"ทักษิณ" ประสาน กกต.เพิ่มบัตรถามประชาชน อยากแก้ รัฐธรรมนูญหรือไม่ ยันทำตามระบอบประชาธิปไตย พร้อมรับฟังทุกความเห็น นายกรัฐมนตรีออกโรงดับกระแสความขัดแย้งที่พุ่งเป้ามายังตนเอง ด้วยการเปิดเผยว่า เตรียมทำบัตรเลือกตั้งเพิ่มอีก 1 ใบ เพื่อสอบถามประชาชนว่าต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ นายกฯ ทักษิณ คุยกับประชาชน ทางสถานีวิทยุกรมประชาสัมพันธ์ โดยกล่าวขอบคุณประชาชนที่มาให้กำลังใจ บางคนพูดอะไรออกมาแล้วทำให้รู้สึกซาบซึ้ง บางคนก็ร้องไห้ บางคนก็มาขอบคุณที่ได้ลูกคืนมา หลังจากที่รัฐบาลดำเนินนโยบายปราบปรามยาเสพติด บางคนก็ขอให้ตนทำหน้าที่ต่อไปเพื่ออนาคตของลูกหลาน จึงขอขอบคุณในทุกกำลังใจและความปรารถนาดี และอยากขอทุกฝ่ายว่าไม่ต้องเดินทางมาแล้ว เพื่อแต่ละฝ่ายจะได้มีเวลาทำงาน ขณะนี้เข้าใจแล้วว่าประชาชนมีความห่วงใย จึงจะทำหน้าที่ให้ได้ที่สุด จะไม่ทำให้ผิดหวัง
นายกฯ ย้ำว่า รับรองว่า ตนอาสามาทำหน้าที่นายกฯ เพราะต้องการตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ตนไม่ต้องการทำอะไรให้ตัวเอง พอแล้ว ชีวิตมันไม่มีอะไร อยากทำงาน อยากทุ่มเทให้เต็มที่ให้แก่พี่น้องประชาชน และพี่น้องประชาชนมีความสุข ได้รับอานิสงส์จากการทำงาน การทุ่มเทของรัฐบาลของตน
"ผมก็มีความสุข แรงดลใจของผม จะเรียนให้ฟังว่า จุดหนึ่งที่กระตุ้นผมขึ้นมา มีวันที่ผมไปหาเสียงก่อนการเลือกตั้งเมื่อปี 2544 ขณะนั้นผมเหนื่อย ผมเริ่มหมดแรง เพราะร้อนมาก มีคนแก่คนหนึ่งผู้ชาย มานั่งยองๆ ยกมือไหว้แล้วก็บอกว่า ท่านครับช่วยเป็นนายกฯ ให้คนจนหน่อย มันทำให้ผมมีความรู้สึกว่า ผมมีความรับผิดชอบแล้ว ต้องทุ่มเทเต็มที่ เพราะยังมีคนจนอีกมากที่เขาไม่มีความหวัง ไม่เห็นแสงสว่างแห่งชีวิต เขากำลังมองว่าใครจะช่วยเขาได้เรื่องการแก้ปัญหาความยากจน ผมเลยคิดว่าผมต้องทำแล้ว และวันนี้ผมอยากทำอะไรมากกว่านี้ เร็วกว่านี้ มันยังไม่เร็วเต็มที่ แต่ต้องทุ่มเทต่อไป นายกรัฐมนตรี กล่าว
พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวด้วยว่า ไม่ต้องการเห็นความขัดแย้งในสังคม ถ้าฝ่ายหนึ่งให้กำลังใจ อีกฝ่ายหนึ่งออกมาขับไล่ มันจะเกิดความขัดแย้งในสังคม ความจริงแล้วประชาธิปไตยเป็นเรื่องของการเสนอความคิดที่หลากหลาย และความคิดที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย หลายอย่างเป็นเรื่องที่ดี มีหนังสือเล่มหนึ่งที่เขียนเรื่องของความคิดว่า เป็นเรื่องไม่เสียเงิน โดยยกตัวอย่างว่า ในองค์กรหนึ่งบางครั้งยามรักษาการณ์มันพูดอะไรสักคำ ก็อาจจะนำไปสู่การเปลี่ยนวิธีการให้บริการและการดูแลลูกค้าได้ และทำให้ผลประกอบการดีขึ้นได้ บางทีคำเดียวก็มีความหมาย
เพราะฉะนั้น ใครแสดงความคิดเห็น ใครเสนอแนะทั้งเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยเป็นเรื่องดีทั้งนั้น เพราะฉะนั้น ขอให้การแสดงความเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ถ้าเป็นประโยชน์ต่อสังคม เราก็หยิบมาใช้ ถ้าไม่เป็นประโยชน์เราก็รับฟังแล้วก็จบกันไป
