ปลัดกทม.ยืนยันข้าราชการบริสุทธ์ พร้อมชี้แจงข้อกล่าวหา"ประทิน" เตือนข้าราชการวางตัวเป็นกลาง อย่าแห่ไปให้กำลังใจ"อภิรักษ์" 14 ก.พ. หลังมีข่าวสั่งเกณฑ์ข้าราชการ
คุณหญิงณฐนนท ทวีสิน ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า ตามที่ พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ ประธานคณะกรรมการสอบสวนทุจริต 16 โครงการ ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ ภายหลังที่ตนเข้าชี้แจงวานนี้ (10) ตนพบว่าข้อมูลดังกล่าวถูกบิดเบือนข้อเท็จจริง เพราะเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนบุคคลของ พล.ต.อ.ประทิน เท่านั้น ไม่ได้เป็นมติของคณะกรรมการแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังทำให้ตนเสียหาย และการที่ตนเป็นผู้บริหารระดับสูงของ กทม.ทำให้ภาพลักษณ์ขององค์กรเสียหายไปด้วย
ส่วนที่มีการรายงานข่าวว่า ปลัดกทม.ร้องไห้ภายหลังการสอบสวนนั้น คุณหญิงณฐนนท ชี้แจงว่า สาเหตุเพราะในขณะสอบสวน ใช้เวลานานถึง 3 ชั่วโมง และคณะกรรมการก็ถามซ้ำไปซ้ำมา เมื่อตนเห็นว่าตอบไปแล้วจึงไม่ตอบ คณะกรรมการก็กล่าวหาว่าตนไม่สามารถชี้แจงได้ ซึ่งตนเห็นว่าเป็นการยัดเยียดข้อกล่าวหา และกำลังโยนความผิดให้ข้าราชการ อีกทั้งตลอดชีวิตที่รับราชการ ได้ทุ่มเทให้กับการทำงานด้วยความวิริยะอุตสาหะมาโดยตลอด โดยในช่วงนั้นตนได้เข้ารับการผ่าตัด เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.48 และตามปกติต้องพักฟื้นร่างกายหลายสัปดาห์ แต่ด้วยความรู้สึกรับผิดชอบ และห่วงการทำงานจึงได้มาปฏิบัติงานในวันที่ 21 ธ.ค.48 ซึ่งหากไม่มาทำงาน ก็ไม่ต้องไปเกี่ยวพันกับเรื่องดังกล่าว จนถูกสอบสวน อีกทั้งมุ่งเน้นเอาความผิดเฉพาะข้าราชการประจำเท่านั้น จึงเกิดความรู้สึกเสียใจ และหลั่งน้ำตาตามข่าว
ปลัดกทม.กล่าวว่า ข้อกล่าวหาที่ว่า ตนไม่ได้ติดตามงาน ภายหลังที่ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้มีหนังสือลงวันที่ 2 ธ.ค.48 แจ้งว่ามีผู้ร้องเรียนต่อ รมว.มหาดไทย ว่าการประกวดราคางานก่อสร้างของกทม.จำนวน 10 โครงการ ไม่ได้รับความเป็นธรรม และไม่ตอบกลับภายในระยะเวลาที่กำหนด คือวันที่ 15 ธ.ค.48 ทั้งที่เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่สำคัญ เรื่องนี้ตนได้ชี้แจงแก่คณะกรรมการสอบสวน และผู้สื่อข่าวไปแล้วหลายครั้งว่า ได้รับหนังสือชี้แจงเรื่องร้องเรียน เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.48 และได้ส่งเรื่องให้ผู้อำนวยการสำนักการโยธา ดำเนินการตรวจสอบ และพิจารณาเสนอพร้อมร่างหนังสือชี้แจงกระทรวงมหาดไทย ภายในกำหนด ซึ่งเป็นการดำเนินการไปตามขั้นตอนของระเบียบงานสารบรรณ พ.ศ.2546 ข้อ 25 จากนั้นทราบว่าสำนักการโยธา ได้ส่งเรื่องกลับมาเมื่อวันที่ 15 ธ.ค.48 เพื่อชี้แจงผลการร้องเรียน ผ่านนายยลโชค สุขมาก รองปลัด กทม. สั่งราชการสำนักการโยธา ตามสายงานการบังคับบัญชา เพื่อแก้ไขอีกครั้งหนึ่ง
" หนังสือได้กลับมายังปลัดกทม. เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.48 เวลา 15.30 น. ซึ่งดิฉันได้รับหนังสือดังกล่าว เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. ในขณะที่ปฏิบัติงานอยู่ที่สะพานพระราม 8 ซึ่งมีพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมรูปรัชกาลที่ 8 ขึ้นประดิษฐาน พระบรมราชานุสาวรีย์ ซึ่งเรื่องนี้ดิฉันได้หารือกับผู้บริหารบางท่าน ให้ความเห็นว่า ควรนำเข้าหารือในที่ประชุม SOM ในวันรุ่งขึ้น (22 ธ.