กลุ่มพันธมิตรเข้ายึดลานพระบรมรูปทรงม้าได้แล้ว พร้อมตั้งเวทีเตรียมเปิดฉาก "ปิดบัญชีทักษิณ" ต้องผ่านด่านตำรวจหลายชั้น แถมมีการนำรถฉีดน้ำดับเพลิงจากสนามบินสุวรรณภูมิมาเตรียมไว้ 4 คัน เตรียมแก้เผ็ดฟ้องศาลปค.-รธน.กับตร.ใช้กม.ข้อหากรีดขวางจราจร วันที่ 11 กุมภาพันธ์ เมื่อเวลา 13.50 น.กลุ่มผู้ชุมนุมในนามพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ร่วมตัวกันเริ่มตั้งขบวนเคลื่อนขบวนจากสะพานมัฆวานเข้าสู่ถนนราชดำเนินนอก โดยมีเป้าหมายที่ลานพระบรมรูปทรงม้า
ขบวนแถวแรกเป็นแกนนำที่เดินเรียงหน้ากระดาน เกาะกันเป็นรั่ว พร้อมที่จะประจันหน้ากับตำรวจที่กีดขวางไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปใช้ลานพระบรมรูปทรงม้า
ส่วนแถวที่ 2 กลุ่มผู้ชุมนุมได้เดินถือป้ายผ้า หลวงปู่จง หลวงปู่มี หลวงปู่ศีล หลวงปู่ธรรม ที่ระบุข้อความว่า "โกหกคนทั้งโลกได้ โกหกตัวเองไม่ได้ " ตามติดมาด้วยกลุ่มผู้ชุมนุมที่ถือธงชาติ และธงตราสัญญาลักษณ์ครองศิริราชย์ 60 ปี
จากนั้นเวลา 14.15 น ได้เคลื่อนขบวนเข้ามาถึงลานพระบรมรูปทรงม้า โดยมีตำรวจและเจ้าหน้าที่เทศกิจ อำนวยความสะดวกปิดการจราจรให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมให้เดินเข้าไปยังลานพระบรมรูปทรงม้า แต่กลุ่มผู้ชุมนุมได้เผชิญกับตำรวจ ซึ่งอนุญาตให้ใช้พื้นที่ครึ่งหนึ่งของลานพระบรมรูปเท่านั้น
นายศิริชัย ไม้งาม ประธานสหภาพแรงงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิต หนึ่งในแกนนำ ได้เข้าเจรจาทำให้ตำรวจยินยอมให้ผู้ชุมนุมใช้พื้นที่ลานพระบรมรูปฯ ได้ทั้งหมด แต่ก็ยังติดปัญหาที่ตำรวจไม่ยอมให้รถเครื่องขยายเสียงประมาณ 6-7 คันรถบรรทุก เข้าไปติดตั้งเวทีและประกอบเครื่องขยายเสียง จึงต้องใช้เวลาเจรจา จนตำรวจยินยอมทำให้สถานการณ์คลี่คลายไปด้วยดี
ขณะเดียวกันได้มีประชาชนจำนวนหนึ่งเดินทางไปปักหลักรอฟังรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร ของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ จับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะมีการสั่งการให้ตำรวจตรึงกำลังปิดกั้นไม่ให้ประชาชนเคลื่อนขบวนเข้าไปเวทีเหมือนเมื่อวันที่ 4 ก.พ.
ทั้งนี้นายอนันต์ มะลิพันธ์ อดีตข้าราชการกรมป่าไม้พร้อมด้วยภรรยา กล่าวว่า ตั้งใจมาฟังนายสนธิ และนักศึกษาว่าจะปราศรัยอย่างไร ตนชอบฟัง และเชื่อข้อมูล เพราะไม่เชื่อฝ่ายรัฐบาล เมื่อวันที่ 4 ก.พ.ก็ได้มาฟังครั้งหนึ่งแล้ว ส่วนที่รัฐบาลสั่งการไม่ให้ตั้งเวทีนั้น ตนไม่ทราบเหตุผล แต่เห็นว่าควรเปิดโอกาสให้มีการชุมนุมโดยสงบ
นอกจานนี้ยังมีอีกหลายคนต่างพูดว่า วันนี้ต้องเลือกข้าง เพราะแต่ละคนเลือดร้อน เหตุผลฟังไม่ขึ้น และไร้จริยธรรมทางการเมือง ไม่สมควรจะปิดกั้น ทำไมต้องปิดกั้นกันขนาดนี้ เมื่อไม่ชอบก็ไม่เป็นไร แต่ไม่ควรขัดขวางขบวนการประชาธิปไตย พ.ต.ท.ทักษิณทำได้อย่างไร ไม่เคารพกฎหมาย ทั้งนี้พวกตนไม่ชอบ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะบริหารประเทศไม่ชอบมาพากล
ขณะเดียวกันได้มีรถฉีดน้ำดับเพลิงจากสนามบินสุวรรณภูมิ 4 คัน วิ่งผ่านบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ทำให้ประชาชนต่างพูดว่า ทำอย่างนี้ได้อย่างไร เตรียมนำรถดับเพลิงมาฉีดไล่ประชาชนหรืออย่างไร ทั้งที่รู้ว่าน้ำจากรถดับเพลิงแรงมากขนาดไหน แสดงว่าวางแผนไว้แล้ว นายกฯทำอย่างนี้ประจานตัวเอง เสียแรงที่รับเงินภาษีจากประชานทำให้ข้าราชการลำบากใจ ทั้งที่เป็นคนไทยด้วยกัน
