บริการ ซึ่งขณะนี้ได้เปิดกล่องรับซิมการ์ดเอไอเอสตามจุดชุมนุมต่างๆ เพื่อนำไปทำลายในวันที่ 13 มีนาคม และจะยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเรื่องการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

ขณะที่นายนพพล ประกิจวัฒนากูล ประธานชมรมผู้ค้าปลีกหาดใหญ่ กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองที่วุ่นวายส่งผลกระทบต่อการค้าปลีกในพื้นที่ตลาดกิมหยง ยงดี สันติสุข แผงทอง และตลาดพลาซา ซึ่งเป็นแหล่งการค้าชื่อดังของ อ.หาดใหญ่ ทำให้ซบเซาลง

ประกอบกับสถานการณ์การเมืองในช่วงนี้ตอกย้ำให้ภาคประชาชนสนใจกระแสการเมือง มีการติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่อง จนไม่มีเวลามาจับจ่ายซื้อของเหมือนเดิม โดยเฉพาะช่วงกระแสการคว่ำบาตรสินค้าและบริการของชินคอร์ป ยิ่งทำให้การค้าชะลอตัวลงอย่างเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากธุรกิจซื้อขายและซ่อมโทรศัพท์มือถือเป็นธุรกิจหลักที่สร้างรายได้ให้กับย่านธุรกิจการค้าใน อ.หาดใหญ่

ส่งตำรวจคุมเข้มสนง.เอไอเอส

ด้าน พล.ต.ต.ไพฑูรย์ พัฒนโสภณ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา กล่าวว่า หลังจากกระแสการคว่ำบาตรสินค้าและบริการของระบบเครือข่ายเอไอเอส ในช่วงที่มีการปลุกระดมชุมนุมขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างต่อเนื่อง ในส่วนของพื้นที่ อ.หาดใหญ่ มีการรวมตัวกันที่บริเวณหน้าสถานีรถไฟหาดใหญ่ ทำให้เป็นห่วงว่า อาจจะมีสถานการณ์รุนแรงขึ้น

เบื้องต้นสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดกำลังเข้าไปดูแลควบคุมพื้นที่บริเวณสำนักงานบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (เอไอเอส) สาขาหาดใหญ่ เป็นกรณีพิเศษ จนกว่าสถานการณ์การเมืองจะคลี่คลายในทางที่ดีขึ้น เพื่อป้องกันปัญหา แม้จะไม่เกี่ยวกับการชุมนุมโดยตรง แต่จำเป็นต้องเฝ้าระวังในจุดล่อแหลมที่อาจมีส่วนเพิ่มกระแสการชุมนุมทั้งทางตรงและทางอ้อม

เอไอเอสอีสานยันไม่เกี่ยวการเมือง

ขณะที่นายนุวัตร ประสิทธิ์วรนันท์ ผู้อำนวยการสำนักปฏิบัติการภูมิภาค-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของเอไอเอส กล่าวว่า ขอยืนยันว่าเอไอเอสไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่อย่างใด เพียงต้องการมุ่งพัฒนาการด้านการสื่อสารในประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้า เพื่อให้ลูกค้าสามารถติดต่อสื่อสารงานได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น

ทั้งนี้ จากกระแสข่าวที่เกิดนั้น ขณะนี้สำนักปฏิบัติการได้ตรวจสอบไปยังสำนักงานบริการที่สาขาพบว่า ยอดของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการไม่ได้ลดลง มีลูกค้าเพียง 2 รายเท่านั้นที่บอกยกเลิก ซึ่งก็ไม่ได้กระทบต่อธุรกิจแต่อย่างใด

“ขณะนี้ลูกค้าของเอไอเอสในพื้นที่ภาคอีสานมีอยู่ประมาณ 3 ล้านเลขหมาย ซึ่งถ้าเทียบกับภูมิภาคอื่น ยกเว้นกรุงเทพฯ นั้น ภาคอีสานเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีมากที่สุด อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เราก็จะอธิบายให้ลูกค้าทราบถึงจุดยืนของเอไอเอสว่า จุดยืนของเราคือเน้นให้บริการ ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง” นายนุวัตร กล่าว

