ม็อบแท็กซี่-รถตู้-ตุ๊กตุ๊ก รวมพลสนามหลวงนับร้อยคัน ก่อนเดินเท้าบุก "ผู้จัดการ" ยื่นค้านสนธิจัดชุมนุม 11 ก.พ. แนะรอพระราชวินิจฉัย ขณะที่ ส.ส.ทรท.ขนชาวบ้านให้กำลังใจนายกฯ ที่ทำเนียบนับหมื่นคน "ชัยอนันต์" ให้ทักษิณสอบตกเรื่องประชาธิปไตย ส่วนธรรมศาสตร์ล่าชื่อถอดถอนคึกคัก มั่นใจได้เกิน 5 หมื่นรายชื่อแน่นอน กลุ่มผู้ขับขี่รถแท็กซี่ รถสามล้อเครื่อง และรถตู้ ได้นำรถนับร้อยคันมาจอดชุมนุมที่ท้องสนามหลวง เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 10 กุมภาพันธ์ จากนั้นผู้ชุมนุมประมาณ 200 คน นำโดยนายสำเริง อักษะ นายกสมาคมรถตู้โดยสารต่างจังหวัด และนายชินวัฒน์ บุญหาภาค นายกสมาคมพิทักษ์ผลประโยชน์ผู้ขับขี่รถแท็กซี่ และพวก ได้เดินเท้าจากสนามหลวงมุ่งหน้ามายังบ้านพระอาทิตย์ ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ริมถนนพระอาทิตย์ กทม.เพื่อยื่นหนังสือต่อนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ คัดค้านการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า
ทั้งนี้ ก่อนที่จะเดินเท้ามายังสำนักงานหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ กลุ่มผู้ชุมนุมได้ตั้งโต๊ะที่สนามหลวงล่ารายชื่อประชาชนที่คัดค้านการชุมนุมด้วย พร้อมทั้งยืนยันว่า หลังจากยื่นหนังสือให้นายสนธิแล้ว จะสลายการชุมนุมทันที และในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ จะไม่มีการรวมตัวเพื่อคัดค้านการชุมนุมที่ลานพระรูปฯ เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดความวุ่นวายขึ้น
แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมได้ขึ้นรถหกล้ออีซูซุ ติดป้ายผ้ารอบรถ ระบุข้อความโจมตีนายสนธิ และมาปักหลักอยู่ฝั่งตรงข้ามหน้าสำนักงานหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ โดยมีแกนนำผู้ชุมนุมขึ้นรถปราศรัยบอกถึงจุดประสงค์ที่เดินทางมาชุมนุมในวันนี้ ระบุว่า มาอย่างสงบ และเรียกร้องให้นายสนธิออกมารับหนังสือด้วยตนเอง เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมมีความเห็นว่า หลังจากวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา นายสนธิได้ยื่นถวายฎีกาไปแล้ว จึงไม่เห็นด้วยที่จะมีการชุมนุมในวันที่ 11 กุมภาพันธ์อีก โดยขอให้หยุดการกระทำเสีย และให้รอพระบรมราชวินิจฉัยจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก่อน
ต่อมานายตุลย์ ศิริกุลพิพัฒน์ บรรณาธิการอาวุโส นสพ.ผู้จัดการ ได้มารับหนังสือแทน แต่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ยอม โดยยืนยันจะยื่นหนังสือให้นายสนธิเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หลังจากเวลาผ่านไปอีกชั่วโมงตัวแทนกลุ่มประมาณ 5-6 คน ได้นำเอกสารหอบใหญ่ซึ่งมัดด้วยเชือกฟางวางไว้ที่หน้าประตูบ้านพระอาทิตย์ แล้วข้ามฝั่งกลับไป จากนั้นกล่าวขอบคุณสื่อมวลชน ตำรวจ และพี่น้องจากรามคำแหง กลุ่มชมรมรถตู้ พี่น้องแท็กซี่ ตุ๊กตุ๊ก และร่วมกันร้องเพลงสดุดีมหาราชา เพลงสรรเสริญพระบารมี จบแล้วพากันแยกย้ายกลับไปอย่างสงบ
นับหมื่นให้กำลังใจทักษิณล้นทำเนียบ
ขณะเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาลได้เปิดให้ประชาชนเข้าให้กำลังใจ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นวันที่ 3 โดยมีประชาชนจำนวนมากมาให้กำลังใจตั้งแต่เวลา 07.00 น.จากทั่วประเทศ อาทิ จ.นครราชสีมา พระนครศรีอยุธยา ชัยภูมิ ราชบุรี กาญจนบุรี ปทุมธานี ลพบุรี นนทบุรี อ่างทอง รวมถึงชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) จาก จ.พะเยา นำโดยนางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย และสมาคมมุสลิมมะห์จาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ประมาณ 1 หมื่นคน ทำให้พื้นที่บริเวณด้านหน้าตึกสันติไมตรีและภายในตึกอัดแน่นไปด้วยประชาชน