เมื่อแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนถึงลานพระบรมรูปทรงม้า ต่างยกมือไหว้พระบรมรูปทรงม้า โดยบอกว่า "ขอให้เสด็จปู่ ร.5 คุ้มครอง" และประชาชนบางก็คนก็ปรมมือต้อนรับผู้ชุมนุม อย่างไรก็ตาม ประชาชนประมาณ 200 คน ได้คอยลุ้นกลุ่มผู้ชุมนุมว่า จะสามารถเคลื่อนขบวนผ่านตำรวจไปปักหลักตั้งเวทีได้หรือไม่ พร้อมกับจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์เป็นระยะ ๆ
เมื่อเวลา 14.50 น. พล.ต.ต.ปราโมทย์ ประทุมวงศ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 เป็นผู้ควบคุมหน่วยปราบจราจล จากกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษกองร้อยควบคุมฝูงชน ของกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 จำนวนกว่า 500 นาย โดยได้กำชับและเน้นย้ำเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า "ไม่แตะต้อง ไม่ต้องพูดอะไร และดูแลรักษาความสงบ "
พล.ต.ต.ปราโมทย์ กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ชุมนุม ได้เคลื่อนตัวเข้าสู่บริเวณลานพระบรมรูปแล้ว ซึ่งตำรวจได้มีการตรวจสอบรถที่เข้ามาพบว่า มีรถที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายระเบียบการจราจรและพระราชบัญญัติโฆษณา โดยมีการใช้เครื่องกระจายเสียง
"พิจารณาแล้วได้ดำเนินคดีกับผู้ขับขี่รถบรรทุกที่ใช้เครื่องกระจายเสียงรวม 2 ข้อหา ได้แก่จอดรถให้ที่ห้ามจอดกีดขวางการจราจรปรับ 500 บาท และใช้เครื่องกระจายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตปรับ 200 บาท ทั้งนี้คงต้องรอช่วงเย็นซึ่งเป็นเวลาตามกำหนดการว่าจะมีผู้ชุมนุมมามากน้อยเพียงใด และจะประเมินสถานการณ์เป็นระยะ" ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 กล่าว
ต่อมาเวลา 15.00 น.พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ผบ.ตร. กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับ พล.ต.ท.วิโรจน์ จันทรังษีผบช.น. และเจ้าหน้าที่ระดับสูงว่า ต้องรอดูสถานการณ์ต่อไป หากมีการกระทำผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินคดี ขณะนี้มีเพียงการนำรถไปจอด หากใช้เครื่องขยายเสียงหรือตั้งเวทีเมื่อใดก็ถือว่าผิด ควรจะเชื่อฟังกฎหมายบ้านเมืองบ้าง เพราะที่ผ่านมาตำรวจก็พยายามอำนวยความสะดวกให้ไม่รู้กี่ครั้งแล้ว สิ่งใดที่ทำให้เกิดความเสียหายเดือดร้อนกับผู้อื่นก็ไม่ควรทำ บรรดาแกนนำทั้งหลายก็ควรจะเคารพสิทธิของผู้อื่นด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า คาดการณ์จำนวนผู้ชุมนุมเอาไว้จะเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ พล.ต.อ.โกวิท กล่าวว่า อย่าเพิ่งไปคาด ขณะนี้มีประมาณ 400-500 คนตำรวจยังรอดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยยืนยันว่าจำหน้าหน้าที่อย่างดีที่สุด หากผู้ชุมนุมเชื่อฟังกันก็ไม่มีปัญหา
กลุ่มพันธมิตรแก้เผ็ดฟ้องศาลปค.กับตร.
นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า รอให้ตำรวจแจ้งข้อหาก่อน และเห็นว่ากฎหมายจราจราที่ตำรวจใช้นั้นตั้งแต่ปี 2522 แล้ว ไม่แน่ใจว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ หากตำรวจจะดำเนินคดี ก็นำไปฟ้องศาลปกครอง และยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความ
นายสุริยะใส กล่าวด้วยว่า เวทีปราศรัยจะเริ่มเวลา 16.30 น.และจะเปิดเวลา 24.00 น.ส่วนจะชุมนุมยืดเยื้อต่อหรือไม่ขึ้นอยู่กับผู้ชุมนุม