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า จากการคว่ำบาตรเอไอเอสนั้น อาจจะทำให้คู่แข่งได้รับประโยชน์จากตรงนี้ จึงพูดคุยกับผู้บริหารว่า จะทำอย่างไรในการรักษาฐานลูกค้าเก่า ซึ่งอาจจะออกโปรโมชั่นใหม่ๆ เพื่อรุกไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่

เชียงใหม่ร่อนหนังสือขอความเห็นใจ

ความเคลื่อนไหวในภาคเหนือนั้น แหล่งข่าวจากเอไอเอสสำนักงานภาคเหนือ กล่าวว่า สำนักงานภาคเหนือได้ออกหนังสือส่งทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ชี้แจงสื่อมวลชนและตอบคำถามกรณีการคว่ำบาตรสินค้าในครั้งนี้ เนื้อหาของการชี้แจงระบุว่า เอไอเอสใคร่ขอความเห็นใจจากผู้ใช้บริการในฐานะผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายหนึ่งในประเทศไทย ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆ ทางการเมือง และจากสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ เอไอเอสเพียงมุ่งหวังที่จะพัฒนาการสื่อสารของไทยให้มีความเจริญก้าวหน้าเพื่อให้ประชาชนสามารถติดต่อสื่อสารด้วยความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

แหล่งข่าวรายเดิมกล่าวอีกว่า ขณะนี้ผู้บริหารของสำนักงานภาคเหนือเดินทางไปประชุมประจำเดือนที่สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ เพื่อรายงานข้อมูลสรุปฐานข้อมูลลูกค้าในพื้นที่และรับมอบนโยบาย ซึ่งจะนำปัญหาการคว่ำบาตรสินค้าเข้าหารือในที่ประชุมด้วย แต่เอไอเอสคงไม่มีมาตรการตอบโต้ หรือเน้นทำกิจกรรมส่งเสริมตลาดมากกว่าปกติ เพราะเกรงว่าอาจถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองได้

"ขณะนี้มีผู้แจ้งยกเลิกการใช้บริการในภาคเหนือเข้ามามีสัดส่วนเพียง 0.25-0.5% เท่านั้น ถือเป็นสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับฐานลูกค้าที่มีอยู่ทั่วประเทศประมาณ 17 ล้านเลขหมาย และการแจ้งยกเลิกส่วนใหญ่ก็เป็นไปตามกลไกและการแข่งขันในตลาดที่มีสูงขึ้น ไม่เกี่ยวกับการคว่ำบาตรสินค้าแต่อย่างใด" แหล่งข่าวกล่าว

คนไทยยกเลิกทัวร์สิงคโปร์

ทั้งนี้ กระแสคว่ำบาตรสินค้าและบริการของสิงคโปร์ยังลุกลามไปถึงการท่องเที่ยวอีกด้วย นายนวพร แก้วคำ อายุ 28 ปี ภูมิลำเนา จ.สงขลา พนักงานบริษัทเอกชนในหาดใหญ่ จ.สงขลา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เตรียมแผนเดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศสิงคโปร์ในช่วงต้นเดือนเมษายน พร้อมกับแฟนสาว เร่งเคลียร์งานที่รับผิดชอบจนลงตัวเรียบร้อยทุกอย่าง กระทั่งมีโอกาสติดตามข่าวสารบ้านเมืองในช่วงนี้อย่างใกล้ชิด จึงตัดสินใจยกเลิกโปรแกรมพักผ่อนหย่อนใจในต่างแดนครั้งนี้ทันที เพื่อต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมเจตนารมณ์คว่ำบาตรสิงคโปร์ร่วมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

ขณะที่นายอับดุลอายิ อาแวสือแม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซี.ยู.ทัวร์ จำกัด กล่าวว่า การชุมนุมเพื่อขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ลุกลามและขยายวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะนี้ โดยเฉพาะการประท้วงที่หน้าสถานทูตสิงคโปร์ และต่อต้านสินค้าจากสิงคโปร์ เรื่องนี้ถือว่าเป็นยุทธศาสตร์ที่ได้ผลสำหรับผู้ชุมนุม แต่หากมองในแง่ต่างประเทศแล้วถือว่าเป็นสิ่งที่เปราะบางทางความรู้สึกอย่างมาก

