การชุมนุมที่ลานพระบรมรูปทรงม้าเพื่อเรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งดำเนินการโดยพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มีประชาชนไปร่วมชุมนุมประมาณ 3 หมื่นคน ขณะที่บนเวทีมีตัวแทนจากพันธมิตรสับเปลี่ยนกันขึ้นไปปราศรัยอย่างดุเดือดตำรวจเปิดทางเข้าลานพระรูปฯ
สำหรับการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้เริ่มขึ้นในช่วงเที่ยงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ มีโดยกลุ่มพันธมิตรและผู้ร่วมชุมนุมประมาณ 500 คน รวมตัวกันที่เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ข้างกระทรวงศึกษาธิการ จากนั้นได้เดินขบวนพร้อมรถบรรทุกเครื่องเสียงและอุปกรณ์ประกอบเวที มุ่งหน้าไปลานพระบรมรูปทางม้า
อย่างไรก็ตาม เมื่อจะเข้าในบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ได้มีตำรวจจากกองบังคับการตำรวจบาล 1-2 จำนวน 2 กองร้อย ถือโล่พลาสติกตั้งแถวสกัด ทางตัวแทนกลุ่มพันธมิตร ได้แก่ นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตร พร้อมด้วยนายพิภพ ธงไชย ที่ปรึกษา ครป. นายเพียร ยงหนู ประธานสหภาพแรงงานการไฟฟ้านครหลวง และนายศิริชัย ไม้งาม ประธานสหภาพแรงงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้เจรจากับ พล.ต.ต.ปราโมช ปทุมวงศ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ประมาณ 20 นาที ตำรวจจึงเปิดทางให้เข้าไปในลานพระรูปฯ โดยนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ซึ่งปราศรัยอยู่บนรถ ได้กล่าวขอบคุณตำรวจที่ทำให้สถานการณ์คลี่คลายไปด้วยดี
พล.ต.ต.ปราโมช กล่าวว่า ได้ดำเนินคดีกับผู้ขับขี่รถบรรทุกที่ใช้เครื่องกระจายเสียง 2 ข้อหา คือ จอดรถในที่ห้ามจอดกีดขวางการจราจร ปรับ 500 บาท และใช้เครื่องกระจายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับ 200 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากขบวนของกลุ่มพันธมิตรแล้ว ที่บริเวณลานพระรูปฯ มีประชาชนจำนวนมากซึ่งเคยมาฟังปราศรัยเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ มารอตั้งแต่ช่วงเที่ยง โดยจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์แสดงความไม่พอใจที่นายกฯ สั่งห้ามผู้ชุมนุมใช้ลานพระรูปฯ ด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อตั้งเวทีและเครื่องเสียงเสร็จเรียบร้อยประชาชนก็ได้ทยอยกันมาร่วมชุมนุมเพิ่มขึ้นเรื่อย โดยตั้งเวลา 16.00 น. กลุ่มพันธมิตรได้สับเปลี่ยนกันขึ้นเวทีปราศรัยโจมตี พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างดุเดือด โดยมีนายสำราญ รอดเพชร และนายสุวิทย์ วัดหนู กรรมการพันธมิตร เป็นพิธีกร สลับกับการแสดงดนตรีเพื่อชีวิต เช่น ปู-พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ ประทีป ขจัดมาร เป็นต้น กระทั่งเวลา 18.00 น. มีประชาชนมาร่วมประมาณ 2 หมื่นคน
ทั้งนี้ ผู้ปราศรัยทุกคน นอกจากจะโจมตี พ.ต.ท.ทักษิณ เกี่ยวกับการบริหารประเทศไม่เหมาะสมแล้ว ทุกคนยังตะโกนคำว่า "ทักษิณ" เพื่อให้ผู้ชุมนุมตะโกนตอบว่า "ออกไป" เป็นระยะๆ
ผบ.ตร.ไปดูสถานการณ์โดนไล่
นอกจากนี้ เมื่อเวลา 16.30 น. พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ผบ.ตร. พร้อม พล.ต.ท.นาวิน สิงหะผลิน ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.วิโรจน์ จันทรังษี ผบช.น. พล.ต.ต.จรัมพร สุรมณี รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ตรีทศท รณฤทธิวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล และ พล.ต.ต.ปราโมช ปทุมวงศ์ ผบก.น.1 ได้เดินทางจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล ไปที่บริเวณที่ชุมนุม
โดยเมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมเห็น ผบ.ตร.และคณะ ก็ได้พร้อมใจกันตะโกน "ออกไปๆ" เสียงดังลั่น พล.ต.อ.โกวิท จึงตัดสินใจเดินทางกลับออกไปก่อนที่สถานการณ์จะบานปลาย โดยมีผู้ชุมนุมบางกลุ่มตะโกนตามไล่หลังไปถึงแยกเสือป่า จนนายสุวิทย์ ต้องประกาศขอโทษพล.ต.อ.โกวิท แทนผู้ร่วมชุมนุม
นอกจากนี้ เมื่อเวลา 18.25 น. ได้เกิดเหตุวุ่นวายบริเวณหน้าเวที เนื่องจากมีผู้ชายนำใบปลิวสนับสนุนนายกฯ ไปเดินแจก สร้างความไม่พอใจให้ผุ้ชุมนุม ส่งเสียงขับไล่ แต่นายสุวิทย์ ซึ่งเป็นพิธีกรบนเวทีพยายามขอร้องให้อยู่ในความสงบ จากนั้นทีมงานของพันธมิตรได้นำตัวออกไป
เปิดตัวพันธมิตรอีกรอบ
