ชุมนุมขับ "ทักษิณ" เดือด พันธมิตรดาหน้า ชำแหละ "ชินวัตร" ชี้แค่ลาออกอาจไม่พอ แนะหนีออกนอกประเทศ พร้อมนัดชุมนุมครั้งใหญ่สนามหลวง 26 ก.พ. ภายใต้ชื่อ "เอาประเทศไทยคืนมา" "สนธิ" กร้าว ไม่ชนะไม่เลิก "ภูมิธรรม-หมอเลี้ยบ" สุมไฟซ้ำ ขู่ฟ้องศาลสมเกียรติปลุกอาจารย์ 130 สถาบัน
นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ตัวแทนนักวิชาการของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นเวทีปราศรัยว่าระบบทักษิโณมิกส์ใกล้จะปิดฉาก สัญญาณแรก คือ การที่ ส.ส.รับเงินรัฐบาลคนละ 2 ล้าน เพื่อไปเกณฑ์ประชาชนมามอบดอกไม้ให้กำลังใจนายกฯ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้น 15 วันก่อนที่ พล.อ.สุจินดา คราประยูร จะถูกประชาชนขับไล่ออกจากตำแหน่ง
สัญญาณที่สอง คือ การที่ทีวีไม่เคยออกข่าวการชุมนุมของประชาชนเลย หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังบอกว่า ประชาชนที่มาชุมนุมอย่างแน่นขนัด ณ ลานพระรูปฯ มีเพียง 7,000 คนเท่านั้น
นายสมเกียรติ ยังปลุกให้คณาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่ยังไม่ออกมาอีกราว 130 สถาบัน ออกมาร่วมเคลื่อนไหว เพราะตอนนี้ นิสิตนักศึกษาได้ออกมาตั้งโต๊ะล่าชื่อประชาชนแล้ว
"อาจารย์จำเป็นต้องออกมาร่วมทุกข์ร่วมสุข รู้ร้อนรู้หนาว ไม่เช่นนั้นจะเป็นอาจารย์ได้อย่างไร" นายสมเกียรติ กล่าว
วุฒิพงษ์ขับออกนอกประเทศ
นายวุฒิพงษ์ เพรียบจริยาวัฒน์ ผอ.สถาบันสหสวรรษ ขึ้นมากล่าวถึงทางออกของ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า ดังที่มีการเสนอมา ไม่ว่าจะเป็นการลาออก หรือยุบสภา นั้น ตนไม่เห็นด้วย เพราะไม่ใช่การแก้ปัญหาแบบเบ็ดเสร็จ ตนเห็นว่าทางออกของ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น อยู่ที่ดอนเมือง
"ถ้าจะไปก็ควรจะใช้แอร์เอเชียไฟลท์พิเศษ หรือไม่อย่างนั้น ก็หลังบ้านจันทร์ส่องหล้า เรียกเฮลิคอปเตอร์จากกองทัพอากาศมารับ" นายวุฒิพงษ์ กล่าว
นายการุณ ใสงาม ส.ว.บุรรีรัมย์ กล่าวปราศรัยว่า การจัดการกับทรราช ไม่จำเป็นต้องใช้กระไดมาโหน เพราะอย่างไรนายกฯ ก็ไม่ลง ตนจึงเสนอให้แก้รัฐธรรมนูญด้วยเหตุว่า รัฐธรรมนูญมีปัญหา จึงทำให้เกิด ส.ว.ทาส และองค์กรอิสระที่ไม่รับใช้ประชาชน ที่จริงเราพร้อมจะเขียนและแก้ไขอยู่แล้ว เดิมตนเคยเสนอว่า เมื่อนายกฯ เป็นทรราช ทรัพย์ที่มีอยู่ก็ควรตกเป็นของแผ่นดิน เพราะร่ำรวยผิดปกติ
ทั้งนี้ นายการุณ อาสาเป็นคณะกรรมการตามยึดทรัพย์ โดยเมื่อยึดกลับมาแล้ว ก็จะนำไปใช้เป็นงบประมาณทำเมกะโปรเจคท์
ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อใกล้ถึงเวลา 23.55 น. ผู้ดำเนินรายการ ได้เชิญแกนนำขึ้นมาบนเวที และมอบหมายให้ นายสนธิ อ่านประกาศคณะพันธมิตรฉบับที่ 1 ว่า จะเดินหน้าชุมนุมใหญ่ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ณ ท้องสนามหลวง เริ่มเวลา 16.00 น. ซึ่งพันธมิตร มีมติเอกฉันท์ว่า ถ้าหากไม่ชนะ ไม่เลิก
ผบ.ตร.ขอบคุณชุมนุมโดยสงบ
พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์เมื่อเวลา 22.30 น. ถึงภาพรวมในการรักษาความสงบเรียบร้อยกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้าว่า ตั้งแต่การชุมนุมเริ่มขึ้นเมื่อประมาณ 16.00 น. จนถึงขณะให้สัมภาษณ์ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ตนก็ขอขอบคุณประชาชนทุกคนรวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอาสาสมัครทุกคนที่ช่วยกันดูแลทั้งเรื่องการจราจรและการดูแลไม่ให้เกิดเหตุกระทบกระทั่ง
"ถึงแม้ความคิดเห็นจะแตกต่างกันก็เป็นเรื่องธรรมชาติแต่ก็ต้องไม่ให้เกิดการทำร้ายกัน ใครคิดเห็นอย่างไรก็ว่ากันไปตามวิถีทางประชาธิปไตย และเคารพกฎหมายบ้านเมือง คาดว่าการชุมนุมในวันนี้คงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย" พล.ต.อ.โกวิท กล่าว
ต่อข้อถามว่าหากสัปดาห์หน้ามีการชุมนุมอีกเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีมาตรการอย่างไร พล.ต.อ.โกวิท กล่าวว่า เอาแค่วันนี้ก่อนแล้วกัน