ขณะนี้ กรุ๊ปทัวร์จากประเทศสิงคโปร์ ที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่ภาคกลาง หรือแม้กระทั่งฝั่งอันดามัน ต่างชะลอการตัดสินใจแล้วเกือบ 1,500 คน โดยเฉพาะทัวร์ช่วงเดือนเมษายน ซึ่งมีกิจกรรมสงกรานต์ เพื่อรอให้การเมืองในประเทศไทยคลี่คลายมากกว่านี้ก่อน รวมทั้งจะรอดูว่าจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 2 เมษายนหรือไม่ และจะประเมินผลการเลือกตั้งด้วยว่าการเมืองไทยจะไปในทิศทางใด เนื่องจากปัญหาที่ยังคาราคาซังระหว่างหุ้นชินคอร์ปกับเทมาเซคของสิงคโปร์ก็ยังเป็นประเด็นที่สังคมไทยจับตามองอยู่อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนั้น กรุ๊ปทัวร์คนไทย ที่จะเดินทางเข้าไปเที่ยวสิงคโปร์ในช่วงปิดภาคเรียนเดือนเมษายนนี้ พบว่าลูกค้าเริ่มชะลอการตัดสินใจอย่างเห็นได้ชัด หากเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา และที่สำคัญ ปัจจัยการเมืองในขณะนี้มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวอย่างมาก

"กรณ์" ท้า ปปง.สอบฟอกเงิน

นายกรณ์ จาติกวณิช รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ หัวหน้าคณะทำงานติดตามการปกปิดการถือครองหลักทรัพย์ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า จากกรณีที่ครอบครัวชินวัตรขายหุ้นที่ถืออยู่ 5 บริษัท ให้แก่บริษัท วินมาร์ค ลิมิเต็ด จำกัด ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะบริติช เวอร์จิน และยังมีการโอนหุ้นไปมาระหว่างครอบครัวชินวัตร และกองทุนผีนั้น พรรคประชาธิปัตย์ ขอฝากให้คณะกรรมการ ก.ล.ต.ตรวจสอบ และฝากถึงสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ว่า ในปี 2543 พ.ต.ท.ทักษิณ เคยท้าให้ตรวจสอบกรณีวินมาร์ค ก็ขอท้ากลับให้ ปปง.ตรวจสอบที่มาที่ไปของหุ้นและเงินที่วินมาร์คนำมาซื้อหุ้น 5 บริษัท จากครอบครัวชินวัตร

รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในการโอนเงินเข้ามาจำนวนกว่า 1,500 ล้านบาท เพื่อซื้อหุ้น 5 บริษัทนี้ เป็นการโอนมาในเดือนสิงหาคม 2543 ก่อนการเลือกตั้ง 4 เดือน เป็นการนำเงินจากบัญชีต่างประเทศผ่านกระบวนการฟอกด้วยการขายหุ้นเพื่อธุรกรรมใดในประเทศหรือไม่ และเงินอยู่ต่างประเทศได้อย่างไร เกี่ยวข้องกับการที่นายเสนาะ เทียนทอง กล่าวปราศรัยที่สนามหลวง ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ เปิดโปงเรื่องการทำกำไรจากการลอยตัวค่าเงินบาทหรือไม่

“มีผู้เดียวที่ชี้แจงเรื่องเหล่านี้ได้ คือ คุณทักษิณ แต่ทำไมคุณทักษิณ ไม่เคยปริปากเรื่องวินมาร์ค ในแง่พฤติกรรมต้องให้คำตอบว่า ความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวชินวัตร และวินมาร์ค แท้จริงเป็นอย่างไร" นายกรณ์ กล่าว



ป่วนอีก!!มือมืดปาระเบิด ใส่วชิราวุธวิทยาลัย3จุด
มือมืดปาระเบิดใส่วชิราวุธวิทยาลัย 3 จุด "ชัยอนันต์" เชื่อเกิดจากวิจารณ์รัฐบาล ยันไม่หวั่นเพราะเคยถูกขู่มาหลายครั้งแล้ว