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า เมื่อเวลา 18.00 น. ได้มีการเปิดตัวเครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยพิธีกรได้เชิญกลุ่มแกนนำขึ้นมาบนเวที ได้แก่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล น.ส.สโรชา พรอุดมศักดิ์ นายพิภพ ธงชัย ที่ปรึกษาประธาน ครป. นายพิทยา ว่องกุล ประธาน ครป. นายสุริยะใส กตะศิลา เลขา ครป. นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ นายสมเกียรติ พงศ์ไพบูลย์ นักวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา นายเพียร ยงหนู เครือข่ายปกป้องไฟฟ้าและประปา นายศิริชัย ไม้งาม ประธานสหภาพ กฟผ. นายอวยชัย วะทา ผู้แทนครูคัดค้านการถ่ายโอน นายปรีดา เตียสุวรรณ กลุ่มนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย น.ส.รสนา โตสิตระกูล เครือข่ายปกป้องผู้บริโภค นายทองกราน ทานา นายวสันต์ สิทธิเขต เครือข่ายศิลปินเพื่อชีวิต นายสุวิทย์ วัดหนู นายวุฒิพงษ์ เพรียบจริยวัฒน์ นักวิชาการ และ น.ส.กชวรรณ ชัยบุตร เลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)
โดยการเปิดตัวดังกล่าว นายสนธิ ได้ประกาศว่าจะไม่หนีไปไหนจะต่อสู้ร่วมกับประชาชนและเครือข่ายพันธมิตรตลอดไป แต่การตัดสินใจต่างๆ จะต้องเป็นไปในรูปฉันมิตรของพันธมิตร ไม่ใช่แบบที่ตนเป็นพระเอกคนเดียวเหมือนที่ผ่านมา
ส.ว.โดดร่วมวงด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างการปราศรัยช่วงต่างๆ ก่อนที่นายสนธิจะขึ้นเวทีอีกครั้งในเวลา 20.00 น. นั้น ทางนายสุวิทย์และนายสำราญได้ประกาศรายชื่อแนวร่วมจากส่วนต่างๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่น กลุ่ม ส.ว.นางมาลีรัตน์ แก้วก่า นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ นายวิญญู อุฬารกูล เป็นต้น
ขณะที่ผู้ปราศรัยที่หมุนเวียนกันขึ้นเวที อาทิ นายพิภพ นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ผู้นำแรงงานรัฐวิสาหกิจ นายไกรศักดิ์ นอกจากนี้ น.ส.กชวรรณ ชัยบุตร เลขาธิการ สนนท.ก็ได้ขึ้นปราศรัยด้วย
เลขาฯ สนนท.จวกยับ
น.ส.กชวรรณ กล่าวว่า วันนี้เกิดคำถามมากมายนายกฯ บอกว่าจะตั้งโต๊ะเจรจาให้มีการปฏิรูปการเมืองหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่วันนี้หมดเวลาของนายกฯแล้วเพราะพี่น้องประชาชนมาเจรจาหลายครั้งทำได้ก็เพียงแค่ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแช่แข็งไว้เท่านั้น เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะไม่เจรจาอะไรต่อไปอีกแล้ว
"ทำไมวันนี้เราจึงต้องไล่นายกฯออกจากตำแหน่งมีคำถามมากมาย ขอบอกว่ามันเป็นความผิดของตัวนายกฯเอง ตรงที่ท่านสวมหมวก 2 ใบ คือเป็นนักธุรกิจและผู้นำประเทศ เห็นได้จากการขายหุ้นชินคอร์ป และท่านก็เลือกหมวกธุรกิจมากกว่าการเป็นผู้นำประเทศ แย่งชิงผลประโยชน์ของตนมากกว่าผลประโยชน์ของรัฐ ทำให้ท่านขัดกับจริยธรรมทางการเมือง"น.ส.กชวรรณ กล่าว
เลขาธิการ สนนท. กล่าวต่อว่า มีหลายคนถามว่าถ้าไม่เอา พ.ต.ท.ทักษิณ แล้วจะเอาใครขึ้นมาเป็นนายกฯ เราตอบได้ว่าถ้าไม่เอานายกฯทักษิณแล้วเราจะเอาสังคมแบบไหน เพราะหากไม่มีนายกฯทักษิณการปฏิรูปการเมืองก็จะเกิดขึ้น จะทำให้มีการปลดล็อกกลไกการตรวจสอบ โซ่ตรวนที่ล็อกไว้อยู่ในขณะนี้ อย่างเช่น รัฐสภา สื่อมวลชน ขบวนการของภาคประชาชน และองค์กรอิสระ จะไม่ถูกกดดันและบีบบังคับ ทำให้สามารถตรวจสอบรัฐบาลได้ ดังนั้นเราต้องปลดปลอกคอให้กับ ส.ส.ในสภา สิ่งที่เราต้องการในวันนี้ ก็คือพลังของประชาชนที่จะขับไล่ทรราช
"วันนี้ขอเรียกร้องให้ ส.ส.เปิดประตูคุกออกมา ประชาชนก็ยินดีจะต้อนรับ อย่ายึดมติพรรค ต้องสำนึกว่าเป็นลูกจ้องของประชาชนไม่ใช่ลูกจ้างของพรรคการเมืองซึ่งในวันที่ 13 กุมภาพันธ์นิสิตนักศึกษาจะขอขับไล่ทรราช จุดนัดพบก็คือที่ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เราจะได้เห็นว่าพลังนิสิตนักศึกษาที่รวมกับประชาชนขับไล่ทรราชออกไปเป็นอย่างไร และเชื่อว่านายกฯจะต้องออกจากตำแหน่งแน่นอน"เลขาธิการสนนท. กล่าว
สนธิร่ายยาวจวกยับ
นายสนธิ กล่าวว่า ก่อนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเข้ามาเป็นนายกฯ มีหุ้นในกลุ่มชินประเมินได้ 2 หมื่นล้านบาท แต่เมื่อเข้ามาเป็นนายกฯ แล้ว หุ้นประเมินได้ถึงแสนล้านบาท การที่ พ.ต.ท.ทักษิณเข้ามาบริหารประเทศ ก็เพื่อเงิน 7.3 หมื่นล้านบาทเท่านั้น คนเราเมื่อมาเป็นนายกฯ สิ่งสำคัญคือจริยธรรม ไม่มีไม่ได้
นายสนธิ กล่าวว่า เกาะบริติชเวอร์จินนั้น ในทางสากลรู้กันดีว่าเป็นเกาะฟอกเงิน การโอนหุ้นไปที่เกาะนั้นในตอนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนายกฯ แบบนี้อายเขาหรือไม่ ทางสากลดูถูกเหยียดหยามมาก วันนี้ตนจุดเทียนติดแล้ว ขอให้ประชาชนเอาไปจุดต่อ อย่าไปยอม เพราะเขากำลังปิดกั้นสื่อ มีข่าวบอกว่าตนหนีไปต่างประเทศแล้ว ทั้งที่ไม่เป็นความจริง การปิดกั้นสื่อเพราะเขาต้องการป้อนความโง่เขาให้เราทุกวัน แต่ประชาชนที่มาชุมนุมในวันนี้มาด้วยใจรักชาติ และรักแผ่นดิน ซึ่งเห็นได้ชัดว่านายกฯ คนนี้ลุแก่อำนาจ ปิดกั้นผู้ชุมนุม ไม่อนุญาตให้มาชุมนุมที่ลานพระบรมรูปทรงม้า แล้วยังไม่ให้บริษัทที่ให้เช่าเครื่องเสียงและรถหกล้อมาร่วม
"นี่หรือคนที่เชื่อประชาธิปไตย นายกฯ ท้าให้ผมไปคุยโดยไม่ออกสื่อ พอผมท้าบ้างก็ไม่พูด พอสื่อฝรั่งไปถามก็บอกว่าสนธิคือใคร แล้วยังบอกให้ผมไปใช้หนี้แบงก์ก่อนกู้ชาติ อยากถามว่าคนเป็นหนี้แบงก์ แต่ไม่ได้โกงชาติดีกว่าไหม" นายสนธิ กล่าวและว่า
"วันนี้ผมมาจุดเทียนให้กับประชาชน จะเจ๊งเป็นเจ๊ง ตายเป็นตาย ชีวิตเกิดมาครั้งเดียว และขอเรียกร้องคนที่ทำสื่อโทรทัศน์เปิดความจริงให้ประชาชนได้รับฟังว่ามีคนเรือนแสนมาขับไล่รัฐบาล เราไม่ต้องเสียเงินแม้แต่บาทเดียวให้เขา มีแต่เขาที่ต้องเสียเงินให้เรา ไม่เหมือนกับบางคนที่เสียเงิน 200-300 บาท เดินขบวนกันไปเลียนายกฯ การต่อสู้ทุกครั้งชัยชนะที่ได้มามาด้วยความลำบาก ชัยชนะของประชาชนได้มายาก ดังนั้นพวกเราต้องอดทนและไม่ย่อท้อ" นายสนธิ กล่าว
นายสนธิ กล่าวว่า นายกฯ เป็นสาเหตุที่ต้องให้คนมาขับไล่ในวันนี้ ทำไมนายกฯ จึงต้องขายหุ้นให้กับรัฐบาลสิงคโปร์ วันนี้นายกฯ เหมือนคนที่เปิดประตูเมืองให้พม่าเข้าในกรุงศรีอยุธยา เหมือนกับวันนี้ที่เปิดให้สิงคโปร์เข้ายึดประเทศไทย จึงไม่แปลกหากย้อนไปดูจะเห็นว่าหุ้น ปตท.ก็มีแต่คนสิงคโปร์ที่ถือหุ้น
"การขายหุ้นชินให้สิงคโปร์ ให้ใช้สิทธิดาวเทียมซึ่งถือว่าเป็นของประเทศไทย ให้สัมปทานประเทศสิงคโปร์เข้ามาใช้ดาวเทียมไอพีสตาร์ได้ ถ้าวันดีคืนดีรัฐบาลสิงคโปร์ไม่ให้คนไทยใช้ดาวเทียม ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน จึงถือว่านายกฯ ไม่เคยคิดถึงผลประโยชน์ของชาติ แต่คิดถึงผลประโยชน์ของตัวเอง" นายสนธิ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงที่นายสนธิ ขึ้นปราศรัย บรรยากาศการชุมนุมเริ่มคึกคักขึ้นมาทันที มีประชาชนทยอยเดินทางมาร่วมชุมนุมมากขึ้น โดยส่วนใหญ่จะเดินทางมาโดยรถแท็กซี่ ตุ๊กตุ๊ก และรถจักรยานยนต์ และรถยนต์ส่วนตัว
ขณะที่จากการสังเกตการณ์บริเวณรอบๆ ถนนทุกสายในบริเวณใกล้เคียงสถานที่ชุมนุมมีรถยนต์ส่วนตัวของผู้มาร่วมชุมนุมจอดจนแน่นขนัด สอดคล้องกับในบริเวณชุมนุมซึ่งไม่พบว่ามีการนำคนมาเป็นกลุ่มก้อนจากต่างจังหวัด ขณะที่นายสุวิทย์ ซึ่งเป็นพิธีกรได้ประกาศว่า ประชาชนในต่างจังหวัดได้จัดการชุมนุมกันขึ้น อาทิ ที่ จ.สงขลา ขอนแก่น นครราชสีมา ภูเก็ต ตรัง และพัทลุง
หึ่งนายกฯ ดอดดูม็อบ
ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อเวลา 17.00 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เดินทางกลับจากการปฏิบัติภารกิจที่ จ.ยะลา ถึงท่าอากาศยานทหารกองทัพอากาศโดยไม่ยอมให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การชุมนุม ขณะที่คนใกล้ชิดได้ขอร้องผู้สื่อข่าวไม่ให้ติดตาม แต่จากการตรวจสอบพบว่า นายกฯ ได้เปลี่ยนเส้นทางกลับบ้านพักในซอยจรัญสนิทวงศ์ 69 โดยใช้เส้นทางถนนวิภาวดีขึ้นทางพิเศษโทลล์เวย์ ต่อเนื่องเข้าทางด่วนดินแดง ไปลงที่ด่านยมราช เข้าถนนหลายหลวง เลี้ยวเข้าถนนนครสวรรค์ตรงไปยังแยกศูนย์ประชุมสหประชาชาติ ผ่านสะพานมัฆวานรังสรรค์ ไปทางถนนอู่ทอง เลี้ยงขึ้นสะพานกรุงธน เข้าถนนจรัญสนิทวงศ์ ทำให้คาดว่านายกฯ ต้องการไปดูการชุมนุมด้วยตาตนเอง
เจิมศักดิ์ชี้อยู่ถึงสิ้นเดือนก็เก่งแล้ว
นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ส.ว.กทม. ได้ขึ้นปราศรัย โดยกล่าวว่า ตนไม่เคยไว้ใจ พ.ต.ท.ทักษิณ ตั้งแต่ปีแรกที่เข้ามาเป็นนายกฯ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เคยต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็น 14 ตุลา 6 ตุลา หรือพฤษภาทมิฬ ไม่เคยทำอะไรเพื่อบ้านเมือง ตอนที่เข้ามาเป็นนายกฯ ก็บอกว่าจะแบ่งสมบัติเป็น 3 ส่วน คือ 1.ให้ลูกให้เมีย 2.เอาไว้ใช้ 3.เอาไว้ทำประโยชน์ ทุกวันนี้สมบัติทั้ง 3 ส่วน มีแต่โตขึ้นเรื่อยๆ ตนมองว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างไรก็อยู่ต่อไปไม่ได้ เพราะล้มละลายทางความเชื่อถือ ตนเคยผ่านการชุมนุมเพื่อประชาธิปไตยมา 3 ครั้ง และไม่มีครั้งใดที่นายกฯ จะอยู่ได้หากประชาชนชุมนุมใหญ่ขนาดนี้
นายเจิมศักดิ์ กล่าวว่า ทั้ง 3 ครั้งที่ผ่านมา ไม่เคยมีนายกฯ คนใดถูกด่ามากขนาดนี้ ไม่เคยถูกด่าว่าชายชาติหรือโกงชาติ ถ้าถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีปัญหาที่ไหน พ.ต.ท.ทักษิณมีปัญหาอย่างเดียว คือเห็นแก่ตัว เมื่อเห็นแก่ตัวก็จะเห็นแก่ลูกเมีย และบริวาร จึงหาอำนาจให้มากที่สุด และในที่สุดก็เข้ายึดระบบรัฐสภา ดังนั้นการต่อสู้นอกสภาอย่างนี้ จึงถือเป็นการถูกต้องตามครรลองของรัฐธรรมนูญ
"มีคนถามผมว่า นายกฯ จะอยู่ได้อีกนานไหม ผมตอบไปว่าถึงสิ้นเดือนนี้ก็เก่งเกินไปแล้ว ถ้าผมเป็น พ.ต.ท.ทักษิณ จะรีบวิ่งหนีออกประเทศไทยในคืนนี้ เพราะอยู่ต่อไปก็บริหารประเทศไม่ได้ เมื่อหมดความเชื่อมั่น จะทำงานอย่างไร หากวิ่งไปตอนนี้อาจจะไม่ถูกยึดทรัพย์ แต่ในอนาคตจะต้องถูกยึดทรัพย์อย่างแน่นอน" นายเจิมศักดิ์ กล่าวนักศึกษาเดินล่าชื่อขับไล่
ส่วนความเคลื่อนไหวด้านอื่นนั้นผู้สื่อข่าวยังรายงานจากลานโพธิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่า ตั้งแต่ช่วงเช้ามีการตั้งโต๊ะลงชื่อถอดถอน พ.ต.ท.ทักษิณ ออกจากตำแหน่งนายกฯ มีประชาชนและนักศึกษาให้ความสนใจและร่วมลงชื่อกันอย่างคึกคัก
อย่างไรก็ตามในส่วนการประชุมองค์กรนิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อแสดงจุดยืนนั้น ตามที่ได้แจ้งไว้ล่วงหน้าว่าจะแถลงข่าวนั้น ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลากลับไม่มีการแถลง โดยมีคำชี้แจงว่า องค์กรนิสิตนักศึกษาบางแห่งไม่ได้รับการอนุญาตอย่างเป็นทางการจากมหาวิทยาลัยให้ร่วมประชุม จึงไม่สามารถแถลงข่าวได้
โคราชชุมนุมลานอนุสาวรีย์ย่าโม
สำหรับการชุมนุมในต่างจังหวัดนั้นผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.นครราชสีมา ว่าเมื่อเวลา 11.00 น. เครือข่ายประชาชนอีสาน นำโดยนายประภาส โงกสูงเนิน ประธานเครือข่ายนำชาวบ้านจากบุรีรัมย์ ขอนแก่น อุบลราชธานี สุรินทร์ กว่า 300 คน ชุมนุมกันที่วัดสะแก ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา
นอกจากนี้บริเวณสวนภูมิรักษ์ ข้างลานอนุสาวรีย์ย่าโม ก็มีการจัดเวทีปราศรัยโจมตี พ.ต.ท.ทักษิณ นำโดย นายอวยชัย วะทา ประธานขบวนการไทอีสานเพื่อประชาธิปไตย นายสมยงค์ แก้วสุพรรณ รองประธานฯ นายตวง อันทะชัย เลขาธิการฯ นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ที่ปรึกษาสมัชชาคนจน นายปริญญา ประจง รองประธานชมรมครูประชาบาลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นายศักดา กาญจนาเสน ประธานสมัชชาเกษตรกรภาคอีสาน นายวีระพล โสภา กรรมการเครือข่ายประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นายสน รูปสูง กรรมการสภาปราชญ์ชาวบ้าน
สำหรับบรรยากาศในการชุมนุม ชาวบ้านต่างช่วยกันถือป้ายด่านายกรัฐมนตรี โดยมีข้อความระบุว่า "รวยตระกูลเดียว ระวังจะไม่มีแผ่นดินอยู่", "อย่าเอาประโยชน์ทางธุรกิจมารังแกเกษตรกร", "หยุดธุรกิจการเมือง เร่งสร้างเศรษฐกิจพอเพียง" เป็นต้น โดยในเวลา 13.00 น. นายประภาส ได้นำกลุ่มชาวบ้านเดินเท้าไปร่วมชุมนุมที่สวนภูมิรักษ์ ด้วย
นักวิชาการอีสาน 115 ลงชื่อไล่
ส่วนที่คณะคุรุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ดร.อดิศร เนาวนนท์ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา แถลงการณ์ออกจดหมายเปิดผนึกให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ลาออก โดยมีคณาจารย์สถาบันอุดมศึกษาต่างๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือร่วมลงชื่อ 115 คน
"ทางเครือข่ายคณาจารย์ สถาบันอุดมศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือเห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ หมดความชอบธรรมที่จะดำรงตำแหน่งนายกฯ จึงขอเรียกร้องให้ลาออก และสนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อวางกฎเกณฑ์ มาตรฐานและจริยธรรมทางการเมืองด้วย" ดร.อดิศร กล่าว
บึงแก่นนครคึกคัก
เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ลานกีฬาบึงแก่นนคร อ.เมือง จ.ขอนแก่น กลุ่มเครือข่ายประชาชนขอนแก่นเพื่อประชาธิปไตย 500 คน ชุมนุมขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ และเรียกร้องการปฏิรูปการเมืองครั้งที่ 2 และได้เคลื่อนขบวนไปที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จ.ขอนแก่น
เมื่อเดินทางถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จ.ขอนแก่น กลุ่มผู้ชุมนุมนำผ้าดำเขียนข้อความขนาดใหญ่ "หยุดเผด็จการทักษิณ" พาดที่อนุสาวรีย์ ทำพิธีกราบไหว้ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองขอนแก่น ก่อนกลับไปชุมนุมต่อที่ลานกีฬาบึงแก่นนคร
นางสุนทรี หัตถี เซ่งกิ่ง ผู้ก่อตั้งเครือข่ายประชาชนขอนแก่นเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า สำหรับการชุมนุมในครั้งนี้ หลายองค์กรมีจุดประสงค์ร่วมกันคือต้องการให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ลาออก โดยจะยึดหลักสันติวิธี
สงขลาจัดเวที 4 จุด
ส่วนที่ จ.สงขลา กลุ่มองค์กรภาคประชาชนได้ร่วมกันจัดเวทีแสดงพลังประชาชนขึ้น 4 จุด โดยจะเปิดเอเอสทีวี ถ่ายทอดการปราศรัยที่ลานพระรูปฯ ให้ประชาชนได้รับชมตั้งแต่เวลา 16.00 น. โดยจุดแรกอยู่ที่หน้าสถานีรถไฟหาดใหญ่ ดำเนินการโดยเครือข่ายเสรีภาพสื่อเพื่อประชาชน จุดที่สอง ห้อง อี 107 ชั้นล่าง อาคารคณะการจัดการสิ่งแวดล้อม มอ.หาดใหญ่ ดำเนินการโดย วิทยาลัยวันศุกร์ จุดที่สาม บริเวณลานจอดรถและใต้อาคารกิจกรรมนักศึกษา มอ.หาดใหญ่ ดำเนินการโดยแกนนำนักศึกษา จุดสุดท้ายอยู่ที่บริเวณลานใกล้คิวรถโดยสารประจำทางสงขลา-ระโนด ดำเนินการโดยเครือข่ายนักศึกษา 4 สถาบัน ได้แก่ มหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา มหาวิทยาลัยราชมงคลภาคใต้ และ มอ.หาดใหญ่
สภาอาจารย์ มอ.ไฟเขียวนศ.
