ผบ.ตร.ฝ่าลานพระรูปบุกเยี่ยมม็อบ ถูกผู้ชุมนุมฮือตะโกนไล่ หลังมีข่าวลือตำรวจเตรียมจับแกนนำ นศ.มีมติเปิดศูนย์ประสานงานกลางจัดกรรมต่อเนื่อง การหาข้อตกลกระหว่างแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมกับตำรวจนครบาลเพื่อตั้งเวทีปราศรัยบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้าและขอใช้เครื่องขยายเสียงไม่บรรลุผล โดยตำรวจยืนยันจะต้องรักษากฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้เมื่อช่วงเวลาประมาณ 16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.ดุสิต ได้เข้ามาเปรียบเทียบปรับผู้ขับขี่รถยนต์บรรทุกอุปกรณ์ตั้งเวที และเครื่องขยายเสียงของกลุ่มผู้ชุมนุม ที่เข้ามาจอดอยู่บริเวณด้านหน้าสวนอัมพรประมาณ 10 คัน ๆ ละ 500 บาท ในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงาน จอดรถกีดขวางทางจราจร ซึ่งเจ้าของรถทุกคันยินยอมจ่ายค่าปรับโดยดี
ต่อมาเวลา 16.30 น.พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมคณะนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ประกอบด้วย พล.ต.ท.นาวิน สิงหะผลิน ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.วิโรจน์ จันทรังษี ผบช.น. พล.ต.ต.จรัมพร สุรมณี รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ตรีทศท รณฤทธิวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล และพล.ต.ต.ปราโมช ปทุมวงศ์ ผบก.น.1 เดินออกจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล ถ. ไปยังบริเวณที่ชุมนุมลานพระบรมรูปทรงม้า เมื่อเข้าไปถึงบริเวณที่ผู้ชุมนุมนั่งกันอยู่นั้น ปรากฏว่ากลุ่มผู้ชุมนุมได้ตะโกนไล่ผบ.ตร.และคณะ ว่าออกไปๆ พล.ต.อ.โกวิทและคณะเห็นท่าไม่มี หากเดินเข้าไปยังเวทีการชุมนุม อาจทำให้เกิดเรื่องลุกลามบานปลาย จึงเปลี่ยนใจเดินกลับออกมา แต่ก็มีผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งเดินตามคณะผบ.ตร.และตะโกนไล่หลังออกมาจนถึงบริเวณแยกเสือป่า กลุ่มผู้ชุมนุมจึงหยุดตามคณะและเดินกลับเข้าไปยังบริเวณที่ชุมนุมต่อ
ทั้งนี้ก่อนที่พล.ต.อ.โกวิทและคณะจะเดินเข้าไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมนั้น มีกระแสข่าวลือว่า ตำรวจจะจับกุมแกนนำซึ่งนำผู้ชุมนุมเข้ามา รวมทั้งฝ่าฝืนคำสั่งห้ามตั้งเวทีปราศรัยและใช้เครื่องขยายเสียง เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมเห็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เดินทางเข้ามาจึงเกรงว่าจะมีการจับกุมแกนนำ จึงเกิดการลุกฮือขึ้นมาโห่ร้องขับไล่ พล.ต.อ.โกวิท ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินกลับมาถึงด้านหน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาลว่า ตั้งใจจะไปเยี่ยมตำรวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในสถานที่ชุมนุม รวมทั้งไปเยี่ยมเยียนหารือกับกลุ่มผู้ชุมนุมด้วย ซึ่งเห็นว่าการชุมนุมเป็นไปโดยสงบเรียบร้อยดี
สำหรับกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมฝ่าฝืนข้อห้ามของตำรวจที่ไม่อนุญาตให้ใช้ลานพระบรมรูปทรงม้าเป็นที่ชุมนุม รวมทั้งใช้เครื่องขยายเสียงนั้น พล.ต.อ.โกวิท กล่าวว่า ในสังคมประชาธิปไตยแม้จะมีความเห็นที่แตกต่างกันแต่ก็ต้องเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน
ตำรวจมีความห่วงใยการใช้ลานพระบรมรูปทรงม้าซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนให้ความเคารพศรัทธา จึงไม่ควรใช้สถานที่นี้มาด่าทอพูดคำหยาบกัน การชุมนุมครั้งก่อนวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ผมก็มายืนฟังด้วย ก้ไม่เห็นด้วยที่มีการใช้คำหยาบ จึงแจ้งผบช.นงไปแล้วว่าไม่ควรอนุญาตให้ใช้สถานที่นี้อีก เราต้องให้ความเคารพสถานที่ วันนี้ผมเป็นผบ.ตร.จึงต้องรักษากฎหมายอย่างเคร่งครัด พล.ต.อ.โกวิท กล่าว
ส่วนการที่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ปฏิบัติตามคำสั่งห้ามของเจ้าพนักงานนั้น ผบ.ตร.กล่าวว่า ก็ต้องว่ากันไป หากมีการใช้เครื่องขยายเสียงปราศรัยก็ต้องเตือนกันเป็นระยะ
ต่อมาเวลา 17.15 น. พล.ต.อ.โกวิท พร้อมคณะ เดินทางไปตรวจเยี่ยมศูนย์ปฏิบัติการในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยการชุมนุมทั้ง 4 แห่งประกอบด้วยศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ศูนย์ปฏิบัติการทำเนียบรัฐบาล ศูนย์ปฏิบัติการรัฐสภา และศูนย์ปฏิบัติการด้สานหน้าวัดเบญจมบพิตร ทั้งนี้หลังจากกลุ่มผู้ชุมนุมไม่พอใจที่ผบ.ตร.เข้าไปยังบริเวณที่ชุมนุมนุม กระทั่งตะโกนขับไล่ให้ ผบ.ตร.และคณะต้องกลับออกมานั้น ต่อมามีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการอำนวยการ บช.น. โดยตำรวจหญิงจำนวน 10 นายนำน้ำดื่มขึ้นรถกระบะตำรวจไปแจกจ่ายให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม
นศ.มีมติเปิดศูนย์ประสานงานกลาง
ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อเวลา 17.30 น. น.ส.อัศรี จารุโกศล อุปนายกฝ่ายกิจการภายนอกองค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมระหว่างนิสิตนักศึกษา จากมหาวิทยาลัยต่างๆ อาทิ จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ รามแหงคำแหง ว่า ที่ผ่านมาการเคลื่อนไหวของนักศึกษาไม่มีทิศทาง ที่ประชุมจึงมีมติร่วมกันให้ตั้งศูนย์ประสานงานกลางนักศึกษา เพื่อเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้แสดงออก ในการเคลื่อนไหวร่วมกัน และในอนาคต อาจมีการเปิดเวทีไฮปาร์คของนักศึกษา
"ส่วนการล่ารายชื่อ 50,000 คน เพื่อถอดถอนนายกฯ ถือเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรม แต่เป้าหมายของศึกษา คือการร่วมกันสร้างพลังนักศึกษา จับทุกประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อสังคมและการเมือง หลังจากนี้ จะมีการประชาสัมพันธ์ศูนย์ประสานงานกลางฯไปยังสโมสรนิสิตนักศึกษาทุกสถาบัน เพื่อให้เข้ามาเป็นแนวร่วม" น.ส.อัศรี กล่าว
สำหรับการล่ารายชื่อถอนถอนนายกฯ ที่บริเวณลานโพธิ์ เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนมาเข้าเชื่อถอดถอนตลอดทั้งวัน โดยตัวเลข 2 วัน ประมาณ 6,000 คน และวันพรุ่งนี้ (12 ก.พ.) จะเปิดให้ลงชื่อเวล 13.00 น. ถึง 16.00 น.