"สุรนันทน์ ชี้ ไม่เห็นด้วยกับสมัครเบื้องต้นจะตักเตือนและอาจนำไปสู่การปิดรายการต่อไป ด้านชาว จังหวัดสงขลา ออกโรงฉะ"สมัคร"จาบจ้วง"ป๋าเปรม" จี้ให้รีบออกมาขอขมาลาโทษก่อนบานปลาย นัดรวมพลพบพล.อ.เปรม 15 ก.พ. ที่โรงเรียนมหาวชิราวุธ ด้านส.ส.ย้ำต้องถอดรายการออกจากผังช่อง5
(11กพ.) นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการสีสันสุดสัป ดาห์ ทางคลื่น เอฟเอ็ม 94 เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2549 โดยได้กล่าวกรณีที่นายสมัคร สุนทรเวชและนายดุสิต ศิริวรรณ ผู้ดำเนินรายการ เช้าวันนี้ที่เมืองไทย ช่อง 5 และรายการ ข้อเท็จจริงวันนี้ ทางคลื่นเอฟเอ็ม 105 วิพากษ์วิจารณ์การปาฐกถาของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีว่า รู้สึกไม่สบายใจและไม่เห็นด้วยกับการวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าว เนื่องจากพล.อ.เปรม เป็นคนที่เข้าใจและมีวิธีการบรรยายที่นิ่มนวล จึงสามารถอธิบายถึงกระแสพระราชดำรัสซึ่งถือว่าเป็นมงคลกับชีวิตได้อย่างดีและทำให้ประชาชนมีความเข้าใจและสามารถนำไปปฏิบัติได้ดียิ่งขึ้น
นายสุรนันทน์ กล่าวอีกว่า ได้สั่งการให้กรมประชาสัมพันธ์ดำเนินการตรวจสอบและออกหนังสือแจ้งเตือนไปยังสถานีวิทยุแห่งประเทศไทย และผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 เรื่องขอให้กวดขันการออกอากาศและการดำเนินรายการดังกล่าวให้เป็นไปตามข้อกฎหมาย โดยเบื้องต้นจะตักเตือน ซึ่งนำไปสู่การปิดรายการต่อไป และยืนยันว่าทุกอย่างจะดำเนินตามข้อกฎหมาย ไม่มีการเลือกปฏิบัติแต่อย่างใด
นายสุรเชษฐ์ ปะยืนยง นายกสมาคมนักเรียนเก่าโรงเรียนมหาวชิราวุธสงขลา และสมาคมผู้ปกครองมหาวชิราวุธ สงขลา เปิดเผยว่า กรณีนายสมัคร สุนทรเวช ผู้ดำเนินรายการเช้าวันนี้ที่เมืองไทย ทางช่อง 5 กล่าวจาบจ้วง พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ โดยกล่าวในทำนองว่า การที่พลเอกเปรม กล่าวปาฐกถาเรื่อง "แนวทางพระราชดำริสู่การบริหารจัดการภาครัฐ โดยมีการยกแนวพระราชดำริ 14ประการของผู้บริหารที่ดีมาถ่ายทอด โดยย้ำว่าผู้บริหารที่ดีนอกจากเก่งแล้วต้องมีจริยธรรม เป็นการเข้าข้างกลุ่มผุ้ต่อต้านนายกรัฐมนตรี พลเอกเปรม จึงไม่ควรกล่าวปาฐกถาในลักษณะนี้ในช่วงที่มีการขับไล่นายกรัฐมนตรี นั้นอยากถามว่านายสมัคร มีสิทธิอะไร ที่กล่าวพาดพิงปูชนียบุคคล ที่เป็นดั่งตัวแทนพระองค์ การกระทำดังกล่าว สำหรับคนสงขลา รวมทั้งเชื่อว่าประชาชนทั่วประเทสไทยคงรับไม่ได้ จึงอยากให้นายสมัคร ออกมาขอขมา และรับผิดกับสิ่งที่กระทำลงไป
นายสุรเชษฐ์กล่าวต่ออีกว่า ในส่วนของประชาชนจังหวัดสงขลา เตรียมเคลื่อนไหวด้วยการรวมพลังรวบรวมรายชื่อเพื่อยื่นผู้เกี่ยวข้องทาง ททบ.5 ตรวจสอบรายการดังกล่าว เพื่อถอดถอนออกจากผังสถานี เนื่องจากการพุดจาบจ้วงประธานองคมนตรี ก่ไม่ต่างไปจากการก้าวล่วงต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
