พล.อ.สนธิ เตรียม เข้าชี้แจงพล.อ.เปรม กรณี"สมัคร"จาบจ้วง เผย สั่งผอ.ช่อง 5 ตั้งกรรมตรวจสอบรายการดังกล่าว ระบุ รอผลสอบก่อนถอดรายการเช้าวันนี้ที่เมืองไทย ด้านผอ.ช่อง 5 โยนสมัครรับผิดชอบเอง พร้อมยินดีพูดคุยทำความเข้าใจกับผู้ใหญ่กองทัพ เมื่อเวลา 17.30 น.วันนี้(11กพ.) พล.อ. สนธิ บุญรัตกลิน ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์กรณีนายสมัคร สุนทรเวช ผู้ดำเนินรายการ เช้าวันนี้ที่เมืองไทย ทางสถานีโทรทัศน์ กองทัพบกช่อง 5 (ททบ. 5 ) ออกมาวิจารณ์ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองค์มนตรี ว่า ได้แจ้งไปยังผู้อำนวยการช่อง 5 ให้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งคาดว่าทางผอ.ช่อง 5 คงจะนำข้อมูลมาเสนอรายงานให้ตนทราบ การที่นายสมัคร ออกมาวิจารณ์พลเอกเปรมนั้น ตนคิดว่าคงจะมีการไตร่ตรองไว้ก่อนแล้ว ดังนั้นเรื่องนี้ตนคงไปจะไปถามนายสมัครด้วยตัวเอง
ส่วนกรณีดังกล่าว ผอ. ช่อง 5 จะถึงขั้นถอดรายการ เช้านี้ที่เมืองไทยหรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า เป็นภาระหน้าที่ในการดูแลของ ผอ. ช่อง 5 ที่ต้องทำ เพราะทุกรายการหากนำเสนอไม่เหมาะสม ต้องทำหนังสือแจ้งเตือนไปยังผู้จัดรายการให้ทราบ ซึ่งตรงนี้ตนได้เน้นย้ำไปว่าต้องดำเนินการ โดยส่วนตัวตนก็ต้องเข้าไปชี้แจงในรายละเอียดดังกล่าวต่อพลเอกเปรม เพราะถือเป็นหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ แต่คงจะหลังจากที่พลเอกเปรมเดินทางกลับมาจากปฏิบัติภารกิจที่ภาคใต้
ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุการณ์ดังกล่าว ผอ. ช่อง 5 ต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่งหรือไม่ พล.อ. สนธิกล่าวว่า คงไม่ถึงขนาดนั้น เนื่องจากรายการดังกล่าวเป็นรายการสด และตัวผู้จัดรายการเองคงจะต้องรู้ถึงความเหมาะสมในการนำเสนอ และปกติหากไม่ใช่รายการสด ก็ตรวจสอบก่อนเบื้องต้น แต่เมื่อเป็นรายการสดต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้ดำเนินรายการเองด้วย อย่างไรก็ตามในการปลดรายการ หรือดำเนินการใดๆก็ต้องฟังผลสรุปจากคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาสอบสวนก่อน โดยจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
เมื่อถามว่า รู้สึกหนักใจหรือไม่ที่ต้องเป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ย กรณีที่นายสมัคร มักจะจัดรายการเข้าข้างรัฐบาล และมีการกระทบกระทั่งผู้ใหญ่ของบ้านเมืองหลายครั้ง พล.อ. สนธิ กล่าวว่า มีบ้าง และกรณีที่นายทหารคนสนิทของพล.อ. เปรม ออกมาระบุว่า จะมีการออกมาเคลื่อนไหว เพื่อกดดันรายการของนายสมัคร ตรงนี้เราต้องใช้การเจรจา คิดว่าปัญหาคงไม่เพราะทุกคนรักความสงบ มีอะไรพูดกันได้ก็น่าจะพูดกัน