ประชาธิปไตยมันมีสัญญาประชาคมของมัน การที่คนจะมาอยู่ร่วมกัน หมายความว่ามันจะต้องมีกติกา เพราะอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน โดยปวงชน เพื่อปวงชน เพราะฉะนั้นเขาก็มีกติกาว่า ทุกคนที่มาอยู่ร่วมกันก็เลือกตัวแทนไปออกกติกา ให้การอยู่ร่วมกันมีสันติ ไม่มีการข่มเหงรังแกผู้ใด สัญญาประชาคมที่ว่านี้เลยออกมาเป็นรัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ เราถือว่าเป็นของประชาชน โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่เราภูมิใจกันมาก เราเชียร์กันว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ทำประชาพิจารณ์บอกดีมาก และพรรคไทยรักไทยหรือรัฐบาลผม ก็เป็นผลผลิตของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ พรรคไทยรักไทยเกิดทีหลังรัฐธรรมนูญ เป็นพรรคการเมืองแรกที่ไปจดทะเบียนภายใต้กติการัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผ่านการเลือกตั้งภายใต้กติกานี้ และในที่สุดมาเป็นรัฐบาลภายใต้กติกานี้ แต่วันนี้หลายๆ คน โดยเฉพาะคนที่เชียร์รัฐธรรมนูญฉบับนี้ บอกว่ารัฐธรรมนูญนี้ไม่ดีแล้ว จะแก้แล้วคือ ซ้ายไม่ถูกใจไปขวา ขวาไม่ถูกใจจะกลับไปซ้าย ผมคิดว่ามันต้องมีหลักครับ นายกรัฐมนตรี กล่าว
พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวด้วยว่า มีบางคนที่ไม่พอใจรัฐธรรมนูญ บอกว่าให้อำนาจรัฐบาลมากเกินไป ความจริงแล้วเป็นกติกาที่เรากำหนด ไม่เป็นไร ตนถือว่าไม่มีใครผูกขาดความคิด เพราะความคิดในการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญหรือสัญญาประชาคมนี้ เป็นเรื่องของประชาชน ไม่ใช่เรื่องของบุคคลที่จะผูกขาดความคิดว่าชอบรัฐธรรมนูญ หรือไม่ชอบรัฐธรรมนูญ เพราะบางทีกลุ่มหน้าเดียวกันนี่เอง ก็ยกธงเขียวสนับสนุนรัฐธรรมนูญฉบับนี้ดีที่สุด อำนาจเป็นของประชาชน แต่วันนี้บอกว่าไม่ดีแล้ว จะเปลี่ยนแล้ว มันไม่ใช่เป็นอารมณ์ มันเป็นสัญญาประชาคมที่เราจะต้องถามประชาชน
ผมได้คุยกับกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) บ้าง ฝ่ายกฎหมายบ้าง ผมขอ กกต.พิมพ์บัตรอีกใบหนึ่งนอกจากเลือกตั้ง ส.ว.วันที่ 19 เมษายนนี้ พร้อมจะขอรบกวนพี่น้องประชาชนกา 2 ใบ ใบหนึ่งก็เลือกตั้ง ส.ว. อีกใบหนึ่งช่วยบอกหน่อยว่า ท่านจะแก้รัฐธรรมนูญไหม ถ้าท่านจะแก้ สมมติว่าประชาชนส่วนใหญ่บอกว่าแก้ เราก็มาตกลงกัน มาจัดกระบวนกันว่า จะแก้อะไร แก้วิธีไหน แก้อย่างไร แต่ก่อนอื่นต้องถามประชาชนว่า จะให้แก้หรือไม่ให้แก้ ถ้าให้แก้ก็แก้กัน ถ้าไม่ให้แก้ท่านต้องเลิกพูดแล้ว เพราะมันเป็นเรื่องของสัญญาประชาคม เป็นเรื่องของประชาชน เพราะอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน โดยปวงชน เพื่อปวงชน ไม่ใช่เป็นของกลุ่มคนเพื่อกลุ่มคน ผมพรรคไทยรักไทย เป็นผลผลิตของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่ใช่เป็นคนเขียนรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เมื่อบอกว่าไม่พอใจรัฐธรรมนูญจะแก้ก็ไม่ว่ากัน แต่ต้องถามประชาชนครับ ไม่ใช่ท่านคว้าไมโครโฟนออกมาพูด เดินขบวนขึ้นป้ายแล้วก็โอเค นายกรัฐมนตรี กล่าว
ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ขอความร่วมมือจากประชาชนด้วยว่า เมื่อออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ว.ในวันที่ 19 เมษายนนี้ ขอให้ช่วยกาอีกใบหนึ่ง ว่าต้องการให้แก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ เมื่อตนเข้ามาเพื่อทำงานให้ประชาชน ประชาชนเอาอย่างไรก็เอาด้วยหมดทุกอย่าง เพราะประเทศของประชาชนในภาพรวม ไม่ใช่ประเทศของกลุ่มคนใดกลุ่มคนหนึ่ง
"สุวัจน์" เห็นด้วยแก้ รธน.เพื่อความสงบ
นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ รองนายกรัฐมนตรีและรองหัวพรรคไทยรักไทย ให้สัมภาษณ์ที่ จ.นครราชสีมา ถึงทางออกในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้นขณะนี้ว่า ต้องแก้หลายๆ ทาง อย่างที่นายกรัฐมนตรีได้พูดถึงเรื่องรัฐธรรมนูญว่า หากใช้มาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว ถ้าคิดว่าสมควรจะปรับปรุงรัฐธรรมนูญเพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินเกิดความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองได้ นายกรัฐมนตรีก็บอกไว้แล้วว่า ถ้าส่วนรวมเห็นอย่างไร หรือมีแนวความคิดที่จะให้ประชาชนมีส่วนออกความเห็น หรือทำประชาพิจารณ์ หรืออยากทำอะไรก็ขอให้เป็นเสียงส่วนใหญ่
น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายกรัฐมนตรี ระบุว่าให้มีการลงประชามติของประชาชนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า เพราะแนวคิดของนายกฯ ที่ไม่ต้องการให้เกิดการสิ้นเปลืองงบประมาณ และไม่ใช่การยืดเวลาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
"ในการให้ความเห็นของพรรคฝ่ายค้านกลุ่มองค์กร หรือนักวิชาการต่างๆ ถือว่าเป็นความเห็นของคนเฉพาะกลุ่ม เราคงไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นความเห็นของประชาชนทั้งประเทศ ดังนั้น การทำประชาพิจารณ์จึงเป็นเห็นทางที่จะยืนยันได้ว่าเป็นมติมหาชนได้อย่างชัดเจนว่าประชาชนทั้งประเทศคิดเห็นเรื่องนี้อย่างไร" น.พ.สุรพงษ์ กล่าว
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรี ทำถูกแล้วที่จะทำประชาพิจารณ์ก่อนแก้ไขรัฐธรรมนูญ
รัฐธรรมนูญจะต้องได้รับการแก้ไขตามสถานการณ์ตลอดเวลา และรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชน เมื่อมีปัญหาและส่งผลกระทบถึงประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขององค์กรอิสระหรือการเลือกตั้ง ผมก็เห็นด้วยว่าจะต้องแก้ไข ส่วนประเด็นที่เห็นว่าควรแก้ไขคือเรื่องขององค์กรอิสระ และเรื่องการสังกัดพรรคการเมืองครบ 90 วัน" นายสุชาติ กล่าว