ทักษิณ" เปลี่ยนเส้นทางกลับบ้าน นั่งรถอ้อมดูม๊อบสนธิ ด้านผบ.ทบ.เชื่อม๊อบไม่บานปลาย มั่นใจตำรวจรับมือได้ (11 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เย็นวันนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางกลับจากการ ปฏิบัติภารกิจที่ จ.ยะลา และเดินทางถึงท่าอากาศยานทหารกองทัพอากาศ (กองบิน 6) แต่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆกับผู้สื่อข่าว ที่มารอขอสัมภาษณ์ ถึงสถานณ์การการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่รวมตัวกันอยู่บริเวณลานพระราชวังดุสิต (ลานพระบรมรูปทรงม้า) โดยกล่าวเพียงสั้นๆด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยว่า ให้สัมภาษณ์มาแล้วจาก จ.ยะลา
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับการเดินทางกลับบ้านพักที่ ซ.จรัญสนิทวงศ์ 69 ของนายกรัฐมนตรี จากบน.6 นั้น มักจะใช้เส้นทางถนนวิภาวดี ขึ้นสะพานรัชวิภา ไปทางสี่แยกวงศ์สว่าง เข้าถนนพระราม 7 และเลี้ยวเข้าซอยจรัญสนิทวงศ์ 69 แต่เป็นที่น่าสังเกตุว่า ในวันนี้ นายกรัฐมนตรี ได้เปลี่ยนการใช้เส้นทางกลับบ้านพัก คาดว่าเพื่อมาสังเกตการณ์กลุ่มผู้ชุมนุมฯ ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า โดยใช้เส้นทางถนนวิภาวดี ขึ้นทางพิเศษโทลล์เวย์ ต่อเนื่องทางด่วนดินแดง มาลงที่ด่านยมราช และใช้เส้นทางถนนหลานหลวง เลี้ยวเข้าถนนนครสวรรค์ ต่อเนื่องมายังสี่แยกศูนย์ประชุมสหประชาชาติ ที่ถนนราชดำเนินใน ผ่านสะพานมัฆวานรังสรรค์ กระทรวงศึกษาธิการ ไปทางถนนอู่ทอง เพื่อเลี้ยวซ้ายขึ้นสะพานกรุงธน (ซังฮี้) และเข้าถนนจรัญสนิทวงศ์ เพื่อกลับบ้านพักที่ซอยจรัญฯ69 อย่างไรก็ตามทางชุดรักษาความปลอดภัยของนายกรัฐมนตรี ได้แจ้งให้ผู้สื่อข่าวที่ขับรถติดตามขบวนนายกฯอยู่ เพื่อให้ทราบว่า นายกฯจะเดินทางกลับเข้าบ้านพัก ไม่ต้องติดตาม
ด้านพล.อ. สนธิ บุญรัตกลิน ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์กรณีการชุมนุมของกลุ่ม กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ว่า เรื่องนี้ถือเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่หากเหตุการณ์บานปลายจนรับมือไม่ไหว และรัฐบาลประกาศให้เป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน ทหารถึงจะออกมาปฏิบัติภารกิจได้ นอกจากนี้กองทัพบกก็ได้สั่งการไปแล้วว่าผู้บังคับบัญชาระดับสูงจะต้องอยู่กำกับดูแล เพื่อไม่ให้เหตุ การณ์บานปลาย ส่วนตัวแล้ว จากที่ได้ดูการรายงานจากโทรทัศน์คิดว่า เหตุการณ์ชุมนุมครั้งนี้ไม่น่าจะรุนแรง ทหารคงไม่ต้องออกมา เพราะตำรวจคงรับมือไหว
เมื่อถามว่า หากกลุ่มผู้ชุมนุมขอเข้าพบ เพื่อยื่นหนังสือถามจุดยืนของทหาร เหมือนในการชุมนุมวัน
ที่ 4 กุมภาพันธ์ อีกครั้งจะให้เข้าพบอีกหรือไม่ พล.อ.สนธิ รีบกล่าวว่า ม๊อบคงไม่มาแล้ว เพราะผมจะไม่ให้ใครเห็นผม ว่าผมไปที่ไหน
ขณะที่พ.ต.อ.จักรี ภู่พันธ์ศรี ผกก.สน.ดุสิต พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ได้ควบคุมผู้ขับขี่ที่นำรถเข้าไปลานพระบรมรูปทรงม้าเพื่อร่วมชุมนุม 8 คน พร้อมรถกระบะ 4 คัน รถบรรทุก 6 ล้อ 3 คันและเครื่องขยายเสียงจำนวน 2 ชุด ที่ฝ่าฝืนกฎจราจร โดยแจ้งข้อหาจอดรถในที่ห้ามจอด จำนวน 3 คัน จอดรถกีดขวางการจราจร จำนวน 3 คัน และใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต จำนวน 1 คัน ก่อนนำตัวผู้ขับขี่ทั้งหมดไปทำการเปรียบเทียบปรับที่ สน.ดุสิต
สำหรับผู้ขับขี่ที่ถูกจับ 4 คนแรก ได้แก่ นายทองใหญ่ กนกะบิณฑะ อายุ 56 ปี ขับรถหมายเลขทะเบียน ฮก-6027 กทม.,นายสมภพ ปานสวัสดิ์ อายุ 47 ปี ขับรถหมายเลขทะเบียน ตอ-7952 กทม.,นายอิทธิพล ศรีพระนาม อายุ 54 ปี ขับรถหมายเลขทะเบียน ม-7837 นนทบุรีและนายวิชัย อินทร์ประดิษฐ์ อายุ 51 ปี ขับรถหมายเลขทะเบียน บษ-6886 กทม. ทั้งหมดถูกจับกุมในข้อหาจอดรถในที่ห้ามจอด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเปรียบเทียบปรับเป็นจำนวนเงินคนละ 200 บาท
ส่วนผู้ที่ทำผิดฐานจอดรถกีดขวางการจราจรนั้น ได้แก่ นายรุ่งโรจน์ แทนผักแว่น อายุ 29 ปี ขับรถบรรทุก 6 ล้อ ทะเบียนป้ายแดง,นายชาญณรงค์ คงเกษม อายุ 25 ปี ขับรถกระบะ หมายเลขทะเบียน ลอ-2679 กทม. และนายรัศมี แสวงหา อายุ 40 ปี ขับรถบรรทุก 6 ล้อ หมายเลขทะเบียน 86-4505 นครปฐม ทั้งหมดถูกเจ้าหน้าที่เปรียบเทียบปรับเป็นเงินคนละ 500 บาท ส่วนผู้ที่ใช้เครื่องขยายเสียงอีก 1 ราย คือ นายชนะ ผาสุกสกุล อายุ 39 ปี ถูกปรับเป็นเงินจำนวน 500 บาท จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ปล่อยตัวกลับไป