ผศ.บุญเรือง มานะสุรการ ประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ (มอ.หาดใหญ่) เปิดเผยว่า ขณะนี้สภาอาจารย์ได้เปิดโอกาสให้คณะอาจารย์ นิสิต-นักศึกษา ร่วมคิดร่วมแสดงความคิดเห็นต่อวิกฤติการณ์ความชอบธรรมและจริยธรรมของผู้นำประเทศ ส่วนบทบาทของนักศึกษาที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองนั้นถือว่าเป็นกระบวนการเรียนรู้อีกทางหนึ่งที่สามารถทำได้ สภาอาจารย์พร้อมจะเป็นที่ปรึกษาเพื่อให้นักศึกษาดำเนินกิจกรรมที่อยู่ในกรอบของประชาธิปไตย เช่นเดียวกับ คณาจารย์ในมหาวิทยาลัยต่างมีกรอบความคิดเป็นของตัวเอง โดยจะไม่มีการปิดกั้นการนำเสนอความเห็น แม้จะเป็นประเด็นที่แตกต่างกัน เพราะจะเป็นเรื่องของความเห็นส่วนตัว แต่ไม่ใช่ในนามของสภาอาจารย์
นอกจากนี้ สภาอาจารย์ยังยืนยันตามเจตนารมณ์เดิมที่ออกแถลงการณ์คือสภาอาจารย์ไม่เห็นด้วยกับการบริหารประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ และเรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ วางมือทางการเมือง อย่าใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุม
มรภ.ภูเก็ตแถลงการณ์
ส่วนที่ จ.ภูเก็ต เมื่อเวลา 15.30 น. ชมรมนักศึกษานิเทศศาสตร์เพื่อประชาธิปไตย มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ได้ออกแถลงการณ์เรื่องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ลาออกจากตำแหน่งนายกฯ โดยด่วน เนื่องจากมีการกระทำที่ละเมิดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 หลายประการ เช่น รัฐบาลที่เป็นฝ่ายบริหารได้เข้ามาแทรกแซงและครอบงำการปฏิบัติงานของฝ่ายนิติบัญญัติ ทั้งในส่วนของสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา รวมทั้งองค์กรอิสระต่างๆ อันเป็นการขัดแย้งกับหลักการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ การกระทำดังกล่าวจึงเปิดโอกาสให้มีการคอรัปชั่นอย่างกว้างขวางในหมู่พรรคพวกและญาติพี่น้อง โดยไม่ใส่ใจในการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย
"ทางชมรมขอเรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ แสดงความรับผิดชอบต่อปัญหาที่เกิดขึ้น โดยการลาออกจากตำแหน่งนายกฯ โดยด่วน เรียกร้องให้ทุกฝ่ายจัดให้ทุกฝ่ายจัดให้มีการปฏิรูปการเมืองใหม่ เพิ่มอำนาจให้แก่ประชาชนมากกว่านี้ โดยเฉพาะเรื่องสิทธิเสรีภาพ หลักมนุษยชน รวมทั้งการทำประชาพิจารณ์ เพื่อให้ประชาชนมีอำนาจต่อการตัดสินใจและนโยบายต่างๆ ของรัฐบาล และปฏิรูปองค์กรอิสระเพื่อการตรวจสอบ รัฐบาลจะต้องส่งเสริมเสรีภาพในการเสนอจุดยืนทางความคิด การเมืองและเสรีภาพทางวิชาการ เสรีภาพในการนำเสนอข้อมูลและการเข้าถึงข้อมูล รวมทั้งการนำเสนอข่าวสารของสื่อมวลชนอย่างเสรี เปิดโอกาสและส่งเสริมบทบาทการมีส่วนร่วมทางการเมือง และการรวมกลุ่มทางการเมืองของนิสิต นักศึกษา นักเรียนและประชาชนทุกภาคส่วน เพื่อให้การเมืองไทยเป็นการเมืองภาคประชาชนอย่างแท้จริง" แถลงการณ์ ระบุ
ธรรมรักษ์เชื่อทหารไม่ยุ่งเกี่ยว
วันเดียวกัน พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รมว.กลาโหม กล่าวว่า ไม่ต้องกังวลว่าจะมีการดึงกองทัพเข้าไปเกี่ยวข้องได้อีก เพราะ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. เข้าใจเรื่องพวกนี้ดี ครั้งที่แล้ว ผบ.ทบ.ไม่ได้ออกไปพบ แต่ได้เชิญนายสนธิไปใน ทบ.เพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุบริเวณรั้ว
"ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มพันธมิตรหรือใคร ถ้าต่อสู้ตามแนวทางประชาธิปไตยก็ไม่มีปัญหา การแสดงความเห็นโดยไม่ไปรบกวนผู้อื่น หรือกระทำผิดกฎหมาย ก็ทำได้ เป็นเรื่องธรรมดา ส่วนการห้ามชุมนุมบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า คงต้องไปถามตำรวจ และความจริงบทลงโทษก็ปรับไม่กี่บาทเท่านั้น" พล.อ.ธรรมรักษ์ กล่าว
รมว.กลาโหม กล่าวต่อว่า สำหรับกลุ่มผู้สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ในต่างจังหวัดนั้นรัฐบาลไม่ได้ไฟเขียวให้เข้ามาใน กทม.อย่างที่เป็นข่าว แต่ได้พยายามบอกว่าอย่าเข้ามาเลย ให้อยู่จังหวัดของตนเอง เพราะคนเราคิดตรงข้ามกัน ไม่ต้องเป็นหมื่นเป็นแสนคน แค่ 5 คน ก็ชกปากกันได้
นายกเล็กกรุงเก่าขึ้นป้ายต้าน "สนธิ"
