"ทักษิณ" โต้ถูกป้ายสี จับแพะชนกับแกะเรื่องเลี่ยงภาษี ยันซื้อขายหุ้นชินคอร์ปถูกกฎหมาย ชี้แอมเพิล ริช อีกบริษัทหนึ่งที่อังกฤษชื่ออาจซ้ำกันได้ บอกโอนขายหุ้นให้ลูกตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2543 ก่อนเลือกตั้ง จากนั้นไม่เคยยุ่ง ลูกๆ บรรลุนิติภาวะ 27 ปี 24 ปีแล้วจ้างมืออาชีพทำให้ถูกต้องทั้งหมด
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวผ่านรายการ "นายกฯ ทักษิณ คุยกับประชาชน" ทางวิทยุกรมประชาสัมพันธ์ ว่า ขออธิบายเรื่องภาษีอีกสักเรื่องหนึ่งเถอะ เพราะว่า โอ้โห่ !! ช่วงที่ผ่านมาใส่ร้ายป้ายสี จับแพะชนกับแกะ เอาข้อมูลนั้นใส่ข้อมูลนี้ ทำให้คนไม่เข้าใจ
"เรื่องการซื้อขายหุ้นทั่วไปนั้น ทุกประเทศมีตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นที่ระดมทุน เขาเรียกตลาดทุน เพื่อจะทำให้กิจการของบริษัทต่างๆ ได้ขยายตัว ได้มีคนซึ่งเอาเงินมาลงทุน และบริษัทที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ นั้น เขาดึงแนวโน้มที่ให้เข้าไป เพื่อให้เสียภาษี เพราะเขาเสียภาษีจากภาษีผลประกอบการคือ ภาษีนิติบุคคล ภาษีลูกจ้าง คือภาษีบุคคลธรรมดา ภาษีมูลค่าเพิ่ม เพราะบริษัทที่เข้ามาในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีระบบตรวจสอบหลายชั้น" พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ผู้ถือหุ้นรายย่อย คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตลาดหลักทรัพย์ฯ พวกโบรกเกอร์ทั้งหลาย พวกนักวิเคราะห์ทั้งหลายก็จะช่วยกันดู ช่วยกันขึงพืดบริษัทดูให้เห็นเลย บริษัทเหล่านี้จะเป็นบริษัทที่เสียภาษีอย่างต่อเนื่องถูกต้อง เขาก็เลยจูงใจ ด้วยการว่า ถ้าใครเอาหุ้นขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซื้อและขายตลาดหลักทรัพย์ฯ กำไรจากการซื้อขายหุ้นไม่ต้องเสียภาษี นี่คือแรงจูงใจที่เขากำหนด ที่มันเป็นกติกา เพราะฉะนั้นการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่มีใครเสียภาษี เพราะเขาไม่รับภาษีและถือว่าไปเสียภาษีในช่องทางอื่นแล้ว
"ตรงนี้เลยไม่เอาภาษีที่เกิดจากการขายหุ้น ไม่มีภาษี ไม่มีใครเสียภาษีเลย ช่วยบอกหน่อยว่า มีใครได้เสียภาษีในการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ บ้าง ไม่ใช่ปริมาณมาก ปริมาณน้อยไม่เกี่ยว นั่นคือกติกา แต่ถ้าซื้อขายหุ้นนอกตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ถ้าขายหุ้นที่ราคาพาร์ก็ไม่ต้องเสียภาษี แต่ถ้าขายเกินพาร์ต้องเสียภาษีๆ ขายต่ำกว่าพาร์ไม่เสียภาษี อันนี้คือหลักการและกติกา" พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ส่วนที่ถูกกล่าวหาอีกเรื่องก็คือว่า ซุกหุ้น หนีภาษี โดยบริษัทแอมเพิล ริช ที่ไปจดทะเบียนที่ บริติช เวอร์จิน ไอส์แลนด์ แหม !! มีบางคนเขียนวงเล็บว่า