ด้านพล.ท.วุฒิชัย พรพิบูลย์ ผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 (ททบ.5) กล่าวกรณีที่มีผู้ใหญ่ในกองทัพต้องการให้ถอดรายการเช้านี้...ที่เมืองไทยที่มีนายสมัคร สุนทรเวช และนายดุสิต ศิริวรรณ เป็นผู้ดำเนินรายการที่ออกอากาศทาง ช่อง 5 ว่า ททบ.5 เป็นสื่อ จึงต้องวางตัวเป็นกลางจะไปชี้ว่าคนนั้นถูกคนนั้นผิดคงไม่ได้ เมื่อมีผู้ร้องเรียนเข้ามาในการนำเสนอของรายการเช้านี้....ที่เมืองไทยไม่เหมาะสม ทาง ททบ.5 ก็ต้องแจ้งเตือนไปยังผู้จัดทำรายการตามระเบียบแล้ว ก็ต้องติดตามดูว่าเมื่อแจ้งเตือนไปแล้ว ทางรายการจะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอะไรอย่างไร หากยังดำเนินการผิดระเบียบอีกก็ต้องมาว่ากันตามกฎระเบียบของทางสถานี
อยากจะถามทุกท่านว่า จะให้ผมทำอย่างไร เมื่อ ททบ.5 เป็นเพียงสถานีเพื่อให้ผู้เช่าเวลาอากาศ เราไม่สามารถไปวิพากษ์วิจารณ์ใครได้ คนที่วิพากษ์วิจารณ์คือนายสมัคร ดังนั้น เขาจะต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เขาทำ ซึ่ง ททบ.5 ก็แจ้งเตือนไปแล้วในสิ่งที่เกิดขึ้น คิดว่าทุกอย่างน่าจะจบ ทั้งนี้ ผมยินดีที่จะพูดคุยกับผู้ใหญ่ในกองทัพทุกคนเพื่อทำความเข้าใจ แต่อยากจะฝากถามว่าจะให้ผมทำอย่างไร เพราะการที่เป็น ผอ.ททบ.5 ไม่ใช่ว่าจะดำเนินการได้ทุกเรื่อง ซึ่งมันมีกฎระเบียบ และกฏหมายรองรับอยู่พล.ท.วุฒิชัย กล่าว
เมื่อถามว่า พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก ได้โทรศัพท์มาถามถึงความคืบหน้าเรื่องนี้หรือไม่ พล.ท.วุฒิชัย กล่าวว่า ยังไม่ได้โทรศัพท์มา เพราะขณะนี้ท่านติดภารกิจทางทหารอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้ ในภาพกว้างท่านก็ให้ ททบ.5 ดำเนินไปตามนโยบายที่ได้วางไว้
ด้านนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการสีสันสุดสัป ดาห์ ทางคลื่น เอฟเอ็ม 94 เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2549 โดยได้กล่าวกรณีที่นายสมัคร สุนทรเวชและนายดุสิต ศิริวรรณ ผู้ดำเนินรายการ เช้าวันนี้ที่เมืองไทย ช่อง 5 และรายการ ข้อเท็จจริงวันนี้ ทางคลื่นเอฟเอ็ม 105 วิพากษ์วิจารณ์การปาฐกถาของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีว่า รู้สึกไม่สบายใจและไม่เห็นด้วยกับการวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าว เนื่องจากพล.อ.เปรม เป็นคนที่เข้าใจและมีวิธีการบรรยายที่นิ่มนวล จึงสามารถอธิบายถึงกระแสพระราชดำรัสซึ่งถือว่าเป็นมงคลกับชีวิตได้อย่างดีและทำให้ประชาชนมีความเข้าใจและสามารถนำไปปฏิบัติได้ดียิ่งขึ้น
นายสุรนันทน์ กล่าวอีกว่า ได้สั่งการให้กรมประชาสัมพันธ์ดำเนินการตรวจสอบและออกหนังสือแจ้งเตือนไปยังสถานีวิทยุแห่งประเทศไทย และผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 เรื่องขอให้กวดขันการออกอากาศและการดำเนินรายการดังกล่าวให้เป็นไปตามข้อกฎหมาย โดยเบื้องต้นจะตักเตือน ซึ่งนำไปสู่การปิดรายการต่อไป และยืนยันว่าทุกอย่างจะดำเนินตามข้อกฎหมาย ไม่มีการเลือกปฏิบัติแต่อย่างใด
