เลขาธิการ สนนท.ขึ้นเวทีแจงเหตุต้องไล่ "ทักษิณ" เหตุสวมหมวก 2 ใบ แต่เลือกหมวกธุรกิจขายหุ้นชินคอร์ปเพื่อแย่งชิงผลประโยชน์ของตัวเองมากกว่าผลประโยชน์ของรัฐ ขัดกับจริยธรรมทางการเมือง เป็นตัวปลดล็อคปฏิรูปการเมือง แกนนำเต้น ไทยรักไทย ประชุมด่วน ประเมินม็อบ สมศักดิ์ ปูดอังคารหน้าเรียก ส.ส.ประชุมด่วน วันที่ 11 กุมภาพันธ์ การชุมนุมเพื่อขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่ง ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ได้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องหลังจากที่ได้ประกาศตัวแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยแล้ว
น.ส.กชวรรณ ชัยบุตร เลขาธิการสมาพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) ได้ขึ้นปราศรัยว่า ที่นายกฯบอกว่าจะตั้งโต๊ะเจรจาให้มีการปฏิรูปการเมืองหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ขอบอกว่าวันนี้หมดเวลาแล้วเพราะประชาชนจะไม่เจรจาอะไรต่อไปอีกแล้ว
"ทำไมวันนี้เราถึงต้องไล่นายกฯออกจากตำแหน่ง ขอบอกว่าเป็นความผิดที่ตัวนายกฯเอง ตรงที่ท่านสวมหมวก 2 ใบ คือเป็นนักธุรกิจและผู้นำประเทศ เห็นได้จากการขายหุ้นชินคอร์ป และท่านก็เลือกหมวกธุรกิจมากกว่าการเป็นผู้นำประเทศ แย่งชิงผลประโยชน์ของตัวเองมากกว่าผลประโยชน์ของรัฐ ทำให้ท่านขัดกับจริยธรรมทางการเมือง" เลขาธิการ สนนท. กล่าวและว่า
มีหลายคนถามว่าหากไม่เอานายกฯแล้วจะเอาใครขึ้นมาเป็นนายกฯ ตอบได้ว่าถ้าไม่เอานายกฯทักษิณแล้วจะเอาสังคมแบบไหน เพราะหากไม่มีนายกฯทักษิณการปฏิรูปการเมืองก็จะเกิดขึ้น จะทำให้มีการปลดล็อคกลไกการตรวจสอบ โซ่ตรวญที่ล็อคไว้อยู่ขณะนี้ อย่างเช่น รัฐสภา สื่อมวลชน ขบวนการของภาคประชาชน และองค์กรอิสระ จะไม่ถูกกดดันและบีบบังคับ ทำให้สามารถตรวจสอบรัฐบาลได้ ดังนั้น ต้องปลดปลอกคอให้กับ ส.ส.ในสภา สิ่งที่ต้องการในวันนี้ ก็คือ พลังของประชาชนที่จะขับไล่ทรราชย์
"วันนี้ขอเรียกร้องให้ ส.ส.เปิดประตูคุกออกมา ประชาชนก็ยินดีจะต้อนรับ อย่ายึดมติพรรค ต้องสำนึกว่าเป็นลูกจ้องของประชาชนไม่ใช่ลูกจ้างของพรรคการเมืองซึ่งในวันที่ 13 ก.พ.นิสิตนักศึกษาจะขอขับไล่ทรราชย์ จุดนัดพบก็คือที่ห้องพักศรัทธาธรรม มหาวิทยาลัยราม และเราจะได้เห็นว่าพลังนิสิตนักศึกษาที่รวมกับประชาชน ขับไล่ทรราชย์ออกไป เป็นอย่างไร และเชื่อว่านายกฯจะต้องออกจากตำแหน่งแน่นอน" น.ส.กชวรรณ กล่าว
แกนนำทรท.เกาะติดม็อบพันธมิตร
ทรท.เริ่มไม่มั่นใจ แกนนำนัดถกด่วน
เมื่อเวลา 17.20 น.พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เดินทางมาถึงยังท่าอากาศยานกองบิน 6 ( บน.6 ) กองทัพอากาศ ช่วงแรกมีการแจ้งกับผู้สื่อข่าวว่า จะเดินทางไปยังพรรคไทยรักไทยอาคารไอเอฟซีที ถนนเพชรบุรี แต่ระหว่างอยู่บนทางด่วน ได้มีการแจ้งเปลี่ยนแปลงว่า นายกรัฐมนตรีจะไม่เดินทางไปยังพรรคไทยรักไทย แต่นายกรัฐมนตรีจะเดินทางกลับบ้าน