ลอนดอน คือตั้งใจจริงๆ บริติช เวอร์จิน ไอส์แลนด์ เป็นเกาะเล็กๆ อยู่แถวมหาสมุทรแอตแลนติก แถวเคเมน แถวปานามา แถวโน้น ลอนดอนคือประเทศอังกฤษ คำว่า บริติช เวอร์จิน ไอส์แลนด์ มันไม่ได้แปลว่า ประเทศอังกฤษ แต่ประเทศอังกฤษ เรียกว่า ยูไนเต็ด คิงดอม หรือ บริเทน ตรงนี้เขาก็พยายามไปบอกว่าลอนดอน แล้วก็เลยบอกว่า แอมเพิล ริช มีอยู่อีกบริษัทหนึ่งอยู่ที่อังกฤษ มันอาจจะมีบริษัทชื่อซ้ำก็เกิดขึ้นได้ ในหลายประเทศ ใครจะไปรู้
พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวอีกว่า บริษัทแอมเพิล ริช ที่ตั้งขึ้นมานี้ เพื่อหวังทำธุรกรรมด้านต่างประเทศ การจดทะเบียนในดีวีไอ (การบ่งชี้เอกลักษณ์) ทั้งหลายก็ทำกันทั่วไป ธนาคารในประเทศไทยก็ทำกันทั้งนั้น ทำเพื่อทำธุรกรรมในต่างประเทศ ไม่ได้ทำเพื่อทำธุรกรรมในประเทศ ถ้าอะไรที่เป็นธุรกรรมในประเทศเขาก็ใช้บริษัทในประเทศ แต่ถ้าต้องทำธุรกรรมในต่างประเทศ เขาถึงจะใช้บริษัทที่จดทะเบียนในต่างประเทศ เพื่อทำธุรกรรมในต่างประเทศ นั่นคือหลักของการทำธุรกิจทั่วไป
"ฉะนั้น แอมเพิล ริช นี่มันเป็นบริษัทที่ไม่เกี่ยวกับการทำธุรกรรมใดๆ เลย เขาถูกตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับธุรกรรมในต่างประเทศเท่านั้นเอง แล้วก็ไม่ได้ไปทำอย่างอื่นเลย ไม่ได้มีซื้อขายหุ้นเพิ่มเติมอะไรเลย โอนขายให้ลูกในราคาพาร์ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2543 ก่อนที่จะเลือกตั้งด้วยซ้ำ ปี 2544 เพราะฉะนั้นอันนี้ ผมไม่เกี่ยว ส่วนหลังจากนั้น ลูกจะไปจัดการอย่างไร เขาบรรลุนิติภาวะแล้ว 27 ปีแล้ว 24 ปีแล้ว เขาก็จ้างมืออาชีพทำๆ ให้มันถูกต้องทุกอย่าง" พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ทั้งตนและลูกไม่เคยคิดจะทำอะไรไม่ดีเลย เพราะว่าเรามีศรัทธาประชาชน มีความไว้วางใจที่ประชาชนให้มาทำงาน ขอกราบเรียนพี่น้องประชาชนว่า ขอให้มั่นใจว่าคนคนนี้ ครอบครัวนี้ ไม่ทำอะไรที่เลว ไม่ทำอะไรให้ผิดหวังแน่นอน แล้วก็จะมุ่งมั่นทำงานรับใช้ประชาชน ส่วนเรื่องของการไปหาเรื่องโบรกเกอร์ (นายหน้าซื้อขายหุ้น) ตรงนั้น เทรด (ซื้อขาย) เพิ่มขึ้น ไม่จริงทั้งสิ้น ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร มันไม่จริง จริงๆ รับรองว่า ตรงไปตรงมาทุกอย่าง คนที่กล่าวหาเวลากล่าวหาผิดไม่คอยขอโทษ ไม่เคยขออภัย ไม่เคยคิดว่าตัวเองหาเรื่องหรือว่ากล่าวผิด หรือเข้าใจผิดตั้งใจจริงๆ
"เราเป็นคนไทยด้วยกันนะ มาช่วยกันทำให้ประเทศไทยได้เข้มแข็งดีกว่า เหมือนกับผมดูฟุตบอล ผมเชียร์ลิเวอร์พูล แต่วันนั้นแพ้ชาร์ลตันไป 2 ต่อ 0 แต่ผมต้องยอมรับกติกาว่าแพ้ๆ ก็ต้องแพ้ คราวหน้าก็แข่งกันใหม่ คราวหน้าก็เชียร์ลิเวอร์พูลใหม่ ถ้าชนะผมก็ดีใจ ถ้าแพ้ก็แล้วไป คราวหน้าก็แข่งกันใหม่ ก็ต้องยอมรับกติกา" นายกรัฐมนตรี กล่าว