ต่อมา เวลา 10.00 น. นายกรัฐมนตรีได้เดินทางมาถึงทำเนียบ และตรงมาพบประชาชนทันทีหลังลงจากรถ ท่ามกลางเสียงตะโกนดังกึกก้องตลอดเวลาว่า นายกฯ สู้ๆ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้บริหารบริษัทอาร์เอส จำกัด (มหาชน) บริษัท บีอีซีเทโร จำกัด (มหาชน) ที่นำดาราและทีมข่าวช่อง 3 ในสังกัด อาทิ เจมส์ เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ ตอง ภัครมัย โปตระนันท์ วิกกี้ สุนิสา เจทต์ เบนซ์ พรชิตา ณ สงขลา หยาดทิพย์ ราชปาล รวมถึงนักกีฬาฟุตบอลชื่อดังลีซอ ธีรเทพ วิโนทัย ดัสกร ทองเหลา ด้วย
พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เดินแหวกฝูงชนเข้าไปรับดอกไม้และทักทายผู้มาให้กำลังใจอย่างเป็นกันเองด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณประชาชนทุกคนที่มาให้กำลังใจ และว่าพลังใจที่ได้ในวันนี้จะเป็นพลังที่จะทำงานรับใช้ประเทศต่อไป และในวันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ จะพูดออกอากาศในรายการ นายกฯ ทักษิณคุยกับประชาชน อีกครั้ง เพราะมีความพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริง ใส่ร้ายป้ายสีอย่างมากจากประชาธิปัตย์ และสื่อบางคน ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด
ตั้งซุ้มอาหารบริการคนมาให้กำลังใจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายกรัฐมนตรีรับดอกไม้จากผู้มาให้กำลังใจนั้น เจ้าหน้าที่สำนักโฆษกรัฐบาลได้ขอความร่วมมือจากผู้สื่อข่าวว่าให้ช่วยทำข่าว และสัมภาษณ์แกนนำที่พาประชาชนมาให้กำลังใจนายกฯ โดยระบุว่า ผู้ใหญ่ในรัฐบาลขอร้องให้ช่วยเสนอข่าวในเชิงบวกกับรัฐบาลให้ และการมาให้กำลังใจนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ทำเนียบรัฐบาลได้จัดเตรียมซุ้มอาหาร เครื่องดื่ม กว่า 20 ร้าน มาตั้งอยู่ริมคลองเปรมประชากร ข้างทำเนียบรัฐบาล คอยบริการแก่ประชาชน เช่น กระเพาะปลา หอยทอด ข้าวหมูแดง ข้าวหมกไก่ รวมถึงนำรถสุขา ไว้คอยให้บริการด้วย
เจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบรัฐบาลรายหนึ่ง เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีออกเงินส่วนตัวเลี้ยงอาหารดังกล่าว โดยให้เจ้าหน้าที่สั่งอาหารมาจากตลาดนางเลิ้ง และตลาดเทเวศร์
ขณะเดียวกัน นายปลอดประสพ สุรัสวดี ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้นำคณะตัวแทนข้าราชการในกระทรวงทรัพยากรฯ และกรมป่าไม้ เข้ายื่นหนังสือเป็นกำลังใจให้นายกฯ โดยนายปลอดประสพ กล่าวว่า ข้าราชการในกระทรวงแสนกว่าคนยินดีที่จะปฏิบัติอะไรก็ได้ที่จะนำมาซึ่งความปรองดองให้กลับคืนมาอยู่ในประเทศชาติของเรา เหนื่อยแต่จะเป็นนายกฯ ช่วยคนจน
ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 09.15 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ไปเป็นประธานมอบรางวัลในการคัดการเลือกพนักงานบริการประชาชนดีเด่นประจำปี 2548 ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ที่อาคารนิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ พร้อมทั้งกล่าวกับพนักงาน ขสมก.ว่า รู้ว่าทุกคนปรารถนาดีที่มาบอกให้ตนใจเย็นๆ แต่สถานการณ์รอบข้างบางครั้งทำให้เหนื่อยล้า ตนก็เป็นมนุษย์ธรรมดา การเป็นนายกฯ คือการทำหน้าที่เท่านั้น เมื่อกลับบ้าน ออกจากงาน เราคือคนปกติ สิ่งใดๆ ในโลกเกิดขึ้นตั้งอยู่แล้วดับไป ตนไม่ได้ยึดติดอะไร
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณผู้ที่ได้รับรางวัลหลายคน ให้กำลังใจตนสู้อย่าถอย อย่าทิ้งประชาชน ถ้าเห็นว่า 5 ปีที่ผ่านมา ตนทำงานไม่เคยหยุดยั้ง ทุกครั้งที่เหนื่อยก็จะมาพบคนจนที่มารอความหวังจากรัฐบาล ที่คนเหล่านี้บอกตนว่าในชีวิตยังไม่เคยเห็นความหวัง พอตนเป็นรัฐบาลก็เริ่มเห็นความหวัง ดังนั้นอย่าดับความหวัง อย่าทิ้งประชาชน นั่นคือสิ่งที่คนจนมาพูดกับตน
ควัก 6 แสนสมทบรางวัล ขสมก.
พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า สิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญที่สุดที่ตนมาเป็นนายกฯ คือ วันที่ไปช่วยสมาชิกพรรคหาเสียงที่ร้อยเอ็ด ตนเหนื่อยมาก แดดร้อน ประชาชนเอาผ้าขาวม้ามาผูกตั้งแต่เอวถึงสะโพก อึดอัด แน่น ฝุ่นก็เยอะ แทบจะหมดแรง แต่มีคนแก่มานั่งยองๆ ยกมือไหว้ แล้วบอกว่า ท่านครับช่วยเป็นนายกฯ ให้คนจนหน่อย นี่คือสิ่งบันดาลใจของตน คนจนต้องการความหวัง เพื่อจะพลิกฟื้นชีวิตให้อยู่อย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ในฐานะที่เป็นคนไทย
นอกจากนี้ นายกฯ ยังมอบเงินส่วนตัว 6.4 แสนบาท เพื่อเพิ่มรางวัลให้พนักงานดีเด่น และกล่าวว่า วันนี้คนก็จะไปพูดว่าตนเอาเงินมาหว่านอีก แต่ขอบอกว่าเงินทั้งหมดคือเงินส่วนตัวที่ตนเต็มใจจะให้ เพราะตอนที่ตนต้องต่อสู้ในธุรกิจ ผู้ที่ใช้บริการเช่าคอมพิวเตอร์จากกลุ่มบริษัทของตนในตอนนั้นคือ ขสมก. ตนจำได้ และรำลึกบุญคุณทุกคนทุกองค์กรที่มีกับตน อย่าว่าแต่บุญคุณชาติ แม้แต่กับคนและองค์กรก็รำลึกเสมอ การรำลึกบุญคุณชาติตนคิดอยู่เสมอ
ชัยอนันต์ให้ทักษิณสอบตกเรื่อง ปชต.
นายชัยอนันต์ สมุทวณิช ผู้บังคับการโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย อดีตอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การที่มีผู้บอกว่าการออกมาเรียกร้องให้รัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง ไม่ได้เป็นการทำลายระบอบประชาธิปไตยอย่างที่บางฝ่ายกล่าวอ้าง แต่เป็นการทำให้ระบอบประชาธิปไตยมีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น เหมือนอย่างที่ประชาชนฟิลิปปินส์ เคยเดินขบวนขับไล่ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ซึ่งได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนมาแล้ว
การเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก เป็นการประเมินผลการทำงานของนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่การบ่อนทำลายประชาธิปไตย นายชัยอนันต์ กล่าว
อดีตอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวถึงสาเหตุที่อาจารย์มหาวิทยาลัยไม่พอใจการทำงานของนายกรัฐมนตรี เช่น การแทรกแซงองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ การปิดกั้นเสรีภาพของสื่อ นโยบายที่ผิดพลาดในการแก้ปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้ การคอรัปชั่นที่ถูกนำมาเป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมืองแทนการปราบปรามอย่างจริงจัง และผลประโยชน์ทับซ้อนทางธุรกิจและวงศาคณาญาติ เป็นต้น
นายชัยอนันต์ กล่าวว่า อาจารย์คณะรัฐศาสตร์เป็นปรอทวัดอุณหภูมิทางการเมืองที่ดี เข้าใจว่านายกรัฐมนตรีหวั่นไหวจากเรื่องนี้มาก จึงออกมาต่อว่าอาจารย์ว่าไม่เข้าใจระบอบประชาธิปไตย
หากผมจะให้คะแนนก็ต้องให้ เอฟ เพราะความเข้าใจเรื่องประชาธิปไตยของนายกรัฐมนตรีนั้นมีน้อยมาก อดีตอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ กล่าว และว่า การออกมาของอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ไม่ได้เกิดจากความเกลียดชังนายกรัฐมนตรีเป็นการส่วนตัว และเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปีที่อาจารย์ออกมาเรียกร้องเช่นนี้
นอกจากนั้น นายชัยอนันต์ยังเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีอย่าใช้อำนาจรัฐป้องกันกีดขวางไม่ให้คนมาชุมนุม และให้กล้าเผชิญกับความจริงโดยการออกทีวีร่วมกับนายสนธิ ลิ้มทองกุล
"ประทิน"ยังลังเลร่วมชุมนุม 11 ก.พ.
พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ อดีต ส.ว.กทม.กล่าวถึงการชุมนุมของภาคประชาชนในวันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์นี้ ว่า ตนขอพิจารณาดูก่อนว่าจะไปร่วมชุมนุมหรือไม่ แต่โดยส่วนตัวแล้วชอบที่จะไปร่วมฟังและอยากให้กำลังใจคนที่มีความคิดความอ่าน แต่กระแสข่าวเรื่องนี้ปกติตนก็ติดตามข่าวและความคืบหน้าอยู่แล้ว แต่หากวันนั้นไม่มีข่าวเผยแพร่ตนก็จะไปรับฟังด้วยตนเอง
"อภิสิทธิ์" พร้อมสอน ปชต.ให้ทักษิณ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สถาบันการศึกษาหลายแห่งออกมาเคลื่อนไหวกดดันให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ว่า ถ้านายกฯ ยังไม่เข้าใจระบอบประชาธิปไตย ก็ยังคงมองว่าสุดท้ายเป็นเรื่องของการนับจำนวนว่า ไม่ว่าใครจะแสดงความคิดเห็นอย่างไร นายกฯ ก็จะไปหาทางเกณฑ์คนให้มามากกว่า ทั้งนี้ ตนเห็นคณาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ เสนอตัวว่าจะสอนประชาธิปไตยให้นายกฯ ถ้าหาเวลาได้ก็เป็นเรื่องดี เพราะหลักของระบอบประชาธิปไตย ซึ่งตนขอย้ำอีกครั้งว่า หลักเรื่องเสียงข้างมากก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่การใช้อำนาจเมื่อได้มาแล้วนั้น ก็เป็นหลักการสำคัญอีกประการหนึ่ง ซึ่งในส่วนหลังนี้ที่เขาต้องการคำตอบ
นศ.รามฯ แจกใบปลิวโจมตี"สนธิ-ปชป."
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้อ้างตัวว่าเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง (มร.) ทั้งชายและหญิงจำนวนหนึ่ง นำใบปลิวแถลงการณ์คัดค้านการชุมนุมกดดัน หลังถวายฎีกาของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ดำเนินการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร ในฐานะแกนนำ กู้ชาติ พร้อมหนังสือพิมพ์ กู้ชาติ ขนาดแท็บลอยด์ มายืนแจกจ่ายตามป้ายรถเมล์ทั่วกรุงเทพฯ
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้รับแจกใบปลิวดังกล่าวบริเวณป้ายรถเมล์ย่านปิ่นเกล้า และจากการสอบถามผู้ใช้บริการรถเมล์ที่ทำงานในทำเนียบรัฐบาล ได้รับแจ้งว่ามีการแจกใบปลิวบริเวณป้ายรถเมล์หน้าทำเนียบรัฐบาล และฝั่งสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ด้วย
ทั้งนี้ ใบแถลงการณ์ดังกล่าว ระบุว่า การประกาศเชิญชวนให้ประชาชนมาร่วมชุมนุมกดดัน พ.ต.ท.ทักษิณ ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นการชุมนุมภายหลังการถวายฎีกาแล้วนั้น เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากอยู่ระหว่างการดำเนินการตามระเบียบขั้นตอน เพื่อทรงมีพระบรมราชวินิจฉัย ในนามของกลุ่มพสกนิกรผู้จงรักภักดี จึงขอคัดค้านการชุมนุม การเคลื่อนไหว หรือการดำเนินการใดๆ เพื่อไม่ให้มีการชุมนุมขึ้นในวันที่ 11 กุมภาพันธ์นี้ และวันอื่นๆ ทั้งนี้ เพื่อให้ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยด้วยอิสระปราศจากแรงกดดันใดๆ
สำหรับเนื้อหาของหนังสือพิมพ์กู้ชาติ ยังมีเนื้อหาสาระโจมตีนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯ กทม.ที่มีทีท่าว่าจะอนุญาตให้ใช้ลานพระบรมรูปทรงม้าชุมนุมอีกครั้งในวันที่ 11 กุมภาพันธ์นี้ นอกจากนี้ยังมีการโจมตีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โดยกล่าวหาว่าใช้เกมนอกสภามาขับไล่พ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งนี้ มีการตั้งคำถามว่า เลิกยึดถือระบบรัฐสภาตั้งแต่เมื่อไร
