พระพยอม เตือนสตินายกรัฐมนตรีและฝ่ายคัดค้านขับไล่ให้ลดทิฐิ พบกันครึ่งทาง ใช้คำพูดที่มีธรรมะ สัจจะ ไม่ใช้คำหยาบคาย รุนแรง หรือใช้คำยั่วยุ เพราะยิ่งจะทำให้บ้านเมืองบอบช้ำและวุ่นวายมากขึ้น เสนอ พล.อ.เปรม เป็นกาวใจประสาน รวมทั้งเตือนสื่อเสนอข่าวที่ก่อให้เกิดความปรองดองต่อกัน พระราชธรรมนิเทศ หรือพระพยอม กัลยาโณ ได้บรรยายธรรมให้กับญาติโยมและสามเณรที่มาร่วมกิจกรรมรณรงค์ รักพ่ออย่าทะเลาะกัน เกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งของบ้านเมืองขณะนี้ว่า ไม่สบายใจกับท่าทีของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและฝ่ายคัดค้านขับไล่
"เนื่องจากทั้งสองฝ่ายมีท่าทีที่แข็งกร้าวไม่ยอมโอนอ่อนหรือพบกันครึ่งทางเลย ฝ่ายหนึ่งก็ยืนยันว่าจะไม่ลาออกหรือยุบสภา ขณะที่อีกฝ่ายก็ระบุชัดว่าต้องลาออกหรือยุบสภา ไม่เช่นนั้นก็จะประท้วงคัดค้านไม่มีสิ้นสุด ซึ่งคำพูดลักษณะนี้ถือเป็นการพูดที่ปราศจากธรรมะสัจจะ หรือเรียกว่าพูดแบบหัวชนฝา เนื่องจากไม่ได้คำนึงถึงเหตุและปัจจัยตามหลักธรรมะที่ให้ยึดเหตุและปัจจัยประกอบด้วย ไม่ใช่มุ่งแต่เอาชนะ คิดแต่ว่าฝ่ายตนเป็นฝ่ายถูกอย่างเดียว หากคิดแบบนี้เกรงว่าจะยิ่งทำให้บ้านเมืองบอบช้ำและวุ่นวาย และอาจรุนแรงกว่าเหตุการณ์ทางการเมืองที่ผ่านมาในอดีต" พระพยอม กล่าวและว่า
ดังนั้น อยากให้ทั้งสองฝ่ายลดทิฐินึกถึงผลเสียที่จะเกิดขึ้นกับประเทศชาติ โดยในส่วนของกลุ่มผู้คัดค้านนายกรัฐมนตรีอยากให้ระมัดระวัง อย่าใช้ถ้อยคำที่หยาบคายและรุนแรงเกินไป อย่างที่ได้ฟังเมื่อวานนี้รู้สึกไม่สบายใจ เกรงว่าจะยั่วยุให้เกิดการตอบโต้กลับที่รุนแรงได้ จึงอยากให้ระมัดระวังมากกว่านี้ ส่วนกลุ่มที่มาให้กำลังนายกรัฐมนตรี อยากแนะว่าควรให้กำลังใจแบบมีสติและแบบเตือนสติด้วย ไม่ใช่ใช้วิธีการแบบยั่วยุ เพราะมีแต่จะสร้างความขัดแย้งมากขึ้น ทั้งนี้ เห็นว่าสถานการณ์ช่วงนี้ควรจะหาบุคคลที่เป็นที่ยอมรับของทั้งสองฝ่ายหรือเป็นปูชนียบุคคลของประเทศ เช่น พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ มาช่วยประสานและเป็นกาวใจให้