"เราในฐานะลูกของป๋า ยอมไม่ได้ และที่สำคัญสงขลาเป็นบ้านเกิดของพลเอกเปรม เราไม่ยอมให้ใครมากระทำการที่กระทบศักดิ์ศรีของปูชนียุคคลท่านนี้แน่นอน"
เขายังกล่าวอีกว่าในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ จะเดินทางมายังโรงเรียนมหาวิราวุธ สงขลา เพื่อเป็นประธานให้โอวาทแก่นักเรียนชั้น ม.6 ที่จบการศึกษา โดยขอเชิญรวมพลังพี่น้องคนสงขลา และลูกป๋าทุกคน รวมพลมาให้กำลังใจ ในวันและเวลาดังกล่าว
นอกจากนี้ กลุ่มชาวจังหวัดสงขลา ได้ออกโรงเชิญประชาชนในจังหวัดสงขลา และศิษย์เก่าโรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นโรงเรียนเก่าของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ และพี่น้องประชาชนจาก 14 จังหวัดภาคใต้ มารวมพลังปกป้อง พล.อ.เปรม และแสดงความไม่พอใจต่อนายสมัครและนายดุสิต ที่สมาคมชาวภาคใต้ ถนนกาญจนาภิเษก ตรงชุมทางแยกระดับฉิมพลี ในวันที่12 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา 11.00 น.
ทางด้าน พล.ต.ต.อัมพร ภัยลี้ ประธานชมรมเกิดมาต้องแทนคุณแผ่นดิน ซึ่งเป็นองค์กรที่ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ จัดตั้งเพื่อให้คนสงขลาร่วมกันทำประโยชน์คืนสู่บ้านเมือง โดยกล่าวว่า ไม่เห็นด้วย และเป็นการไม่สมควงรอย่างยิ่ง ที่นายสมัคร สุทรเวช กล่าวในลักษณะดังกล่าว เพราะบุคคลระดับป๋า ให้โอวาทด้วยการนำพระราชดำรัสของในหลวงมาสั่งสอนคนในสังคม เมื่อไหร่ก็ได้ ซึ่งหากผู้ดำเนินรายการคนดังกล่าวควรออกมาขอขมา ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลาย และเชื่อว่าผู้ใหญ่ระดับป๋า พร้อมให้อภัยการกระทำของคนที่ขาดการยั้งคิดในช่วงเวลาหนึ่ง
นายประพร เอกอุรุ ส.ส.เขต 5 พรรคประชาธิปัตย์ จ.สงขลา ในฐานะนายกสมาคมประมงสงขลา กล่าวว่า คำกล่าวของพลเอกเปรม ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษอาวุโส เป็นคำสอนที่เป็นต้นแบบของความซื่อสัตย์ สุจริต จงรักภักดี ซึ่งทุกคำกล่าวล้วนมีความเป็นกลางที่สามารถนำมาใช้กับสังคมได้ทุกโอกาสทุกสถานะ จึงไม่ควรนำมาแปรเจตนาให้ผิดเพี้ยนว่าเป็นการให้ร้ายคนหนึ่งคนใด เนื่องจากพลเอกเปรม ได้รับการยกย่องให้เป็นปูชนียบุคคลที่มีเกียรติกว่าประชาชนปกติ
ดังนั้นการที่นายสมัครนำคำกล่าวมาวิพากษ์วิจารณ์จึงเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง ซึ่งความรู้สึกที่เกิดขึ้นแม้ท่านจะไม่ติดใจในเรื่องนี้ แต่ในฐานะของคนสงขลาที่เคารพยกย่องได้ฟังแล้วรู้สึกเจ็บปวดแทนทุกคำพูด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกันว่าจะดำเนินการเอาผิดนายสมัครด้วยวิธีการใดที่จะเพียงพอให้สำนึกว่าได้กระทำสิ่งที่ไม่ควรอย่างไม่น่าให้อภัยโดยสิ่งแรกที่รัฐบาลต้องจัดการ คือ การระงับรายการหรือปลดทันที