ตำรวจ สภ.อ.นางรอง รวบ 2 สมี ขณะบวชในโครงการคุมประพฤติของศาลจังหวัดบุรีรัมย์ หนีวัดถอดจีวรออกปล้นฆ่าเจ้าทรัพย์ดับอย่างโหดเหี้ยม เบื้องหลังทั้ง 2 ก่อคดีติดคุกในหลายท้องที่ เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 12 กุมภาพันธ์ พล.ต.ต.ประพัฒน์ ศิริวัฒน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ลงพื้นที่สอบสวนนายประสิทธิ์ หรือหนุ่ม สีวะ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 194 ม. 1 ต.สุขไพบูลย์ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา และนายประหยัด หรือจ่อย เงินแท้ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23 ม. 4 บ้านคูขาดน้อย ต.ท่าโพธิ์ชัย อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ 2 ผู้ต้องหาก่อเหตุใช้อาวุธมีดบุกปล้นฆ่าเจ้าทรัพย์เสียชีวิตด้วยตนเอง เพราะเป็นคดีอุจฉกรรจ์
สืบเนื่องจากทั้ง 2 ได้พากันหนีจากวัดขณะบวชในโครงการอุปสมบทหมู่ในโครงการผู้ถูกคุมประพฤติ เพื่อฟื้นฟูจิตใจไม่ให้หวนกลับมากระทำผิดซ้ำของศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ที่วัดพระพุทธบาทเขากระโดงคาสมณเพศ โดยทั้ง 2 ได้ถอดจีวรไปนั่งดื่มสุราที่โรงแรมรังสรรค์รีสอร์ทในตัวอำเภอนางรอง พอเมาได้ที่ ในเวลาประมาณ 01.00 น.วันที่ 12 ก.พ.ได้ร่วมกันก่อเหตุใช้อาวุธมีดปลายแหลมยาวกว่า 6 นิ้ว 2 เล่ม ที่มีพ่อค้านำมาตั้งวางขายภายในวัดพกติดตัวไว้ในย่าม บุกปล้นบ้านนางสุนีย์ ศรีมาตรภิรมย์ อายุ 46 ปี ที่บ้านเลขที่ 767/53-54 หมู่บ้านสมใจนึก ซอย 3 ถนนโชคชัย-เดชอุดม ต.นางรอง อ.นางรอง
ขณะที่ น.ส.การ์ตูน ศรีมาตรภิรมย์ อายุ 16 ปี บุตรสาวนอนอยู่ภายในห้อง คนร้ายได้งัดประตูเข้าไป น.ส.การ์ตูน ตกใจตื่นคนร้ายจึงชกท้องอย่างแรงจนสลบ แล้วรื้อค้นเอาทรัพย์สินแต่ไม่พบของมีค่า คนร้ายทั้ง 2 จึงเดินออกมานอกบ้าน และ น.ส.การ์ตูนได้ลุกขึ้นด้วยความกลัวโทรศัพท์หาเพื่อนว่ามีคนร้ายบุกเข้ามาในบ้านทำร้ายตน จากนั้นคิดว่าคนร้ายหนีไปแล้วจึงได้ เดินออกมาเคาะประตูเรียกนางสุนีย์ ซึ่งเป็นแม่นอนอยู่ห้องตรงข้าม แต่คนร้ายกลับหวนเข้ามาในบ้านอีกครั้ง และตรงเข้าไปล็อคคอใช้มีดจี้ทั้งแม่และลูก ร้องตะโกนส่งเสียงดังให้คนมาช่วย
ทำให้นายมนตรี ศรีมาตรภิรมย์ อายุ 39 ปี น้องชายนางสุนีย์ ได้ยินเสียงร้องจึงตกใจตื่นขึ้น ได้ออกมาหวังเข้าไปช่วยเหลือ แต่กลับถูกนายประสิทธิ์ ใช้มีดปลายแหลมกระโดดเข้าจ้วงแทงสวนเข้าที่บริเวณต้นแขน ทะลุใต้รักแร้ทนพิษบาดแผลไม่ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา
จากนั้นผู้ต้องหาทั้ง 2 ได้หลบหนีไป และได้ไปก่อเหตุขโมยรถจักรยานยนต์ พร้อมเงินสด 200 บาท และบุหรี่อีก 2 ห่อ ภายในร้านอาหารสองพี่น้อง เพื่อใช้ในการหลบหนี ต่อมานางสุนีย์ ได้โทรศัพท์ไปแจ้งตำรวจ สภ.อ.นางรอง พร้อมแจ้งรูปพรรณทั้ง 2 คนร้ายหัวโล้นคล้ายพระสึกใหม่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สกัดจับกุมคนร้าย
ต่อมา พ.ต.อ.ดำรง รอดโพธิ์ทอง ผกก.สภ.อ.นางรอง พ.ต.ท. นิคม โชติทวีศักดิ์ รอง สว.สส. พ.ต.ท.ชวันรัตน์ ไชยรวีวัฒน์ สวป. พ.ต.ท.กฤษฎา สุขสวัสดิ์ สว.สส. พร้อมด้วยชุดสืบสวน สภ.อ.นางรอง และกำลังตำรวจ 191 ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ และกระจายกำลังสกัดจับกุมคนร้าย ทั่วทุกซอกซอยในอ.นางรอง
จนเวลา 03.00 น. วันเดียวกัน สามารถจับกุมนายประหยัด พร้อมรถจักรยานยนต์ที่ลักขโมยมาจากร้านอาหารสองพี่น้องได้ และนำตัวมาสอบสวน ให้การว่า หลังก่อเหตุได้ไปที่ร้านอาหารสองพี่น้อง เพื่อไปขโมยรถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะใช้ในการหลบหนี พอได้รถจักรยานยนต์แล้วขับขี่ไปที่หมู่บ้านสุขสันต์ซึ่งเป็นบ้านจัดสรรอยู่ตำบลหนองเสม็ดจึงถูกเจ้าหน้าที่จับกุมไว้ก่อน
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ปิดล้อมบริเวณหมู่บ้านดังกล่าว ที่คาดว่าคนร้ายอีกรายน่าจะซุกซ่อนอยู่ จนประมาณ 05.00 น. ตำรวจได้พบตัวนายประสิทธิ์ ขณะเดินอยู่บนถนนทางเข้าหมู่บ้านหนองเสม็ด จึงเข้าไปสอบถามและมีท่าทางพิรุธ ซึ่งมีรูปพรรณตรงกับที่ศูนย์วิทยุแจ้ง จึงได้ทำการจับกุม แล้วนำมาสอบสวนที่ สภ.อ.นางรอง นายประสิทธิ์ยอมจำนนด้วยหลักฐาน พร้อมรับสารภาพว่าได้ร่วมกับนายประหยัดปล้นชิงทรัพย์ฆ่านายมนตรีจริง
ต่อมาเมื่อเวลา 13.00 น.วันเดียวกัน พล.ต.ต.ประพัฒน์ ศิริวัฒน์ ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ยังบ้านที่เกิดเหตุท่ามกลางญาติ และประชาชนนับร้อยกรูรุมประชาทัณฑ์ แต่เจ้าหน้าที่ได้เตรียมกำลังตำรวจคุ้มกันไว้อย่างหนาแน่ จึงไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหา ลักทรัพย์และฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ส่วนศพของนายมนตรี ญาตินำไปตั้งบำเพ็ญกุศลไว้ที่วัดกลาง อ.นางรอง ท่ากลางความเศร้าสลดของญาติๆ พร้อมทั้งประณามคนร้ายที่ร่วมกันก่อเหตุสะเทือนขวัญ
พล.ต.ต.ประพัฒน์ ศิริวัฒน์ ได้กล่าวภายหลังทำแผนว่า ประวัติผู้ต้องหาทั้ง 2 เคยก่อคดีถูกจำคุกหลายครั้ง ล่าสุดนายประสิทธิ์ ถูกจำคุกในข้อหา ร่วมกับเพื่อน 13 คนปล้นรถจักรยานยนต์ ที่จ.นครราชสีมา ส่วนนายประหยัดถูกจำคุกในข้อหาลักทรัพย์ และทั้ง 2 อยู่ในระหว่างถูกคุมประพฤติและศาลได้นำมาอุปสมบทในโครงการดังกล่าว
"คดีนี้ต้องดำเนินการอย่างเฉียบขาดเพราะผู้ต้องหาทั้ง 2 กระทำโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย ถึงแม้จะบวชฟื้นฟูจิตใจในโครงการอุปสมบทผู้ถูกคุมประพฤติ ก็ยังกลับมากระทำผิดซ้ำอีก" พล.ต.ต.ประพัฒน์ กล่าว