และเวลาใกล้เคียงกันที่พรรคไทยรักไทย ภายหลังจากผู้ชุมนุมมีการเคลื่อนตัวไปยังลานพระบรมรูปทรงม้าแล้วนั้น รัฐมนตรีและแกนนำของพรรคไทยรักไทยหลายคน ได้เดินทางมาร่วมชมการถ่ายทอดสดการชุมนุม รวมไปถึงเฝ้าดูสถานการณ์ ประกอบด้วย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รมว.เกษตรฯ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.แรงงาน น.พ.พรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกฯ นายภูมิธรรม เวชยชัย รมช.คมนาคม นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายเนวิน ชิดชอบ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ นายสุธรรม แสงประทุม รองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย
นายพงศ์เทพเทพกาญจนา ประธานวิปรัฐบาล พร้อมทีมงานโฆษกพรรค และส.ส.ของพรรคอีกหลายสิบคน โดยวอร์รูมดังกล่าวตั้งอยู่บนชั้น 1 กองงานโฆษกพรรค มีแกนนำพรรค และส.ส. ทยอยเข้าออกตลอดเวลา
ต่อมาเวลา 18.30 น.ได้มีแกนนำบางส่วนเริ่มออกมาจากห้องประชุม นายเนวินได้เดินทางออกมาพร้อมกับนางเยาวภา และนายเนวิน กล่าวว่า ตนมาหารือกับแกนนำพรรคถึงสถานการณ์การเมืองตามปกติ แต่ยังไม่ได้ประเมินกันว่าการชุมนุมครั้งนี้ จะส่งผลอย่างไรกับรัฐบาล
"เพราะเท่าที่ได้ดูการชุมนุม ก็เป็นเพียงการแสดงออกทางประชาธิปไตยโดยปกติ ไม่มีปัญหาอะไร แต่ก็ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมการชุมนุมครั้งนี้จึงมีการจัดถึง 2 เวที ส่วนสถานการณ์จะยื้อเยื้อบานปลายหรือไม่ คงต้องไปถามผู้ชุมนุม มาถามตนไม่ได้ เพราะไม่ได้ไปม็อบด้วย จะทราบได้อย่างไร" นายเนวิน กล่าว
ด้านนายสมศักดิ์ กล่าวว่า เท่าที่หารือเบื้องต้น ทราบว่าแกนนำพรรคจะเรียก ส.ส.ของพรรคทั้งหมด เพื่อประชุมด่วนในวันอังคารที่ 14 ก.พ. ซึ่งอาจจะต้องพูดคุยถึงสถานการณ์การเมืองในช่วงนี้
เมื่อเวลา 19.00 น. คุณหญิงสุดารัตน์ และนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ โฆษกพรรคไทยรักไทย น.พ.พรมมินทร์ นายสุธรรม แสงประทุม นายสมศักดิ์ น.ต.ศิธา ธิวารี นายระวี หิรัญโชค ได้นัดหารือกับทีมกองโฆษกพรรค ประกอบด้วย นายภิมุข สิมะโรจน์ นายสุทิน คลังแสง รองโฆษก เพื่อเกาะติดสถานการณ์ผู้ชุมนุมที่ลานพระบรมรูปทรงม้า โดยมอนิเตอร์ผ่านทางหน้าจอทีวี
นายภิมุข กล่าวว่า การที่พรรคติดตามสถานการณ์การชุมนุมเป็นเรื่องปกติ เพราะหากมีประเด็นอะไรจะตอบโต้ชี้แจง พรรคจะได้สามารถทำได้ทัน โดยเบื้องต้นก็มีผู้ใหญ่ในพรรคจำนวนหนึ่ง อาทิ คุณหญิงสุดารัตน์ กับนายสุรนันทน์ ได้เข้ามาหารือ และประจำการที่ทำการพรรค และขณะนี้ได้รอติดตามการขึ้นเวทีของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ และผู้ดำเนินรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร
หาดใหญ่ประกาศไล่นายกฯทุกครั้ง
ที่หน้าสถานีรถไฟ ซึ่งเป็นจุดหนึ่งที่มีการรวมตัวของประชาชนเพื่อติดตามรับชมการถ่ายทอดสด การชุมนุมที่ลานพระบรมรูปทรงม้า โดยมีแกนนำ ซึ่งใช้ชื่อว่าเครือข่ายเสรีภาพสื่อเพื่อประชาชน ได้ประกาศว่าจะมีการเคลื่อนไหว และนัดชุมนุมทุกครั้งที่มีการรวมพลของประชาชนที่กรุงเทพมหานคร โดยให้ยึดหมายนี้เป็นสำคัญเพื่อรวมพลังเคลื่อนไหวกดดันไล่ทักษิณ
เพราะเชื่อว่านายกรัฐมนตรีจะยังไม่ยอมลาออก แต่หากประชาชนรวมพลังกันกดดันอย่างต่อเนื่องเชื่อว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองแน่นอน และขอบอกต่อให้ประชาชน พน้อมใจกันมารวมตัวที่นี้ทุกครั้งที่มีการชุมนุม ส่วนค่าใช้จ่ายจะใช้วิธีบริจาคตามกำลังและศรัทธา