ความเคลื่อนไหวของกลุ่มสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้า ว่าที่ ร.ต.สมทรง สรรพโกศลกุล นายกเทศมนตรีเทศบาลนครอยุธยา ได้นำคนงานเทศบาลออกติดป้ายคัตเอาท์ขนาดใหญ่ที่บริเวณเชิงสะพานนเรศวรขาออก มีใจความว่า "หยุดได้แล้วสนธิ บ้านเมืองจะพินาศ ลงชื่อ ว่าที่ ร.ต.สมทรง สรรพโกศลกุล นายกเทศมนตรีเทศบาลนครศรีอยุธยา ป้ายลักษณะเดียวกันนี้อีกประมาณ 3 ป้าย และได้กระจายไปติดตามสถานที่สำคัญต่างๆ ในเขตเทศบาลนครศรีอยุธยา
ว่าที่ ร.ต.สมทรง นายกเทศมนตรีเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า การติดป้ายครั้งนี้เป็นการแสดงความคิดเห็นและความรู้สึกส่วนตัวของตนเอง เพราะมองเห็นว่าบ้านเมืองขณะนี้มีความสุขกันดีอยู่แล้ว ในเมื่อนายสนธิ ได้แสดงบทบาทของตนเองแล้วก็น่าจะหยุด เพราะการชุมนุมขับไล่นายกรัฐมนตรี นายสนธิบอกได้หรือไม่ว่า ถ้าไม่มี พ.ต.ท.ทักษิณตอนนี้ แล้วจะให้ใครมาเป็นนายกรัฐมนตรี ส.ส.จะอยู่กันอย่างไร จะต้องเกิดความวุ่นวายไม่รู้จบ
"ทราบว่าทั้งนายกรัฐมนตรีและนายสนธิก็รู้จักกัน ทำไมไม่คุยกัน สิ่งที่ผมเป็นห่วงกังวลใจก็เหมือนกับคนไทยทุกคน คือ การที่นำเอาเบื้องสูงมาพูดกันบ่อยๆ เรื่องการทำป้ายต้านนายสนธิครั้งนี้ ผมไม่ได้กลัวว่านายสนธิจะต่อว่า หรือไม่พอใจ เพราะผมมีสิทธิที่จะทำได้ เช่นเดียวกับนายสนธิที่พูดไม่รู้จักเลิก ซึ่งถ้านายสนธิไม่พอใจ จะมาพบกันที่ไหนก็ได้ แต่ผมขอยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาจะต่อต้านนายสนธิ เพียงแต่จะให้หยุด และไม่เห็นด้วยที่จะให้ประชาชนเดินทางเข้าไปชุมนุม หรือให้กำลังใจนายกฯ" ว่าที่ ร.ต.สมทรง กล่าว
ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.ชินทัต มีศุข รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ได้ปล่อยแถวกำลังเจ้าหน้าที่ปราบจลาจล 150 นาย เดินทางไปยัง บช.ภ.1 เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ชุมนุม โดยมี พ.ต.อ.พิชัย พูลผล รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา เป็นผู้ควบคุมกำลังพลด้วย
ปราชญ์ชาวบ้านขอนแก่นนำคนหนุน
ส่วนในภาคอีสาน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. กลุ่มผู้นำชุมชน ได้แก่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านจากอำเภอต่างๆ ใน จ.ขอนแก่น นำชาวบ้านกว่า 2,000 คน เดินทางมาให้กำลังใจนายกรัฐมนตรีพร้อมเปิดเวทีปราศรัยให้กำลังใจรัฐบาล ที่หน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ขณะที่ชมรมแท็กซี่สามล้อเครื่องอิสระกว่า 70 คน เขียนป้ายด่านายสนธิ โดยมีใจความว่า "ไปสู่สุคติ สนธิ ลิ้มทองกุล" "เอาสนธิไปเผา" พร้อมขึ้นป้ายเชียร์ "นครขอนแก่นเชียร์ทักษิณ"
นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ ส.ส.ขอนแก่น พรรคไทยรักไทย ได้ขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่ไปร่วมกันชุมนุมที่ลานพระบรมรูปทรงม้า พร้อมกล่าวปราศรัยถึงผลงานรัฐบาล ท่ามกลางเสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหวของผู้ที่มาร่วมชุมนุม ขณะที่กลุ่มแกนนำคนอื่นๆ ได้ผลัดกันขึ้นกล่าวโจมตีนายสนธิ ลิ้มทองกุล ว่าเป็นตัวป่วนเมือง ที่ทำให้ผู้คนจำนวนมากเข้าใจตัวนายกฯ ผิด
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในกลุ่มผู้นำชุมชนที่นำชาวบ้านมานั้น มีนายบุญเติม ชัยลา ปราชญ์ชาวบ้านบ้านดงบัง ต.ดอนฉิม อ.แวงใหญ่ เข้ามาร่วมด้วย พร้อมขึ้นกล่าวปราศรัยสนับสนุนและให้กำลังใจ พ.ต.ท.ทักษิณ
นายบุญเติม กล่าวว่า ขณะนี้ตัวนายกรัฐมนตรีเองก็บริหารชาติบ้านเมืองได้ดีอยู่แล้ว ทำไมประชาชนบางส่วนใส่ร้ายป้ายสี แถมมีการขับไล่ให้ออกจากตำแหน่ง ซึ่งผู้ที่ไม่หวังดีเหล่านี้ที่ออกมาโจมตี ก็มีประโยชน์แอบแฝงกันทั้งนั้น การที่กลุ่มผู้ไม่หวังดีออกมาปลุกระดมประชาชนเพื่อให้ต่อต้านรัฐบาล ทำให้การบริหารประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ต้องหยุดชะงักและล่าช้าออกไป
การกดดันให้ตัวนายกฯ ลาออกนั้น ไม่ใช่การแก้ไขปัญหาชาติบ้านเมือง ที่สำคัญตัวนายกฯ เองเป็นคนที่ทำผิดจริงแล้วหรือ ถึงได้ออกมาต่อต้านกันอย่างนี้ ถ้ามีผลสรุปกันออกมาว่า เขาทำผิดจริงจึงค่อยดำเนินการตามระเบียบต่างๆ ถึงจะถูก ในฐานะที่ผมเป็นประชาชนคนหนึ่งที่สนับสนุนรัฐบาลชุดนี้ให้อยู่แก้ไขปัญหาชาติบ้านเมืองต่อไป ขอเป็นกำลังใจให้นายกฯ ต่อสู้เอาชนะกลุ่มที่อ้างตัวว่าทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศหรือกลุ่มป่วนบ้านป่วนเมืองนี้ด้วย นายบุญเติม กล่าว
นายบุญถม จันทร์ยอย อายุ 55 ปี บ้านเลขที่ 106 หมู่ 14 บ้านโคกสำราญ ต.โคกสำราญ กิ่ง อ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น ชาวบ้านที่เดินทางมาให้กำลังใจนายกฯ กล่าวว่า การมาในวันนี้ไม่ได้มาเพราะ ส.ส.พรรคไทยรักไทยพามา แต่มาเพื่อสนับสนุนให้กำลังใจนายกฯ เพราะจะได้สานต่อโครงการต่างๆ ที่ได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง
"นายกฯ ทักษิณ สนับสนุนอนุมัติเงินโครงการต่างๆ มาให้ชาวบ้านนำไปเป็นทุนทำการเกษตร เพื่อเลี้ยงชีพได้ด้วย ที่ผ่านมาไม่เคยมีรัฐบาลชุดไหนทำได้อย่างนี้ รัฐบาลชุดนี้ยังใช้หนี้กองทุนไอเอ็มเอฟได้หมดเร็วกว่ากำหนดด้วย ผมถือว่าได้ว่ารัฐบาลชุดนี้บริหารประเทศได้ดีที่สุด" นายบุญถม กล่าว
ขณะที่นายวีรวัฒน์ องอาจ ผู้นำชมรมแท็กซี่สามล้อเครื่องอิสระ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า พวกตนต้องการสนับสนุนให้นายกฯ บริหารประเทศต่อไป การบริหารงานของนายกฯ เองก็สามารถแก้ไขปัญหาได้ ในกลุ่มชมรมถ้าไม่ได้นายกฯ คนนี้คงจะไม่ได้รับ พ.ร.บ.ทะเบียน สข.ขอนแก่น ซึ่งเป็น พ.ร.บ.ของผู้ขับรถโดยสารขนส่ง
"เรามาร่วมชุมนุมเพื่อให้กำลังนายกฯ แล้ว สมาชิกชมรมสามล้อเครื่องกว่า 70 คน ยังได้ติดป้ายสนับสนุนนายกฯ ทักษิณ พร้อมข้อความประณามนายสนธิที่ทำให้ประเทศชาติวุ่นวาย ติดไว้ที่หน้ารถขับรอบทั่วเมืองขอนแก่นด้วย" นายวีรวัฒน์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการชุมนุมของกลุ่มผู้ที่มาให้กำลังใจนายกรัฐมนตรีได้รวมตัวจนถึงเวลา 12.00 น. การชุมนุมจึงสิ้นสุดลง กลุ่มผู้ชุมนุมต่างแยกย้ายกันกลับภูมิลำเนา
วังพญานาคนำคนอุบลฯ หนุน
ส่วนที่หน้าศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อเวลา 15.00 น. ได้มีชาวบ้านตามหมู่บ้านแถบอำเภอชายแดน เช่น อ.น้ำยืน อ.นาจะหลวย อ.บุญฑริก อ.สิรินธร อ.โขงเจียม อ.เขมราฐ อ.โพธิ์ไทร อ.ตระการพืชผล อ.ศรีเมืองใหม่ กิ่ง อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี ประมาณ 5,000 คน ได้มาชุมนุมรวมตัวกันเพื่อสนับสนุนให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป
ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า การเคลื่อนไหวจัดม็อบสนับสนุนครั้งนี้ ผู้ดำเนินการ คือ กลุ่มส.ส.พรรคไทยรักไทย จ.อุบลราชธานี สายวังพญานาค ที่มีนายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ รมช.กระทรวงพาณิชย์ เป็นหัวหน้ากลุ่ม และให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อุบลราชธานีเป็นแกนนำ ซึ่ง ส.ส.กลุ่มนี้ให้การสนับสนุนอยู่ สั่งให้ ส.อบจ. ร่วมกับ ส.อบต. และกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในเขตเลือกตั้งที่ 5, 6, 7, 9 และ 10 จัดหาชาวบ้านกลุ่มเกษตรกรชาวนา เข้ามาชุมนุมสนับสนุนและให้กำลังใจนายกฯ บริหารประเทศต่อไป โดยการจัดรถรับส่ง และเลี้ยงอาหารฟรี พร้อมค่าตอบแทนอีกหัวละ 200 บาท
นอกจากนี้ ยังให้เงินสนับสนุนการจัดเลี้ยงอาหารแก่กำลังเจ้าหน้าที่ที่จะมาร่วมรักษาความปลอดภัยอีก 1 หมื่นบาทด้วย ขณะเดียวกัน ประชาสัมพันธ์ของ อบจ.อุบลราชธานีได้โทรประสานกลุ่มผู้สื่อข่าวโดยเฉพาะทีวี ให้นำเสนอข่าวการชุมนุมครั้งนี้ด้วย
ชาวบ้านงงถูกหลอกให้มาดูงาน
นายคำ ชาวบ้านจากกิ่ง อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า มาร่วมชุมนุมครั้งนี้ เพราะได้รับการประสานจากผู้ใหญ่บ้าน และ ส.จ.ในพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ อ้างว่า จะพาพวกตนมาศึกษาดูงานการแปรรูปเกษตรอินทรีย์ และดูงานเทศกาลมะขามหวานและไม้ดอกไม้ประดับ ที่ อ.วารินชำราบ ทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านกว่า 200 คนร่วมเดินทางมา แต่เมื่อดูงานเสร็จ ผู้ใหญ่บ้านก็พาพวกตนข้ามฝั่งมาที่หน้าศาลากลางจังหวัด ซึ่งภายในมีการจัดงานขนมหวาน อาหารอร่อย แต่พอมาถึงชาวบ้านก็ได้รับผ้าโพกศีรษะทุกคน พร้อมข้อความ "สนับสนุนทักษิณเป็นนายกฯ ต่อไป"