ค.48) โดยเชิญรองปลัดกทม. ผู้อำนวยการสำนักการโยธา ผู้อำนวยการสำนักการคลัง ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ผู้อำนวยการสำนักงานกฎหมายและคดี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ภายหลังการประชุมได้รายงานไปยัง ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ รองผู้ว่า กทม.ทันที ซึ่งรองฯสามารถก็ได้อ่านหนังสือจากกระทรวงมหาดไทยดังกล่าว ก่อนที่นายยลโชคจะลงนามในหนังสือตอบกระทรวงมหาดไทย โดยได้มีบันทึกสั่งการให้รองปลัดฯ ยลโชค ให้ขอรับความเห็นชอบจากผู้ว่าฯ ผ่านรองผู้ว่าฯ สั่งการสำนักการโยธา ก่อนลงนามไปยังกระทรวงมหาดไทย สาเหตุที่ปลัดกทม.ไม่ได้ลงนาม เนื่องจากติดภารกิจเป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบกิจการของ รฟม. และได้รอการลงนามจนถึงเวลา 14.20 น. ซึ่งยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ โดยคณะทำงานประกอบด้วยผู้แทนสำนักการโยธา ผู้แทนสำนักงานกฎหมายและคดี และผู้แทนสำนักการคลัง ที่ได้รับมอบให้ดำเนินการร่างหนังสือ และตรวจสอบหนังสือให้แล้วเสร็จ ณ ห้องประชุมรองผู้ว่าฯ สามารถ แถลงสาเหตุยกเลิกประกวดราคา 3 ครั้ง และหลักเกณฑ์การให้คะแนน ไม่ใช่อำนาจของปลัดกทม. "คุณหญิงณฐนนทชี้แจง
ส่วนกรณีที่ต้องยกเลิกประกวดราคาถึง 3 ครั้งนั้น มีเหตุผลดังนี้ ครั้งที่ 1 ยกเลิกการประกวดราคางานก่อสร้างทางลอด เพราะกระทรวงมหาดไทยได้ขอให้ กทม. เปลี่ยนวิธีการประกวดราคา โดยใช้วิธีการประมูลด้วยระบบ e - Auction แทน ครั้งที่ 2 ยกเลิกการประมูลที่ออกประกาศ เมื่อเดือน ก.ย.48 เนื่องจากกรรมาธิการ ปปช.สภาผู้แทนราษฎรท้วงติงว่าการประมูลควรเปิดกว้าง เดิมให้ผู้ที่ประมูลทางลอดหรือทางแยก ต้องมีประสบการณ์ในงานนั้น ควรให้ผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ ได้มีโอกาสเข้าร่วมประมูลด้วย และครั้งที่ 3 ผู้ว่าฯกทม.สั่งยกเลิกเนื่องจากมีการร้องเรียน ส่วนที่มีการกล่าวหาว่าในการพิจารณาทบทวนแก้ไขหลักเกณฑ์ การกำหนดคุณสมบัติ ตนเป็นผู้ลงนามเห็นชอบทุกครั้งนั้น ตนได้ชี้แจงแก่คณะกรรมการแล้วว่า ในเรื่องของหลักเกณฑ์นั้นเป็นเรื่องของคณะกรรมการ e - Auction ที่จะพิจารณา และอำนาจในการยกเลิกและประกวดราคาใหม่ เป็นอำนาจของผู้ว่าฯ
ปลัดกทม. กล่าวเพิ่มเติมว่า มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมาย ได้ให้ข้อมูลกับตนว่า จริงๆ แล้วตามกฎหมาย พล.ต.อ.ประทินไม่ได้เป็นเจ้าพนักงานสอบสวน แต่ตนให้เกียรติด้วยการไปชี้แจง เพราะมีความเคารพนับถือ พล.ต.อ.ประทิน เป็นการส่วนตัวอยู่ก่อนแล้ว และภายหลังชี้แจงแล้ว พล.ต.อ.ประทินก็ไม่ควรใช้ความรู้สึก ความคิดเห็นส่วนตัว ให้สัมภาษณ์เช่นนี้ ควรรอให้คณะกรรมการที่ร่วมสอบสวน ได้พิจารณาลงความเห็นเสียก่อน จึงให้สัมภาษณ์ โดยตนเห็นว่าคณะกรรมการชุดนี้บางคน ที่ได้รับการแต่งตั้ง เพียงเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น นอกจากนี้ ได้รับทราบข้อมูลจากข้าราชการระดับสูงว่า มีการสั่งการให้เกณฑ์ข้าราชการ และประชาชนในแต่ละสำนักงานเขตๆ ละ 200 คนเพื่อมาให้กำลังใจในวันที่ 14 ก.พ.นั้น จึงขอให้ข้าราชการยึดหลักการวางตัวเป็นกลาง และปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้องตามปกติ นอกจากนี้ตนเห็นว่าสถานการณ์ปัจจุบัน เป็นกระแสวิถีทางการเมือง ซึ่งตนในฐานะเป็นข้าราชการ มีวินัยประพฤติปฏิบัติหน้าที่ข้าราชการ ต้องวางตัวเป็นกลาง และดำเนินการไปตามคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย