วันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549

Nation Group GO
ค้นหาข่าวย้อนหลัง

สั่งสกัดม็อบ ใช้ลานพระรูป ฝ่ายชุมนุมไม่ถอย สนนท.แฉถูกข่มขู่

ผบช.น.สั่งสกัดห้ามใช้ลานพระรูปฯ ชุมนุม 11 ก.พ.อ้างกีดขวางจราจร ขณะที่เขตดุสิตไม่อนุญาตใช้เครื่องขยายเสียง ด้านแกนนำผู้ชุมนุมลั่นเดินหน้าต่อ ยอมจ่ายค่าปรับหากถูกจับ ส่วนลานโพธิ์ ธรรมศาสตร์ ตั้งโต๊ะไล่ทักษิณคึกคัก สนนท.โวยถูกข่มขู่ห้ามเคลื่อนไหว โวยผู้ใหญ่ในบ้านเมืองใจร้าย

ขณะที่นายกฯ เปิดทำเนียบรับม็อบเชียร์นับหมื่นคน พร้อมหาเสียงหนุนจาก ขสมก.ควักอีก 6 แสน สมทบรางวัลพนักงานดีเด่น "ชัยอนันต์" ให้ทักษิณสอบตกด้านประชาธิปไตย

การประกาศจัดชุมนุมใหญ่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการและกลุ่มเครือข่ายพันธมิตร ต้องประสบปัญหาเมื่อกองบัญชาการตำรวจนครบาลไม่อนุญาตให้ใช้สถานที่ โดยให้เหตุผลว่าเป็นการกีดขวางการจราจร ขณะเดียวกัน สำนักงานเขตดุสิตก็ไม่อนุญาตให้ผู้ชุมนุมใช้เครื่องขยายเสียง

นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ในฐานะผู้ประสานงานเครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เปิดเผยภายหลังเดินทางไปยื่นหนังสือขออนุญาตใช้เครื่องขยายเสียงในการชุมนุมบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ที่สำนักงานเขตดุสิต ว่า เขตไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่บริเวณดังกล่าว โดยระบุว่าไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของสาธารณะ ตาม พ.ร.บ.การใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ.2493

นายสุริยะใส กล่าวว่า หากรู้ว่าสำนักงานเขตไม่อนุญาตแบบนี้ คงไม่ไปขอให้เสียเวลา อย่างมากก็แค่เสียค่าปรับไป แต่เราพยายามให้เห็นความบริสุทธิ์ใจและทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ภายใต้สิทธิและรัฐธรรมนูญ เพื่อแสดงให้เห็นว่าองค์กรภาคประชาชนพยายามเคารพกฎหมายและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย

“เครือข่ายยืนยันที่จะใช้เครื่องขยายเสียงในการชุมนุมวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ถึงแม้ว่าจะไม่อนุญาตก็ตาม โดยให้เหตุผลว่า การที่จะคุยกับมวลชนเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้ปากตะโกนเพื่อพูด และอยากให้เจ้าหน้าที่มองว่า การใช้เครื่องเสียงสามารถช่วยควบคุมคนที่มาชุมนุมให้อยู่ในระเบียบได้ หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจเอง หากจะคุยกับคนจำนวนมากก็ยังต้องใช้เครื่องขยายเสียง“ นายสุริยะใส กล่าว

นายสุริยะใส กล่าวต่อว่า กลุ่มผู้ชุมนุมมีเจตนาแน่วแน่ที่จะชุมนุมอย่างสงบตามกรอบรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 30 และ มาตรา 44 โดยจะป้องกันไม่ให้เกิดความเสื่อมเสียและเหตุมิบังควรใดๆ ตลอดการชุมนุม รวมถึงจะตั้งเวทีการชุมนุมให้ห่างจากแนวรั้วเขตพระราชฐาน ตามแนวที่เหมาะสม นอกจากนี้จะไม่ให้หันลำโพงไปยังพระที่นั่งอัมพรสถาน และขอความร่วมมือจากตำรวจนครบาล ที่จะอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยให้แก่ผู้ชุมนุม เพราะสิ่งที่กังวลที่สุดในการชุมนุมนั้น กลัวว่าจะมีคนกลุ่มอื่นไปยึดสถานที่ตรงลานพระรูปฯ ตั้งแต่คืนนี้ หรือมีการนำคนมาบล็อกพื้นที่ไว้ ซึ่งอาจจะเกิดการเผชิญหน้ากัน เกรงว่าจะควบคุมสถานการณ์ไม่ได้

เวทีชุมนุมเริ่ม 4 โมงเย็น-เที่ยงคืน

นายสุริยะใส กล่าวถึงการชุมนุมว่า เวทีปราศรัยจะเริ่มตั้งแต่เวลา 16.00 น.ของวันที่ 11 กุมภาพันธ์ โดยจะมีการปราศรัยจากแกนนำ องค์กรประชาชนต่างๆ เช่น นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ผู้นำแรงงาน นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นักวิชาการ และตัวแทนองค์กรนักศึกษา ส่วนนายสนธิ ลิ้มทองกุล และ น.ส.สโรชา พรอุดมศักดิ์ จะขึ้นเวทีเพื่อจัดรายการ "เมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร" เวลาประมาณ 20.00 น. โดยจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นตัวแทนจากเครือข่ายต่างๆ จะปราศรัยต่อจนถึงเที่ยงคืน

อย่างไรก็ตาม การชุมนุมจะจบลงหรือไม่ขึ้นอยู่กับผู้ร่วมชุมนุมว่าจะชุมนุมต่อหรือไม่ โดยการปราศรัยจะชี้ให้เห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ หมดความชอบธรรมในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพราะอะไร ส่วนประเด็นการถวายคืนพระราชอำนาจจะไม่มีการพูดถึง เนื่องจากนายสนธิก็พยายามที่จะลดประเด็นนี้ เพราะมีการโต้เถียงกันหลายฝ่ายว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวนอกรัฐธรรมนูญ

มั่นใจทักษิณอยู่ไม่ครบปีนี้แน่

นายสุริยะใส กล่าวอีกว่า ขณะนี้ตัวแปรที่สำคัญในการไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ที่คนชั้นกลาง ซึ่งมีเหตุมีผล ไม่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ หรือนายสนธิ ก็ชักจูงไม่ได้ เป็นการตัดสินใจทางการเมืองที่เป็นอิสระ เป็นพลังเงียบที่ปรากฏตัวมาตั้งแต่ต้นปี และจะยิ่งชัดเจนมากขึ้น จะคอยทิ่มแทง พ.ต.ท.ทักษิณ แม้ว่าวันที่ 11 กุมภาพันธ์นี้จะปิดบัญชี พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้ แต่จะเป็นหอกข้างแคร่ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณไม่สามารถอยู่ในอำนาจจนครบสิ้นปีนี้อย่างแน่นอน

นอกจากนี้ นายสุริยะใสยังกล่าวถึงความปลอดภัยในการชุมนุมว่า การรักษาความปลอดภัยให้กับผู้ชุมนุมมีการจัดตั้งทีมเพื่อรักษาความปลอดภัยให้แก่ผู้ชุมนุม 2 ทีม คือ ทีมของนายสนธิ และทีมของเครือข่ายของประชาชน มีจำนวนกว่า 1 ,000 คน และจะมีการประสานงานกับตำรวจตลอดเวลา ยืนยันว่าผู้ที่มาชุมนุมมีความมั่นใจ 100% จะไม่เกิดความรุนแรง แต่ทั้งนี้โอกาสที่จะเกิดความรุนแรงมาจากรัฐบาล ซึ่งตรงนี้นายกฯ ต้องไม่เปิดโอกาสให้คนใกล้ตัวตัดสินใจสกัดกั้นม็อบเหมือนที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การชุมนุมในวันที่ 11 กุมภาพันธ์นั้น เครือข่ายได้ระดมประชาชนจากกลุ่มต่างๆ เช่น องค์กรสลัมในเมือง กลุ่มแรงงานรัฐวิสาหกิจและแรงงานภาคเอกชน เครือข่ายหนี้สินเกษตรกรแห่งประเทศไทย เครือข่ายกลุ่มครูที่คัดค้านการถ่ายโอน รวมถึงกลุ่มพลังนักศึกษา มาร่วมชุมนุมด้วย

สำหรับแนวทางในการเคลื่อนไหวหลังวันที่ 11 กุมภาพันธ์นั้น จะมีการนัดชุมนุมใหญ่เป็นระยะๆ และจะมีการออกไปปราศรัยในต่างจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดใหญ่ๆ ทั่วประเทศ โดยจะมีการผลิตสื่อสิ่งพิมพ์และเวทีดีๆ จำนวนมาก เผยแพร่ให้ประชาชนเห็นถึงความล้มเหลวที่ปกครองโดย พ.ต.ท.ทักษิณ โดยทางเครือข่ายได้วิเคราะห์ว่า การต่อสู้ครั้งนี้จะเป็นไปอย่างยืดเยื้อแน่นอน เพราะเชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะไม่ตัดสินใจลาออก หรือยุบสภาง่ายๆ

บช.น.ห้ามใช้ลานพระรูปฯ ชุมนุม

วันเดียวกันนี้ กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้ทำหนังสือแจ้งกลับไปยังนายสุริยะใส ว่า ไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้าเพื่อจัดการชุมนุมได้ เพราะทำให้ปัญหาจราจรติดขัดเป็นบริเวณกว้าง ควรชุมนุมอยู่ในสถานที่ที่ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น นอกจากนี้ การกระทำอันเป็นสิ่งกีดขวางการจราจรเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522

ด้าน พ.ต.อ.พินิต มณีรัตน์ โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาลยืนยันตามแถลงการณ์เดิม คือ ไม่อนุญาตให้มีการใช้ลานพระราชวังดุสิตในการชุมนุม และแนะนำให้ไปชุมนุมที่อื่นแทน แต่หากวันที่ 11 กุมภาพันธ์ จะมีผู้ชุมนุมเดินทางมาเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องทำไปตามหน้าที่ในการดูแลความสงบเรียบร้อย หากพบว่าผู้ชุมนุมไม่อยู่ในกรอบของกฎหมายก็จะดำเนินการในทันที แต่หากผู้ชุมนุมอยู่ในความสงบไม่สร้างความเดือดร้อน ไม่ทำลายทรัพย์สินสาธารณะ ไม่ปิดถนน ก็ไม่สามารถไปจับกุมดำเนินคดีได้

ผบ.ตร.กำชับดูแลความปลอดภัยม็อบ

ด้าน พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ผบ.ตร.เรียก พล.ต.ท.นาวิน สิงหะผลิน ผู้ช่วย ผบ.ตร.ฝ่ายกิจการพิเศษเข้าหารือ เพื่อกำชับการดูแลรักษาความปลอดภัยการชุมนุมประท้วงขององค์กรพันธมิตรในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ซึ่ง พล.ต.อ.โกวิท แสดงความเป็นห่วงสถานการณ์การชุมนุม โดยกำชับให้ฝ่ายปฏิบัติรายงานทุกระยะ และจะเดินทางไปควบคุมการปฏิบัติงานด้วยตัวเอง โดยใช้กองบัญชาการตำรวจนครบาลเป็นศูนย์บัญชาการ

พล.ต.ท.นาวิน กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะใช้มาตรการดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมแบบเดียวกับการชุมนุมเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ โดยไม่เพิ่มกำลังตำรวจแต่อย่างใด ซึ่งเชื่อว่าจะไม่มีเหตุการณ์ใดรุนแรง เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมส่วนใหญ่จะเป็นนิสิต นักศึกษา และประชาชนที่มีวุฒิภาวะ โดย ผบ.ตร.สั่งการให้ตำรวจนครบาลและสันติบาล ลงพื้นที่หาข่าวติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด ส่วนเรื่องการขึ้นบัญชีดำกลุ่มผู้ชุมนุมนั้น จากการสอบถามสันติบาลไม่มีการขึ้นบัญชีดังกล่าว น่าจะเป็นเพียงการสอบสวนขยายผลผู้ที่เกี่ยวข้อง ในคดีม็อบบุกเข้าทำเนียบ เมื่อวันที่ 13 มกราคม ที่ผ่านมา มากกว่า

"ประทิน"ยังลังเลร่วมชุมนุม 11 ก.พ.

พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ อดีต ส.ว.กทม.กล่าวถึงการชุมนุมของภาคประชาชนในวันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์นี้ ว่า ตนขอพิจารณาดูก่อนว่าจะไปร่วมชุมนุมหรือไม่ แต่โดยส่วนตัวแล้วชอบที่จะไปร่วมฟังและอยากให้กำลังใจคนที่มีความคิดความอ่าน แต่กระแสข่าวเรื่องนี้ปกติตนก็ติดตามข่าวและความคืบหน้าอยู่แล้ว แต่หากวันนั้นไม่มีข่าวเผยแพร่ตนก็จะไปรับฟังด้วยตนเอง

"คงศักดิ์" โต้จัดม็อบชนม็อบ

พล.อ.อ.คงศักดิ์ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ ระบุว่ากระทรวงมหาดไทยเป็นผู้จัดม็อบเชียร์นายกฯ มาชนกับม็อบขับไล่รัฐบาล ว่า ตนไม่รู้จักนายสังศิต ไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่ตนไม่ได้ทำอะไรเลย ที่ผ่านมาก็ดูงานอยู่ที่กระทรวงและเซ็นเอกสาร

เมื่อถามว่า มีข่าวว่ากระทรวงมหาดไทยให้ผู้ว่าฯ เกณฑ์คนมาให้กำลังใจนายกฯ จังหวัดละ 10-20 คน พล.อ.อ.คงศักดิ์ หัวเราะ ก่อนกล่าวว่า ถ้าจะเกณฑ์จังหวัดละ 10-20 คน คงไม่ใช่ผู้ว่าฯ เกณฑ์ เพราะถ้าคนระดับผู้ว่าฯ จะต้องเกณฑ์ทั้งจังหวัด ดังนั้นจึงไม่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องของเกณฑ์หรือไม่เกณฑ์ แต่เป็นเรื่องที่ประชาชนเดินทางมากันเอง ทั้งนี้ เท่าที่คาดกลุ่มที่ต่อต้านนายกฯ ไม่น่าจะมีการชุมนุมเกิน 2 หมื่นคน

"รถตู้-แท็กซี่-สามล้อ"บุกผู้จัดการ

วันเดียวกันนี้ กลุ่มผู้ขับขี่รถแท็กซี่ รถสามล้อเครื่อง และรถตู้ ได้นำรถนับร้อยคันมาจอดชุมนุมที่ท้องสนามหลวง เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 10 กุมภาพันธ์ จากนั้นผู้ชุมนุมประมาณ 200 คน นำโดยนายสำเริง อักษะ นายกสมาคมรถตู้โดยสารต่างจังหวัด และนายชินวัฒน์ บุญหาภาค นายกสมาคมพิทักษ์ผลประโยชน์ผู้ขับขี่รถแท็กซี่ และพวก ได้เดินเท้าจากสนามหลวงมุ่งหน้ามายังบ้านพระอาทิตย์ ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ริมถนนพระอาทิตย์ กทม.เพื่อยื่นหนังสือต่อนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ คัดค้านการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า

ทั้งนี้ ก่อนที่จะเดินเท้ามายังสำนักงานหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ กลุ่มผู้ชุมนุมได้ตั้งโต๊ะที่สนามหลวงล่ารายชื่อประชาชนที่คัดค้านการชุมนุมด้วย พร้อมทั้งยืนยันว่า หลังจากยื่นหนังสือให้นายสนธิแล้ว จะสลายการชุมนุมทันที และในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ จะไม่มีการรวมตัวเพื่อคัดค้านการชุมนุมที่ลานพระรูปฯ เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดความวุ่นวายขึ้น

แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม ได้ปักหลักอยู่ฝั่งตรงข้ามหน้าสำนักงานหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ โดยระบุว่า มาอย่างสงบ และเรียกร้องให้นายสนธิออกมารับหนังสือด้วยตนเอง เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมมีความเห็นว่า หลังจากวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา นายสนธิได้ยื่นถวายฎีกาไปแล้ว จึงไม่เห็นด้วยที่จะมีการชุมนุมในวันที่ 11 กุมภาพันธ์อีก โดยขอให้หยุดการกระทำ และให้รอพระบรมราชวินิจฉัยจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก่อน

ต่อมานายตุลย์ ศิริกุลพิพัฒน์ บรรณาธิการอาวุโส นสพ.ผู้จัดการ ได้มารับหนังสือแทน แต่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ยอม โดยยืนยันจะยื่นหนังสือให้นายสนธิเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หลังจากเวลาผ่านไปอีกชั่วโมงตัวแทนกลุ่มประมาณ 5-6 คน ได้นำเอกสารหอบใหญ่ซึ่งมัดด้วยเชือกฟางวางไว้ที่หน้าประตูบ้านพระอาทิตย์ ก่อนจะแยกย้ายกันกลับอย่างสงบ

นับหมื่นให้กำลังใจทักษิณล้นทำเนียบ

ขณะเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาลได้เปิดให้ประชาชนเข้าให้กำลังใจ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นวันที่ 3 โดยตั้งแต่เวลา 07.00 น.มีประชาชนจากทั่วประเทศ อาทิ จ.นครราชสีมา พระนครศรีอยุธยา ชัยภูมิ ราชบุรี กาญจนบุรี ปทุมธานี ลพบุรี นนทบุรี อ่างทอง รวมถึงชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) จาก จ.พะเยา นำโดยนางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย และสมาคมมุสลิมมะห์จาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ประมาณ 1 หมื่นคน ทำให้พื้นที่บริเวณด้านหน้าตึกสันติไมตรีและภายในตึกอัดแน่นไปด้วยประชาชน

ต่อมา เวลา 10.00 น. นายกรัฐมนตรีได้เดินทางมาถึงทำเนียบ และตรงมาพบประชาชนทันทีหลังลงจากรถ ท่ามกลางเสียงตะโกนดังกึกก้องตลอดเวลาว่า “นายกฯ สู้ๆ” นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้บริหารบริษัทอาร์เอส จำกัด (มหาชน) บริษัท บีอีซีเทโร จำกัด (มหาชน) ที่นำดาราและทีมข่าวช่อง 3 ในสังกัด อาทิ “เจมส์” เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ “ตอง” ภัครมัย โปตระนันท์ “วิกกี้” สุนิสา เจตท์ ”เบนซ์” พรชิตา ณ สงขลา หยาดทิพย์ ราชปาล รวมถึงนักกีฬาฟุตบอลชื่อดัง“ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย ดัสกร ทองเหลา ด้วย

พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เดินแหวกฝูงชนเข้าไปรับดอกไม้และทักทายผู้มาให้กำลังใจอย่างเป็นกันเองด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณประชาชนทุกคนที่มาให้กำลังใจ และว่าพลังใจที่ได้ในวันนี้จะเป็นพลังที่จะทำงานรับใช้ประเทศต่อไป และในวันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ จะพูดออกอากาศในรายการ “นายกฯ ทักษิณคุยกับประชาชน” อีกครั้ง เพราะมีความพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริง ใส่ร้ายป้ายสีอย่างมากจากประชาธิปัตย์ และสื่อบางคน ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด

ตั้งซุ้มอาหารบริการคนมาให้กำลังใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายกรัฐมนตรีรับดอกไม้จากผู้มาให้กำลังใจนั้น เจ้าหน้าที่สำนักโฆษกรัฐบาลได้ขอความร่วมมือจากผู้สื่อข่าวว่าให้ช่วยทำข่าว และสัมภาษณ์แกนนำที่พาประชาชนมาให้กำลังใจนายกฯ โดยระบุว่า ผู้ใหญ่ในรัฐบาลขอร้องให้ช่วยเสนอข่าวในเชิงบวกกับรัฐบาลให้ และการมาให้กำลังใจนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ทำเนียบรัฐบาลได้จัดเตรียมซุ้มอาหาร เครื่องดื่ม กว่า 20 ร้าน มาตั้งอยู่ริมคลองเปรมประชากร ข้างทำเนียบรัฐบาล คอยบริการแก่ประชาชน เช่น กระเพาะปลา หอยทอด ข้าวหมูแดง ข้าวหมกไก่ รวมถึงนำรถสุขา ไว้คอยให้บริการด้วย

เจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบรัฐบาลรายหนึ่ง เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีออกเงินส่วนตัวเลี้ยงอาหารดังกล่าว โดยให้เจ้าหน้าที่สั่งอาหารมาจากตลาดนางเลิ้ง และตลาดเทเวศร์

ขณะเดียวกัน นายปลอดประสพ สุรัสวดี ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้นำคณะตัวแทนข้าราชการในกระทรวงทรัพยากรฯ และกรมป่าไม้ เข้ายื่นหนังสือเป็นกำลังใจให้นายกฯ โดยนายปลอดประสพ กล่าวว่า ข้าราชการในกระทรวงแสนกว่าคนยินดีที่จะปฏิบัติอะไรก็ได้ที่จะนำมาซึ่งความปรองดองให้กลับคืนมาอยู่ในประเทศชาติของเรา ควัก 6 แสนเพิ่มรางวัลให้ขสมก.

ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 09.15 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ไปเป็นประธานมอบรางวัลในการคัดการเลือกพนักงานบริการประชาชนดีเด่นประจำปี 2548 ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ที่อาคารนิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ พร้อมทั้งกล่าวกับพนักงาน ขสมก.ว่า รู้ว่าทุกคนปรารถนาดีที่มาบอกให้ตนใจเย็นๆ แต่สถานการณ์รอบข้างบางครั้งทำให้เหนื่อยล้า ตนก็เป็นมนุษย์ธรรมดา การเป็นนายกฯ คือการทำหน้าที่เท่านั้น เมื่อกลับบ้าน ออกจากงาน เราคือคนปกติ สิ่งใดๆ ในโลกเกิดขึ้นตั้งอยู่แล้วดับไป ตนไม่ได้ยึดติดอะไร

นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณผู้ที่ได้รับรางวัลหลายคน ให้กำลังใจตนสู้อย่าถอย อย่าทิ้งประชาชน ถ้าเห็นว่า 5 ปีที่ผ่านมา ตนทำงานไม่เคยหยุดยั้ง ทุกครั้งที่เหนื่อยก็จะมาพบคนจนที่มารอความหวังจากรัฐบาล ที่คนเหล่านี้บอกตนว่าในชีวิตยังไม่เคยเห็นความหวัง พอตนเป็นรัฐบาลก็เริ่มเห็นความหวัง ดังนั้นอย่าดับความหวัง อย่าทิ้งประชาชน นั่นคือสิ่งที่คนจนมาพูดกับตน

นอกจากนี้ นายกฯ ยังมอบเงินส่วนตัว 6.4 แสนบาท เพื่อเพิ่มรางวัลให้พนักงานดีเด่น และกล่าวว่า วันนี้คนก็จะไปพูดว่าตนเอาเงินมาหว่านอีก แต่ขอบอกว่าเงินทั้งหมดคือเงินส่วนตัวที่ตนเต็มใจจะให้ เพราะตอนที่ตนต้องต่อสู้ในธุรกิจ ผู้ที่ใช้บริการเช่าคอมพิวเตอร์จากกลุ่มบริษัทของตนในตอนนั้นคือ ขสมก. ตนจำได้ และรำลึกบุญคุณทุกคนทุกองค์กรที่มีกับตน

ชัยอนันต์ให้ทักษิณสอบตกเรื่อง ปชต.

นายชัยอนันต์ สมุทวณิช ผู้บังคับการโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย อดีตอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การที่มีผู้บอกว่าการออกมาเรียกร้องให้รัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง ไม่ได้เป็นการทำลายระบอบประชาธิปไตยอย่างที่บางฝ่ายกล่าวอ้าง แต่เป็นการทำให้ระบอบประชาธิปไตยมีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น เหมือนอย่างที่ประชาชนฟิลิปปินส์ เคยเดินขบวนขับไล่ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ซึ่งได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนมาแล้ว ซึ่งการเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก เป็นการประเมินผลการทำงานของนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่การบ่อนทำลายประชาธิปไตย

อดีตอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวถึงสาเหตุที่อาจารย์มหาวิทยาลัยไม่พอใจการทำงานของนายกรัฐมนตรี เช่น การแทรกแซงองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ การปิดกั้นเสรีภาพของสื่อ นโยบายที่ผิดพลาดในการแก้ปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้ การคอรัปชั่นที่ถูกนำมาเป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมืองแทนการปราบปรามอย่างจริงจัง และผลประโยชน์ทับซ้อนทางธุรกิจและวงศาคณาญาติ เป็นต้น

นายชัยอนันต์ กล่าวว่า อาจารย์คณะรัฐศาสตร์เป็นปรอทวัดอุณหภูมิทางการเมืองที่ดี เข้าใจว่านายกรัฐมนตรีหวั่นไหวจากเรื่องนี้มาก จึงออกมาต่อว่าอาจารย์ว่าไม่เข้าใจระบอบประชาธิปไตย

“หากผมจะให้คะแนนก็ต้องให้ เอฟ เพราะความเข้าใจเรื่องประชาธิปไตยของนายกรัฐมนตรีนั้นมีน้อยมาก” อดีตอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ กล่าว

อมธ.ยื่น "สุชน"ถอดถอน"นายกฯ"

เวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา นายธนาชัย สุนทรอนันตชัย นายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.) พร้อมคณะ จำนวน 13 คน ยื่นหนังสือต่อนายสุชน ชาลีเครือ ประธานวุฒิสภา เพื่อแสดงตนเป็นผู้ริเริ่มขอใช้สิทธิถอดถอนนายกรัฐมนตรี

นายธนาชัย กล่าวว่า กรณีการขายหุ้นบริษัทชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) ให้กลุ่มเทมาเซค และการไม่เสียภาษีจากการขายหุ้น 73,300 ล้านบาท รวมถึงมีพฤติการณ์จงใจปกปิดทรัพย์สิน และมีการกระทำในลักษณะเข้าไปบริหารในทางหนึ่งทางใดเกี่ยวกับหุ้น หรือกิจการของห้างหุ้นส่วน หรือบริษัท โดยเฉพาะกรณีบริษัทแอมเพิล ริช อินเวสเม้นท์ ส่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 295 และ 209 คณะนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ขออาศัยอำนาจรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 มาตรา 303 และมาตรา 304 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) พ.ศ.2542 มาตรา 58, 60 และ 61 เข้าชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 5 หมื่นชื่อร้องขอต่อประธานวุฒิสภาให้พิจารณาลงมติถอดถอน พ.ต.ท.ทักษิณ ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ตั้งโต๊ะล่าชื่อไล่ทักษิณที่ธรรมศาสตร์

นายธนาชัย กล่าวว่า ธรรมศาสตร์จะเป็นศูนย์กลางประสานสถาบันและองค์กรต่างๆ และจะตั้งโต๊ะหลายจุดรวมถึงเปิดเวบบอร์ดดาวน์โหลดแบบฟอร์ม เพื่อส่งถึง อมธ.ทางไปรษณีย์ ทั้งนี้ จะหารือกับมหาวิทยาลัยอื่นและสมาพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเปิดให้ประชาชนทั่วไปร่วมลงชื่อด้วย โดยจะใช้เวลาครบ 180 วัน เพื่อให้ได้มากกว่า 5 หมื่นรายชื่อ ซึ่งจะสะท้อนความมีส่วนร่วม

ด้านนายสุชน ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า หลังจากการแสดงตนแล้ว ผู้ริเริ่มต้องรวบรวมรายชื่อให้ครบ 5 หมื่นคน ภายใน 180 วัน คือ วันที่ 8 สิงหาคม 2549 จากนั้นสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาจึงจะตรวจสอบรายชื่อว่าผู้ที่ร่วมลงชื่อเสียสิทธิเลือกตั้ง อันทำให้ไม่สามารถลงชื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่ จากนั้นจะรีบส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวน

ลานโพธิ์คึกคักมั่นใจล่าได้เกิน 5 หมื่น

ขณะเดียวกัน ที่ ม.ธรรมศาสตร์ บริเวณลานโพธิ์ ได้จัดกิจกรรมพร้อมตั้งโต๊ะล่า 5 หมื่นชื่อ ถอดถอน พ.ต.ท.ทักษิณ โดยได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมากมาร่วมงาน รวมทั้งนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคชาติไทย ที่เดินทางมาร่วมงานและร่วมลงชื่อถอดถอน พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วย

ด้านนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า เชื่อว่าจะสามารถล่ารายชื่อประชาชนได้ครบ 5 หมื่นรายชื่อ และนับว่าเป็นบรรยากาศที่ไม่ได้เห็นมาหลังจากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 เป็นการแสดงออกโดยนักศึกษา ที่เห็นว่าแม้ระบอบประชาธิปไตยที่ผู้นำมาจากการเลือกตั้ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการอ้างถึง 19 ล้านเสียง จะถูกต้องทั้งหมด

อธิการบดี มธ.ยันไม่ห้าม

นายสุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวถึงความเคลื่อนไหวขององค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.) ที่ตั้งโต๊ะล่ารายชื่อเพื่อถอดถอน พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า ถือเป็นกิจกรรมปกติของนักศึกษา ซึ่งอยู่ในกรอบการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ไม่ได้มีปัญหาอะไร เหมือนกิจกรรมอื่นๆ ที่เคยใช้พื้นที่ลานโพธิ์ เช่น สึนามิ การแก้ปัญหาภาคใต้ หากไม่เป็นการรบกวนการเรียนการสอน หรือกิจกรรมอื่น มหาวิทยาลัยก็ไม่ห้าม แต่หากมีการใช้เสียงดังรบกวนเมื่อไร มหาวิทยาลัยจะเข้าไปดูแลห้ามปราม แต่เท่าที่ไปตรวจสอบเป็นการตั้งโต๊ะแสดงความเห็นทางการเมือง ซึ่งมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและปฏิเสธ เป็นกระบวนการเรียนรู้ของนักศึกษา และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้กระบวนการนักศึกษาสนใจสังคมและการเมือง

สื่อตั้งศูนย์ติดตามการเสนอข่าวทีวี

นายสมชาย แสวงการ นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย กล่าวภายหลังจากการประชุมกรรมการบริหารสมาคม เกี่ยวกับการนำเสนอข่าวสารของสถานีวิทยุและสถานีโทรทัศน์ โดยเฉพาะกรณีการชุมนุมเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ซึ่งมีข้อติติงการรายงานข่าวของสถานีวิทยุและโทรทัศน์ช่องต่างๆ ว่าไม่ได้ให้ความสำคัญกับข่าวที่รอบด้านมากเพียงพอ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทยเกรงว่า หากสื่อถูกปิดกั้นการทำงานตามวิชาชีพ ก็อาจกลายเป็นตัวเร่งให้เกิดความรุนแรงตามมา

นายสมชาย กล่าวเพิ่มเติมว่า เข้าใจข้อจำกัดของการทำงานของสื่อ แต่เชื่อมั่นว่า เพื่อนนักข่าวทุกคนจะยึดมั่นในการทำงานด้วยความรับผิดชอบในวิชาชีพอย่างเต็มที่ โดยสมาคมยินดีจะเป็นหน่วยงานกลางในการรับข้อมูลข่าวสาร รวมทั้งประเด็นร้องเรียน หากเพื่อนนักข่าวได้รับผลกระทบจากการทำงานในหน้าที่โดยสุจริต หรือไม่ได้รับความเป็นธรรมในการทำงาน นอกจากนี้ สมาคมได้ขอความร่วมมือไปยังโครงการศึกษาและเฝ้าระวังสื่อเพื่อสุขภาวะของสังคม เพื่อทำหน้าที่ติดตาม บันทึกการเสนอข่าวของสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ ในเหตุการณ์สำคัญๆ และจะเสนอผลสรุปการรวบรวมข้อมูลต่อสาธารณะอีกครั้ง

ช่อง 3 ปลด "บุญยอด" พ้น "ข่าววันใหม่"

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ผู้ประกาศข่าว ยอมรับว่าถูกบริษัทบีอีซีฯ ปลดออกจากรายการ "ข่าววันใหม่" ของช่อง 3 เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยบริษัทให้เหตุผลว่า ต้องการปรับเนื้อหาและรูปแบบรายการใหม่

นายบุญยอด กล่าวอีกว่า ไม่เชื่อเหตุผลการปรับรูปแบบรายการจะเป็นสาเหตุสำคัญ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีการเตือนให้ปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงอะไร ที่สำคัญเป็นตนคนเดียวเท่านั้นที่โดนปรับออก แต่ไม่ขอกล่าวโทษช่อง 3 เพราะเชื่อว่าน่าจะโดนบีบมาเช่นกัน ขณะเดียวกัน มั่นใจมูลเหตุมาจากเรื่องการเมือง ที่ตนมักจะวิพากษ์วิจารณ์และไม่ค่อยจะเห็นด้วยกับฝ่ายรัฐบาล



สั่งสกัดม็อบ ใช้ลานพระรูป ฝ่ายชุมนุมไม่ถอย สนนท.แฉถูกข่มขู่
ผบช.น.สั่งสกัดห้ามใช้ลานพระรูปฯ ชุมนุม 11 ก.พ.อ้างกีดขวางจราจร ขณะที่เขตดุสิตไม่อนุญาตใช้เครื่องขยายเสียง ด้านแกนนำผู้ชุมนุมลั่นเดินหน้าต่อ ยอมจ่ายค่าปรับหากถูกจับ ส่วนลานโพธิ์ ธรรมศาสตร์ ตั้งโต๊ะไล่ทักษิณคึกคัก สนนท.โวยถูกข่มขู่ห้ามเคลื่อนไหว โวยผู้ใหญ่ในบ้านเมืองใจร้าย

ลูกป๋าเปรมยัวะ "สมัคร" ปลุกกองทัพสู้ ททบ.5แหยง
"ลูกป๋า" เดือดชักแถวด่า “สมัคร” ลั่นมันมีสิทธิอะไรมาด่าป๋า เชื่อรัฐบุรุษสุดเจ็บปวด ยันมีแอ็คชั่นเร็วๆ นี้ รองปลัดฯ กลาโหมจวกยับย่ำยีปูชนียบุคคล พร้อมเรียกร้องทหารออกมาปกป้อง ขณะที่ ผอ.ททบ.5 ไม่กล้าถอดรายการ หวั่นถูกฟ้อง ด้านกรมประชาฯ ส่งหนังสือเตือนน้าหมักแล้ว ขณะที่ภาคประชาชน-ทหารจี้ขอขมาด่วน

3ขวบตกบ่อ แม่ช่วยดับคู่ หมาแสนรู้ลากขึ้นฝั่ง ตามนายช่วยไม่ทัน
สลดเด็กหญิงวัย 3 ขวบ วิ่งเล่นกับหมาพันธุ์ร็อตไวเลอร์-โกลเด้น ใกล้บ่อน้ำขนาดใหญ่ พลาดตกน้ำดับ ฝ่ายแม่กลับบ้านหาอุปกรณ์ซ่อมปั๊มน้ำเห็นหมา 3 ตัวลงช่วยลูกกลางสระ วิ่งฝ่าดงกล้วยกระโจนช่วยเหลือ โชคร้ายหน้ากระแทกขอบบ่อสลบตกน้ำดับตามอีกคน

รองผบช.น.ลุยบ่อนย่านเตาปูน จับนักพนัน 30 คน กลางดึก
นครบาลกู้หน้า นำกำลังตำรวจกว่า 60 นาย บุกบ่อนพนันย่าน "เตาปูน" จับนักพนัน 30 คน กลางดึก รองผบช.น.ขู่ซ้ำใครปล่อยทีมอื่นมาจับก่อน เจ้าของท้องที่เจอโทษเฉียบขาด

ครูสาวกระหน่ำตีก้นเด็กนับร้อยที ผู้ปกครองสุดทนเข้าแจ้งความ
ผู้ปกครองโรงเรียนบ้านวังเพลิง เมืองลพบุรี 7 คน พาลูกขึ้นโรงพักแจ้งความ สุดทนลูกถูกครูตีจนก้นแตกจับไข้ บางคนถูกตีถึง 150 ที จนเพื่อนๆ นักเรียนด้วยกันสงสารให้ครูทำโทษแทน เหตุเพียงทำการบ้านไม่เสร็จ

อ่านข่าวทั้งหมด




พระเครื่อง คม ชัด ลึก
ตะลุยกองทัพ
ดูดวง
ภาษาอังกฤษ ง่ายนิดเดียว
ฮอตไลน์ สายรัก
คุยกับ ชัยวัฒน์
รักสุขภาพ
ชุมชนไทย ในต่างแดน
ย้อนหลังข่าวเด่น



จดหมายถึง บก.
ร้องทุกข์
เปิดซอง ส่องไทย
นักข่าว ชาวบ้าน "คม ชัด ลึก"
ห้องสนทนา
การเมือง
ทักทาย บันเทิง
คุยเฟื่อง เรื่องกีฬา
ชุมนุม คนชอบชิม


ใส่ตำแหน่งงาน
หาตามสายอาชีพ
ตำแหน่งยอดนิยม
หางานผ่านมือถือ »

คม ชัด ลึก ฝึกอาชีพ
คมชัดลึก PDA


nationgroupสงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
บริษัท เนชั่นมัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2543