ผบ.ทบ.กำชับจับตาการชุมนุม
ผู้สื่อข่าวรายงานจากศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก (ศปก.ทบ.) ว่า พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก ได้สั่งการให้ ศปก.ทบ.ติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ลานพระบรมรูปทรงม้าอย่างใกล้ชิด โดยมี พล.ท.ชาติชาย บุญวัฒนะกุล ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก ฝ่ายยุทธการ (ผช.เสธ.ทบ.ฝยก.) ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะในการประชุมร่วมกับหัวหน้าคณะฝ่ายเสนาธิการ เพื่อวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ชุมนุมของกลุ่มเคลื่อนไหวต่อต้านขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ทุกๆ 3 ชั่วโมง
เบื้องต้นได้รับรายงานจากผู้บังคับหน่วยใกล้เคียงบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า อาทิ พล.ท.อนุพงษ์ เผ่าจินดา แม่ทัพภาคที่ 1 และพล.ต.พฤณฑ์ สุวรรณทัต ผบ.กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ว่าสถานการณ์ไม่น่าจะมีอะไรรุนแรงมากนักเพราะมีกลุ่มผู้ชุมนุมประมาณ 1 หมื่นคนเศษ ซึ่งน้อยกว่าการชุมนุมเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์
โดยเฉพาะหน่วยข่าวได้รายงานถึงปราศรัยของนายสนธิ และแกนนำการเคลื่อนไหวต่างๆ ไม่มีเนื้อหาสาระพอที่จะล้มล้างรัฐบาลได้
ทั้งนี้ พล.อ.สนธิ ย้ำให้ผู้บังคับหน่วยติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องจนกว่าการชุมนุมจะสลายตัว ขณะเดียวกันยังกำชับให้กำลังพลอยู่ในที่ตั้งของตัวเองเพื่อเตรียมความพร้อมหากเกิดกรณีฉุกเฉิน
สุรพงษ์ชี้ใครเสียหายก็ฟ้องกันเอง
น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังนายสนธิ ลงจากเวที ว่า การพูดของนายสนธิ มีข้อมูลหลายอย่างที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง เช่น เรื่องการก่อตั้งพรรคไทยรักไทยที่นายสนธิ ระบุว่า พรรคไทยรักไทยมีการหาเสียงที่เป็นลักษณะการซื้อขายเสียง โดยใช้กลวิธีต่างๆ เป็นการพูดที่คลาดเคลื่อนและใส่ร้ายป้ายสี เป็นไปไม่ได้ที่พรรคไทยรักไทย จะมีการซื้อขายเสียง หรือดำเนินการเลือกตั้งด้วยวิธีสกปรก
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคจะฟ้องร้องกรณีที่นายสนธิ พูดพาดพิงหรือไม่ น.พ.สุรพงษ์ กล่าวว่า การพูดในหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบางบริษัท เช่น แอร์เอเชีย ปตท. ก็เป็นเรื่องที่บริษัทเหล่านั้นต้องพิจารณาว่าเกิดความเสียหายหรือไม่ และต้องไปดำเนินการพึ่งพิงศาลยุติธรรมเพื่อปกป้องตัวเอง ในส่วนของรัฐบาล หรือนายกฯ หรือผู้ที่ถูกพาดพิง ก็จะไปพิจารณาว่า คำบางคำที่ทำให้เกิดความเสียหาย ก็จะต้องปกป้องสิทธิของตัวเองเช่นกัน
"การปราศรัยในวันนี้ หากใครได้รับความเสียหาย ก็ต้องปกป้องสิทธิของตัวเองต่อไป แต่ในส่วนของรัฐบาลไม่คิดว่าการชุมนุมในวันนี้จะนำไปสู่ความรุนแรง หรือทำให้เกิดความสั่นคลอนต่อเสถียรภาพของรัฐบาล และเป็นเรื่องที่ประชาชนส่วนหนึ่ง ได้แสดงความเห็นของตัวเองออกมา ซึ่งเราก็รับฟัง ตรงไหนที่เป็นประโยชน์ ก็จะนำไปใช้พิจารณาเพื่อดำเนินการต่อไป ตรงไหนคลาดเคลื่อนก็ต้องชี้แจง ตรงไหนที่อาจจะทำให้เกิดความเสียหาย ก็ต้องปกป้องสิทธิคนที่ถูกพาดพิง" น.พ.สุรพงษ์ กล่าว
ภูมิธรรมขู่ฟ้องสนธิเอาเรื่องไม่จริงมาพูด
ด้าน นายภูมิธรรม เวชยชัย รมช.คมนาคม กล่าวภายหลังฟังคำปราศรัยของนายสนธิ ลิ้มทองกุล และพันธมิตรว่า ถ้าเอาเรื่องไม่จริงมาพูด เช่น กรณีของ www.manusaya.com ซึ่งเป็นเรื่องไม่จริง ทำให้ตนเกิดความเสียหาย ก็คงต้องไปคุยกันที่ศาล ซึ่งทนายความของตนก็รวบรวมหลักฐาน เพื่อฟ้องร้องทางแพ่ง
โดยค่าเสียหายที่ได้รับ หากฟ้องร้องแล้วชนะจะแบ่งให้ทนายความครึ่งหนึ่งเลย เรื่องนี้ดีเอสไอก็สอบสวนอยู่แล้ว ดังนั้น การเรียกร้องหาจริยธรรมคนอื่น แต่กลับมาทำเสียเอง เพราะเอาเรื่องไม่จริงมาพูด ตนก็ต้องฟ้องร้องให้รับผิดชอบตามกฎหมาย