หลังจากที่ประชาชนจำนวนมากเดินทางร่วมชุมนุมขับไล่นายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ทำให้พ่อแม่ค้าหัวใสหลายรายนำน้ำเปล่าและเครื่องดื่มมาจำหน่าย สร้างรายได้เข้ากระเป๋าจำนวนมาก นายสำเริง รัตนาคะ อายุ 61 ปี พ่อค้าขายน้ำกระเจี๊ยบและน้ำเก๊กฮวย กล่าวว่า ปกติเปิดร้านขายน้ำในซอยตรอกจันทร์ สะพาน 3 ใกล้แยกสาธุประดิษฐ์ แต่เห็นว่าบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า มีการชุมนุม เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาจึงนำน้ำมาขายจำนวน 1,600 ขวด เพียงแค่ 3-4 ชั่วโมง ก็ขายหมดเกลี้ยง
"วันนี้ตอนบ่ายโมงผมนำน้ำจำนวน 1,000 กว่าขวด ใส่ลังแช่น้ำแข็งมัดใส่ท้ายรถจักรยานยนต์ขับมาขายที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ประมาณบ่ายสองโมง ผู้คนเริ่มทยอยมาและซื้อน้ำดื่ม ตอนแรกขายขวดละ 8 บาท แต่คนมาซื้อเยอะไม่มีเงินทอนจึงขายขวดละ 10 บาท ขายได้กำไรมากครึ่งหนึ่ง แต่ถูกเทศกิจไล่เสียก่อนจึงต้องมาอยู่ตรงข้าง บช.น. (กองบัญชาการตำรวจนครบาล) และขายเสร็จผมก็จะไปนั่งฟังคำปราศรัยก่อนกลับบ้าน" นายสำเริง กล่าว
นางเจริญ สุวรรณเนตร อายุ 80 ปี กล่าวว่า ตอนแรกขายดอกไม้บริเวณสวนอัมพร แต่เห็นว่าผู้คนมาชุมนุมจำนวนมากจึงนำน้ำดื่มมาขายด้วย แต่น้ำเปล่าขายไม่ค่อยดี เพราะมีเจ้าหน้าที่นำน้ำดื่มมาแจกม็อบอยู่แล้ว ส่วนน้ำอัดลมขายดี แต่ตนไม่ได้ฉวยโอกาสขึ้นราคา เกรงว่าจะไม่มีลูกค้ามาซื้อ
นางตุ๊ก อายุ 30 ปี ซึ่งขายน้ำดื่มที่หน้าลานพระบรมรูปทรงม้า เลี้ยงชีพ กล่าวว่า ขายน้ำดื่มอยู่บริเวณนี้มาตั้งแต่รุ่นแม่จนถึงขณะนี้ 20 กว่าปีแล้ว ปกติจะเข้าไปขายภายในลานพระรูปฯ ได้ ช่วงที่มีการชุมนุมเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ก็สามารถนำไปขายบริเวณกลุ่มผู้ชุมนุมได้ แต่ครั้งนี้ตำรวจไม่อนุญาตให้นำเข้าไป ตนคิดว่าสาเหตุที่ห้ามเอาไปขาย เพราะตำรวจเกรงว่า ม็อบจะหยิบขวด หรือกระป๋อง มาขว้างซึ่งจะก่อให้เกิดอันตรายได้
"วันนี้ขายดีกว่าทุกวันฉันต้องสั่งน้ำมาเพิ่มตลอดเวลา แต่เชื่อว่าถ้าได้เข้าไปขายข้างในที่ชุมนุมจะได้กำไรมากขึ้น เพราะคนมากกว่า วันปกติแต่ละวันที่ขายได้กำไรไม่แน่นอน บางวันก็ไม่ได้กำไรเลย แต่วันนี้คาดว่าจะได้กำไรประมาณ 3,000-4,000 บาท" นางตุ๊ก กล่าว
ด้าน นางวรรณวิภา พองสมุทร อายุ 37 ปี แม่ค้าขายน้ำที่สนามหลวง กล่าวว่า ทราบข่าวว่าจะมีการชุมนุมจึงขนน้ำมาขายที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ซึ่งมีคนจำนวนมากกว่า โดยขายน้ำเปล่าจำนวน 10 โหล และน้ำอัดลมอีกจำนวนหนึ่ง ลงทุนไปประมาณ 1,000 บาท แต่เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้เข้าไปขายบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า จึงให้ลูกๆ หิ้วกระติกใส่น้ำเดินเร่ขาย และขายหมดก็กลับบ้านทันที
"ใจจริงก็อยากจะอยู่ขายจนกว่าการชุมนุมจะเลิก แต่คิดว่าคงอยู่ขายได้ไม่นาน เพราะตำรวจเขาปิดถนนทำให้การส่งของไม่สะดวกเลยขายเท่าที่ขายได้ คิดว่ากำไรน่าจะอยู่ที่ประมาณ 500 บาท ถ้าขายหมดก็จะกลับบ้านที่สนามบินน้ำ พวกเรามันหาเช้ากินค่ำ ถ้ามีโอกาสขายของได้ก็ต้องมาแต่ใจจริงก็ไม่อยากให้มีการชุมนุมกัน อยากให้บ้านเมืองสงบสุขมากกว่า" นางวรรณวิภา กล่าว
ขณะที่ นายตุ่น พ่อค้าขายข้าวโพดคลุกเนย กล่าวว่า ปกติจะขายที่สะพานพุทธ แต่เห็นว่ามีผู้คนมาชุมนุมกันจำนวนมากน่าจะขายได้ดี จึงขนข้าวของมาตั้งขายบริเวณข้างกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เริ่มขายตั้งแต่ 16.00 น. ที่ผู้คนเริ่มทยอยมาชุมนุม และขายถึงเวลา 20.00 น.ก็หมดแล้ว ได้กำไรมากถึง 50 เปอร์เซ็นต์