ส่วนพล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวกรณีนายสมัคร สุนทรเวช ตำหนิ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีว่า ททบ.5 เขาดำเนินการอยู่ และ ทางกองทัพก็ยังไม่ได้รายการมา ซึ่ง ททบ. 5 อาจจะเลือกการเตือน หรือว่าแนวทางอื่น ตนยังไม่รู้รายละเอียด เมื่อถามว่า ในฐานะเป็นทหารเก่า และ เป็นรมว.กลาโหม มองอย่างไร พล.อ.ธรรมรักษ์ กล่าวว่า ถ้าเผื่อผมไม่มีตำแหน่ง ผมจะตอบ แต่ตอนนี้ผมเป็น รมว.กลาโหม จึงไม่ตอบ พล.อ.ธรรมรักษ์ ยังปฏิเสธที่จะพูดถึงความเหมาะสมที่นายสมัคร ออกมาวิจารณ์องคงมนตรี พร้อมถามกลับผู้สื่อข่าวว่า คุณคิดว่าเหมะสมหรือเปล่า ส่วน การที่เหล่าบรรดาทหาร ลูกป๋าออกมาตอบโต้นายสมัครนั้นเป็นเรื่องของความคิดเห็น ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการเช็คกระแสความไม่พอใจของทหารไม่กองทัพหรือไม่ต่อกรณีดังกล่าว พล.อ.ธรรมรักษ์ กล่าวสั้นๆ ว่า เยอะ เยอะ ล
ทางด้านนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รองหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มนายทหารคนสนิทของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองค์มนตรี แสดงความไม่พอใจที่นายสมัคร สุนทรเวช ผู้ดำเนินรายการเช้าวันนี้ที่เมืองไทยออกมาวิจารณ์อย่างรุนแรงว่า คงไม่เป็นการส่งสัญญาณอะไร เป็นเรื่องธรรมดาของคนที่รัก พล.อ.เปรม จะแสดงปฎิกิริยาเมื่อพล.อ.เปรมถูกคนวิจารณ์แบบจาบจ้างซึ่งเชื่อว่านอกจากคนที่รักพล.อ.เปรม แล้วยังมีคนทั่วประเทศอีกจำนวนมากที่อยากจะแสดงปฎิกิริยาร่วมด้วย ตนอยากให้คนที่พุดจาจาบจ้วงว่าสิ่งที่เหมาะสมควรเป็นอย่างไร
สิ่งที่เกิดขึ้นคงไม่ได้ เป็นเพราะความคะนองเพราะแก่ปูนี้แล้ว คงเป็นเจตนาที่ต้องการพูดมากกว่าโดยถือว่ามีคนอยู่เบื้องหลัง จึงคิดว่าจะจาบจ้วงใครก็ได้โดยรู้อยู่ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังจะสามารถให้ในสิ่งที่คนวิจารณ์อยากได้ใคร่เป็น แต่คงลืมมองสภาพตัวเองไปว่าวันนี้คนที่วิจารณ์พล.อ.เปรม กลายเป็นสิ่งชำรุดของสังคมไปแล้วนายสมศักดิ์ กล่าว
รองหัวหน้าพรรคชาติไทยกล่าวว่าปัญหาดังกล่าวรัฐบาลโดยนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รมต.สำนักนายกรัฐมนตรีและสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 จะนิ่งเฉยไม่ได้ การที่ออกมาลงโทษเพียงมีหนังสือตักเตือน จะตอบสังคมได้หรือไม่ว่าได้รับคำสั่งจากใครหรือเปล่า หรือใครอยู่เบื้องหลังการวิจารณ์ครั้งนี้ ถ้าเป็นคนธรรมดาพูดคงถูกดำเนินการไปนานแล้ว
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เท่าที่ตามดู พล.อ.เปรมก็หยิบพระราชดำริมารวบรวมเป็น 14 ประเด็น ซึ่งเป็นประโยชน์ เป็นการพูดในภาพรวมไม่ได้เจาะจงผู้หนึ่งผู้ใด ไม่ได้พูดถึงปัญหาของใคร แต่จะไปสอดคล้องกับปัญหาของใครก็ได้ ยอมรับว่ากรมประชาสัมพันธ์และกองทัพบกต้องนิ่งเฉย เพราทำอะไรไม่ได้ ดำเนินการเด็ดขาดไม่ได้ ต้องยอมรับว่าบางรายการเกิดขึ้นเพราะนโยบายรัฐบาลที่ต้องการโจมตีฝ่ายค้าย ที่ผ่านมาเราเคยคัดค้านมาแล้วกับอ.ส.ม.ท. แต่ก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้เพราะเป็นเรื่องของนโยบาย