โฆษกรัฐบาล แจงทำประชาพิจารณ์แก้ รธน.พร้อมเลือกตั้งส.ว. งบไม่บานปลาย เชื่อ 2 เดือนที่เหลือ สามารถเร่งกระบวนการต่างๆได้ทัน
(11กพ.) น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ระบุว่าเตรียมประสานงานกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้จัดพิมพ์บัตรลงคะแนนเพิ่มอีกหนึ่งใบ นอกจากบัตรลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) เพื่อให้ประชาชนลงความเห็นว่า ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ ว่า แนวทางที่นายกฯ ดำริจะให้มีการลงประชามติของประชาชนในเรื่องนี้ เป็นแนวทางที่นายกฯจะได้มอบให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไปประชุมร่วมกับกกต. เพราะในวันที่ 19 เม.ย. 2549 ซึ่งจะมีการเลือกตั้งส.ว.นั้น จะได้ให้ประชาชนลงประชามติอีกทางหนึ่ง ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อจะได้ไม่สิ้นเปลืองงบประมาณ ซึ่งจากนี้ไปจะมีเวลาเหลืออยู่อีก 2 เดือน ก็คงจะต้องมีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ เพราะถือเป็นครั้งแรกที่มีการลงประชามติ ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ใช้ในปัจจุบัน ดังนั้นต้องไปเร่งกระบวนการต่างๆ เพื่อที่จะทำได้ทัน เพราะเรื่องเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องที่ประชาชนทุกคนควรจะได้มีส่วนร่วม และออกความเห็นว่า ควรจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ อย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรที่ฝ่ายค้านเสนอให้แก้ไขในมาตรา 313 เพื่อให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้รัฐธรรมนูญ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การให้ความเห็นของพรรคฝ่ายค้าน หรือกลุ่มองค์กรต่างๆ และนักวิชาการ ก็เป็นความเห็นเฉพาะกลุ่ม เรายังไม่สามารถบอกได้ว่า นั่นเป็นความเห็นของประชาชนทั้งประเทศ ดังนั้นการลงประชามติ น่าจะเป็นหนทางที่สามารถยืนยันถึงมติมหาชนได้อย่างชัดเจน ว่าประชาชนทั้งประเทศคิดเรื่องนี้อย่างไร
เมื่อถามว่า จะไม่เป็นการยืดเวลาออกไปอีกหรือ น.พ.สุรพงษ์ กล่าวว่า ในแง่การลงประชามติวันที่ 19 เม.ย.ก็อีกเพียงแค่ 2 เดือนหลังจากนี้ ไม่ได้เป็นการยืด หรือถ่วงเวลาอย่างที่พรรคฝ่ายค้านกล่าวไว้ แต่ทางรัฐบาลมองเห็นว่า การแก้รัฐธรรมนูญ หากเป็นความเห็นร่วมกันของประชาชนส่วนใหญ่ทั้งประเทศ ก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลพร้อมจะเดินหน้า แต่วันนี้ยังไม่มีใครทราบว่า ประชาชนทั้งประเทศคิดในเรื่องนี้อย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า จำเป็นจะต้องใช้งบประมาณในการเลือกตั้งส.ว.เพิ่มขึ้นมากหรือไม่ น.พ.สุรพงษ์ กล่าวว่า งบประมาณที่ใช้คงเพิ่มขึ้นเพียงในการใช้ทำบัตรลงคะแนนเพิ่มอีก 1 ชุดเท่านั้น เพราะในส่วนการประชาสัมพันธ์ การจัดคูหา เป็นเรื่องที่กกต.จะต้องใช้อยู่แล้วในการเลือกตั้งส.ว.
เมื่อถามว่า รัฐบาลหารือฝ่ายกฎหมาย ได้หารือถึงเรื่องดังกล่าวหรือไม่ โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า จะต้องมีการหารือเรื่องขั้นตอน ว่าจะทำอย่างไร เพราะเป็นการทำประชาพิจารณ์เรื่องนี้ครั้งแรก ฉะนั้นในแง่รายละเอียดต่างๆ จะทำอย่างไรก็ต้องไปดูเพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ เพราะก่อนหน้านี้ไม่เคยมีการลงประชามติอย่างนี้มาก่อน แต่ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญสามารถทำได้ เพราะมีบัญญัติไว้หลายมาตรา ว่าหากมีเรื่องใดที่คิดว่าอยากจะได้มติของประชาชนก็ให้มีการลงประชามติ