ตอนนี้ไม่มีใครยอมใครซะแล้ว พูดแต่ว่าจะออกหรือไม่ออก จะยุบหรือไม่ยุบ ใช้คำไม่ดี เช่น คำว่าแตกหัก เช็คบิล หรือปิดบัญชี อีกฝ่ายก็ใช้คำไม่ออก ไม่ยุบ แบบนี้เรียกว่าใช้ภาษาไม่มีธรรมะสัจจะ ถ้าจะพูดให้มีธรรมะสัจจะต้องแล้ว คำพูดต้องขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัย เวลานี้พูดกันไม่มีตรงนี้ เหมือนกับเป็นเวรกรรมหรือจังหวะที่ว่าบ้านเมืองจะลุกเป็นไฟหรือเปล่า เพราะในอดีตตอนที่บ้านเมืองจะพังอารมณ์คนก็เป็นแบบนี้คืออารมณ์ไม่ยอม ยอมไม่เป็น ก็เย็นไม่ได้ ที่ว่าเอาประเทศไทยคืนมาก็เหมือนเอาบ้านกูคืนมา แต่ทะเลาะกันถีบจนข้างฝาบ้านพัง หลังคาหลุดร่วงแล้วบอกว่าเอาบ้านกูคืนมา แต่ข้างฝาไม่เหลือแล้วเกรงว่าประเทศไทยที่ได้คืนจะเป็นประเทศที่บอบช้ำ อยากให้คืนมาแบบไม่บอบช้ำได้ไหม ให้ลองช่วยคิดกัน พระพยอม กล่าว
พระพยอมยังกล่าวบทบาทของสื่อมวลชนว่า ต้องวางตัวเป็นกลางอย่างแท้จริง เนื่องจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมี 2 ฝ่าย ต้องนำเสนอข่าวอย่างครบถ้วนไม่เอนเอียง เพราะที่ผ่านมาต้องยอมรับว่ามีสื่อโทรทัศน์บางช่องนำเสนอเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างชัดเจน ดังนั้น อยากให้สื่อเร่งช่วยรณรงค์ให้ทั้ง 2 ฝ่าย ที่ขัดแย้งอยู่หันหน้ามาปรองดองกัน และยึดถือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเปรียบเสมือนพ่อของแผ่นดิน ตามสโลแกนที่ทางวัดกำลังรณรงค์ว่า รักพ่ออย่าทะเลาะกัน โดยหวังว่าข้อความนี้จะสะดุดใจและลดความขัดแย้งของทั้ง 2 ฝ่าย ลงบ้าง
ตอนนี้เรียกว่าเลือดเข้าตา เวลาลางร้ายบ้านเมืองจะเกิด คำมาจากสวรรค์ก็ฟังเป็นนรกหมด เราเตือนดี ๆ ยังหาว่าเราเอียง ตอนนี้มันร้าวลึกแล้ว ตอนนี้กลัวสื่อประเภทมดแดงที่ชอบหยิกท้ายให้มดกัดกัน บางช่องเอียงชัด ๆ ตรงไหนฝ่ายม็อบจะเชียร์ บางช่องตรงไหนจะเสียหายกับรัฐบาลก็ไม่ออก แต่ได้เปรียบก็ออกให้ พระพยอม กล่าว และว่า
มีประชาชนหลายคนเห็นด้วยกับการออกมารณรงค์ รักพ่ออย่าทะเลาะกัน ซึ่งวัดคาดหวังว่าจะช่วยทำให้ความตึงเครียดและความขัดแย้งของบ้านเมืองขณะนี้ลดความรุนแรงลงได้ ทั้งนี้ อยากย้ำให้ทั้ง 2 ฝ่าย ยึดทางสายกลาง อย่าใช้อารมณ์เข้าต่อสู้กัน เพราะเกรงว่าประเทศจะเสียหายยิ่งกว่าสมัยปี 2540 ที่เป็นยุคฟองสบู่แตก ซึ่งเกิดขึ้นจากสถานการณ์นอกประเทศ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้มันตรงกันข้าม เนื่องจากเกิดจากคนในประเทศมาทะเลาะและทำร้ายกันเอง