สนนท.เคลื่อนขบวนรณรงค์เพื่อเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมการชุมนุมเพื่อแสดงพลังประชาชนขับไล่นายกฯทักษิณ ร่วมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมออกจดหมายเปิดผนึกแจ้งถึงสาเหตุของการเคลื่อนไหว ก่อนการชุมนุมใหญ่ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการและกลุ่มเครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะเริ่มขึ้น
ตั้งแต่เวลา 10.30 น.สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย(สนนท.) ได้คลื่อนขบวนรณรงค์เพื่อเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมการชุมนุมเพื่อแสดงพลังประชาชนขับไล่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่ง ร่วมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยเริ่มมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ไปยังสะพานมัฆวาน (เส้นทาง มธ.-ท่าพระอาทิตย์-บางลำภู-สะพานมัฆวาน)
ขณะเดียวกัน สนนท.ได้มีจดหมายเปิดผนึก แสดงพลังประชาชน โดยมีข้อความว่า "ขอเชิญเข้าร่วมการชุมนุมเพื่อแสดงพลังประชาชนขับไล่นายกฯทักษิณ ณ ลานพระบรมรูปทรงม้า
กราบเรียน พี่น้องประชาชนที่รักประชาธิปไตยทุกท่าน
สถานการณ์บ้านเมืองที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ภายใต้การบริหารโดยพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต้องกล่าวได้ว่า เป็นวิกฤติการณ์ทางการเมืองที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นมาในหน้าประวัติศาสตร์ การเกิดขึ้นของวิกฤตการณ์จริยธรรมของผู้นำประเทศ และวิกฤตการณ์ประชาธิปไตย ทำให้เกิดความสั่นคลอนของสังคมที่ไม่สามารถร่วมจับมือกับนายกรัฐมนตรีท่านนี้ฝ่าทางตันได้อีกต่อไป
เนื่องจากวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นวิกฤตการณ์ในเชิงโครงสร้างของระบอบเศรษฐกิจโดยการทำลายของระบอบทักษิณซึ่งทำให้เกิดภาวะปลาใหญ่กินปลาเล็กแล้ว ยังเป็นวิกฤตการณ์ทางการเมืองที่เกิดจากตัวของท่านผู้นำประเทศเอง การทุจริตเชิงนโยบายหลายอย่างทำให้การปรากฏการณ์การผันประโยชน์ของประเทศชาติไปเป็นของตนเอง ครอบครัว และพวกพ้อง
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน คือ การแก้กฎหมายเพื่อเพิ่มสัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างชาติในกิจการโทรคมนาคมจาก 25% เป็น 49% เพียง 1 วันทำการ แล้วโอนขายหุ้นของบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) ไปให้แก่บริษัทของรัฐบาลสิงคโปร์ แล้วกอบโกยเอาเงิน 73,000 ล้านบาท แล้วยังตีความกฎหมายแบบเลี่ยงบาลีเข้าข้างตนเองเพื่อหลบเลี่ยงภาษี
เห็นได้ชัดเจนว่า ท่านนายกฯเกิดภาวะของการขัดกันของบทบาท ต้องเลือกที่จะต้องยืนข้างประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่งระหว่างหมวกของนักธุรกิจที่ต้องกอบโกยผลประโยชน์ให้แก่ตนเองและหมวกของผู้นำประเทศที่ต้องรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ แต่ท่านก็ได้เลือกที่จะปกป้องและรักษาผลประโยชน์ของตนเอง แล้วเอาเปรียบประเทศชาติเสมือนว่าหลงลืมบทบาทของการเป็นผู้นำประเทศไป
และตลอดระยะเวลา 5 ปีที่พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตรบริหารประเทศมานั้นได้เกิดปรากฏการณ์ของความไม่จริงใจในการแก้ปัญหาต่างๆ ทั้งปัญหาความยากจน มีการแทรกแซงองค์กรตรวจสอบทางการเมือง เช่น รัฐสภา องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญและสื่อมวลชน และการบริหารราชการแบบลุแก่อำนาจ แทรกแซงเสรีภาพของการเคลื่อนไหวภาคประชาชน นักศึกษา และนักวิชาการ มีการขายสมบัติของคนไทยให้กับต่างชาติ ไม่ว่าดาวเทียมสื่อสาร การขายสายการบิน การเปิดน่านฟ้าไทยให้สิงคโปร์มาเช่าสถานที่ฝึกนักบิน การแปรรูปสวัสดิการต่างๆของรัฐ ผลักภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน เช่น การแปรรูปการไฟฟ้า ประปา การศึกษา
ทาง สนนท. ได้ตระหนักถึงในภารกิจร่วมกันของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ในอันที่จะเคลื่อนไหวเรียกร้องเพื่อฝ่าทางตันวิกฤตการณ์จริยธรรมของผู้นำประเทศที่สังคมไทยกำลังเผชิญอยู่นี้ ด้วยการเรียกร้องให้ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
เนื่องจากขาดคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้นำประเทศที่ดี ในเรื่องของความเสียสละเพื่อส่วนรวม กำหนดกฎหมายเอื้อประโยชน์ให้แก่ตนเอง ครอบครัว และพวกพ้อง แล้วยังลอยนายชี้แจงกับพี่น้องประชาชนว่า ได้ทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว และนอกจากนั้นยังเป็นการฝ่าวิกฤติการณ์ทางการเมืองโดยเปิดโอกาสให้มีการปฏิรูปการเมืองครั้งที่ 2 เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีเงื่อนไขทำให้เกิดการผูกขาดอำนาจ และเป็นช่องทางในการแสวงประโยชน์ส่วนตนของพรรคการเมือง เพื่อให้การเมืองสามารถแก้ปัญหาที่แท้จริงของประเทศชาติและประชาชนต่อไป"