หลังเราได้รับผ้าโพกหัวแล้ว ต่อมานายพรชัย โควสุรัตน์ นายก อบจ.อุบลราชธานี ก็ได้เป็นตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งหมดประมาณ 5,000 คน ขึ้นมอบหนังสือเพื่อให้กำลังใจและสนับสนุนให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป โดยมีนายสุธี มากบุญ ผู้ว่าฯอุบลราชธานี มารับหนังสือ การมาชุมนุมครั้งนี้พวกผมต่างไม่รู้มาก่อนล่วงหน้าเลย" นายคำ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การเกณฑ์ชาวบ้านมาให้กำลังนายกฯ ครั้งนี้ ชาวบ้านจะได้ค่าเบี้ยเลี้ยงรายละ 100-200 บาท ส่วนรถที่พามาจะได้ค่าน้ำมันคันละ 500 บาท ส่วนคนขับรถได้ 100 บาท คาดว่าจะมีการใช้เงินในการร่วมชุมนุมครั้งนี้ประมาณ 2 ล้านบาท
เชียงใหม่ล่า 2 หมื่นชื่อหนุนนายกฯ
ส่วนที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อเวลา 16.00 น. เครือข่ายความจงรักและพิทักษ์แผ่นดิน ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของภาคประชาชนใน จ.เชียงใหม่ พร้อมใจกันสวมเสื้อสีแดงรวมตัวกันบริเวณลานกาดเชิงดอน ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เพื่อให้กำลังใจ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยมีประชาชนเข้าร่วมชุมนุมกว่า 2,000 คน
ภายในการชุมนุมมีการเปิดเวทีปราศรัย มีแกนนำขึ้นกล่าวสนับสนุนและชื่นชมนโยบายการบริหารประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยเฉพาะนโยบาย 30 บาท รักษาทุกโรค และกองทุนหมู่บ้าน ขณะเดียวกันได้ปราศรัยโจมตีนายสนธิอย่างรุนแรง โดยระบุว่าเป็นคนขายชาติและทำให้คนในประเทศเกิดความแตกแยก ส่วนบนเวทีได้มีการนำป้ายข้อความให้กำลังใจติดจนเต็มเวที
สำหรับผู้ที่เข้าร่วมการชุมนุมในครั้งนี้เป็นกลุ่มสมาชิก อบต. ซึ่งนำโดยนายกฯ อบต.จากทุกอำเภอใน จ.เชียงใหม่ กลุ่มอาสาสมัคร รวมทั้งสมาชิกจากสหกรณ์นครลานนาเดินรถ หรือผู้ประกอบการสี่ล้อแดง นอกจากนี้ยังมีนายวิทยา ทรงคำ และนายสุรพล เกียรติไชยากร ส.ส.พรรคไทยรักไทย จ.เชียงใหม่ ร่วมปราศรัยบนเวที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ขณะที่ตำรวจระดมกำลังกว่า 100 นายเข้ารักษาความสงบ ซึ่งไม่ปรากฏว่ามีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น
นอกจากนี้ผู้ชุมนุมได้ร่วมกันลงชื่อสนับสนุนนายกฯ รวมกับรายชื่อที่รวบรวมมาก่อนหน้านี้ได้เกือบ 2 หมื่นชื่อ เพื่อมอบหมายให้นายสุวัฒน์ ตันติพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในเวลา 18.30 น.
นักศึกษามีมติตั้งศูนย์ประสานงาน
น.ส.กชวรรณ ชัยบุตร เลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สสนท.) ให้สัมภาษณ์ว่า ในส่วนของ สสนท.ได้มีสมาชิกของ สสนท.ที่เป็นนิสิต นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ เช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยรามคำแหง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (สจพ.) ไปร่วมชุมนุมด้วย โดยเมื่อเวลา 17.45 น. ได้มีสมาชิก สนนท.ทยอยเดินทางไปร่วมชุมนุมแล้ว 60-70 คน และจะมีมาเพิ่มเติมอีก
"การที่สมาชิก สนนท.มาร่วมชุมนุม เนื่องจากได้เข้าร่วมเป็นเครือข่ายพันธมิตร ซึ่งจุดยืนของ สนนท.คือ เรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ลาออกจากตำแหน่งนายกฯ และหลังจากวันที่ 11 กุมภาพันธ์นี้ สนนท.จะไปเปิดเวทีสาธารณะทั้งในกรุงเทพฯ และตามจังหวัดต่างๆ เพื่อทำความเข้าใจกับนักศึกษาและประชาชนมากขึ้น" เลขาธิการ สนนท. กล่าว
ต่อมาเมื่อเวลา 17.30 น. น.ส.อัศรี จารุโกศล อุปนายกฝ่ายกิจการภายนอกองค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมระหว่างนิสิตนักศึกษา จากมหาวิทยาลัยต่างๆ อาทิ จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ รามคำแหง ว่า ที่ผ่านมาการเคลื่อนไหวของนักศึกษาไม่มีทิศทาง ที่ประชุมจึงมีมติร่วมกันให้ตั้งศูนย์ประสานงานกลางนักศึกษา เพื่อเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้แสดงออกในการเคลื่อนไหวร่วมกัน และในอนาคตอาจมีการเปิดเวทีปราศรัยของนักศึกษา ส่วนการล่ารายชื่อ 5 หมื่นคน เพื่อถอดถอนนายกฯ ถือเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรม แต่เป้าหมายของนักศึกษา คือการร่วมกันสร้างพลังนักศึกษา จับทุกประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อสังคมและการเมือง หลังจากนี้ จะมีการประชาสัมพันธ์ศูนย์ประสานงานกลางไปยังสโมสรนิสิตนักศึกษาทุกสถาบัน เพื่อให้เข้ามาเป็นแนวร่วม