”ลูกป๋า”สุดทนระเบิดบ้านพล.อ.เปรม เหมือนถูกหยามเตรียมตบเท้าเข้าพบ
“จำลอง” เผย ”ลูกป๋า” สุดทนระเบิดบ้านพักพล.อ.เปรม เหมือนหยามน้ำหน้ากัน เตรียมเข้าพบ”ป๋า”พรุ่งนี้ “สนธิ” ฟันธงเป็นเป็นพฤติกรรมข่มขู่ทางการเมือง พร้อมแจ้งบนเวที คนปาระเบิดบ้านพัก ”ชัยอนันต์” อีก พันธมิตรพร้อมเจรจากับรัฐบาลยุติปัญหา แต่”ทักษิณ”ต้องลาออก

"ป๋าเปรม"แนะประชุม4เหล่า หามือบึ้มป้อมตร.บ้านสี่เสา
ทักษิณ"ปฏิเสธเข้าพบ "ป๋าเปรม" อ้างไม่ได้นัดไว้ "ธรรมรักษ์" ระบุ ประเมินไม่ได้ใครระเบิด ด้าน"คงศักดิ์" เผย "ป๋าเปรม"แนะ"ชิดชัย" เรียกประชุมตำรวจ-มหาดไทย-ทหาร ส่วน"ชิดชัย" ระบุ ไม่รู้สาเหตุ ส่วนชาวสงขลา รุมสาปแช่ง เชื่อไม่เกี่ยวการเมือง วอนเจ้าหน้าที่เร่งติดตามมือวางบึ้มมาลงโทษ เตรียมเดินทาง-ส่งเอกสารให้กำลังใจ "จำลอง"ชี้ลูกเดียวกับที่ระเบิดสันติอโศก

สิงคโปร์ปัดคุยเทมาเซค ฟันธงซื้อขายหุ้นชินยุติแล้ว
รัฐบาลสิงคโปร์บอกปัดไม่เกี่ยวข้องตกลงซื้อขายหุ้นชินคอร์ป ยันไม่แทรกแซงเทมาเซคแน่ ด้านกลุ่มพันธมิตรเดินหน้าท้วงสถานทูตรอบใหม่ ลั่นเดินหน้าคว่ำบาตรสินค้าชินคอร์ปต่อเนื่อง พร้อมยื่นหนังสือ ก.ล.ต.กระตุ้นต่อมสำนึกในการทำหน้าที่ ด้านตลาดหลักทรัพย์ยันดีลไม่มีทางล้ม เหตุธุรกรรมทางกฎหมายสิ้นสุดแล้ว

คลิปวิดีโอขาสั้นมอมยาข่มขืนคอซอง + ลูกนักร้อง
สลดคลิปวิดีโอฉาว 6 นักเรียนขาสั้นมอมยา 2 เด็กหญิงคอซอง สะลึมสะลือไม่ได้สติ ก่อนรุมโทรมทั้งชุดนักเรียน เหยื่อวิงวอนยังไม่ยอมหยุด แถมถ่ายคลิปวิดีโอส่งประจานผ่านเน็ต ผบก.ปดส.สั่งแกะรอยล่าตัว ด้านลูกชายนักร้องเพื่อชีวิตชื่อดัง ดอดมอบตัว ตร.

อ่านข่าวทั้งหมด




พระเครื่อง คม ชัด ลึก
ตะลุยกองทัพ
ดูดวง
ภาษาอังกฤษ ง่ายนิดเดียว
ฮอตไลน์ สายรัก
คุยกับ ชัยวัฒน์
รักสุขภาพ
ชุมชนไทย ในต่างแดน
ย้อนหลังข่าวเด่น



จดหมายถึง บก.
ร้องทุกข์
เปิดซอง ส่องไทย
นักข่าว ชาวบ้าน "คม ชัด ลึก"
ห้องสนทนา
การเมือง
ทักทาย บันเทิง
คุยเฟื่อง เรื่องกีฬา
ชุมนุม คนชอบชิม




ใส่ตำแหน่งงาน
หาตามสายอาชีพ
ตำแหน่งยอดนิยม
หางานผ่านมือถือ »

คม ชัด ลึก ฝึกอาชีพ
คมชัดลึก PDA


nationgroupสงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
บริษัท เนชั่นมัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2543