กลุ่มแพทย์จี้"หมอมิ้ง-เลี้ยบ"ถอนตัว
ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า มีความเคลื่อนไหวของบุคลากรด้านสาธารณสุข ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอดีตแกนนำนักศึกษาของมหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งแต่ปี 2515 ถึงปัจจุบัน เช่น ภ.ก.วิเชียร คุตตะวัส อดีตอุปนายกสโมสรนักศึกษาปี 2515 น.พ.ประยงค์ เต็มชวาลา อดีตนายกสโมสรนักศึกษามหิดล ปี 2516 รวมถึง น.พ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ ส.ว.อุบลราชธานี อดีตนายกองค์การบริหารสหพันธ์นักศึกษา ปี 2518 และ น.พ.เหวง โตจิราการ อดีตนายกองค์การบริหารสหพันธ์นักศึกษา ปี 2517 รวมทั้งอดีตนายกสโมสรนักศึกษาพยาบาลรามาธิบดี และตัวแทนแพทย์ศิริราช ที่เพิ่งจบการศึกษา ปี 2547 ประมาณ 10 คน ร่วมอ่านแถลงการณ์กลุ่มพี่น้องมหิดล ที่ร่วมลงชื่อเกือบ 30 คน
ทั้งนี้ แถลงการณ์ระบุว่า กลุ่มพี่น้องมหิดลมีข้อเรียกร้อง 4 ประการ คือ 1.พ.ต.ท.ทักษิณ หมดความชอบธรรมในการเป็นนายกรัฐมนตรี 2.เรียกร้องให้ น.พ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และ น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผองเพื่อนมหาวิทยาลัยมหิดล ลาออกจากการร่วมงานกับผู้นำที่ขาดจริยธรรม 3.ไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงจากทุกฝ่าย 4.ให้มีการปฏิรูปการเมืองเพื่อให้อำนาจเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง
นายกสิงห์ดำปัดกดดันคณบดีให้ออก
ที่ห้องประชุมสมาคมศิษย์เก่า คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ นายปิยะพันธุ์ จัมปาสุต อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ในฐานะนายกสมาคมศิษย์เก่าคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ได้แถลงจุดยืนของสมาคม กรณีกระแสข่าวการกดดัน ศ.ดร.อมรา พงศาพิชญ์ คณบดีคณะรัฐศาสตร์ ให้ลาออกว่า วันนี้ได้มีการนัดหมายจะแถลงร่วมกับ ศ.ดร.อมรา และ ศ.คุณหญิงสุชาดา กีระนันทน์ อธิการบดี จุฬาฯ แต่ ศ.ดร.อมรา ติดภารกิจที่ภาคใต้ จึงไม่ได้มาร่วมแถลง และอธิการบดีก็ยกเลิกด้วย โดยจะนัดแถลงจุดยืนร่วมกัน 3 ฝ่ายอีกครั้ง แต่วันนี้ตนจะมาแถลงในนามของสมาคมศิษย์เก่า
สำหรับกรณีแถลงการณ์ของสมาคม เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ถือว่าได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แล้ว และไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ หลังจากนั้นอีก โดยแถลงการณ์มีความชัดเจนว่าไม่ปิดกั้นสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เพราะเป็นสิทธิอันชอบธรรม แต่ควรจะใช้เป็นในนามกลุ่ม หรือบุคคล ไม่อยากให้ใช้ในนามคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ไปเกี่ยวข้อง คนจะเป็นอย่างไรก็ได้ แต่สถาบันต้องเป็นกลาง หากจะเป็นในนามคณะ ควรจะได้รับความเห็นชอบของประชาคมทั้ง 3 ฝ่ายในคณะ คือ คณาจารย์ สมาคมนิสิตเก่า นิสิตปัจจุบัน เรามีความชัดเจน แต่ยังมีผู้ตีความในทางที่ผิดว่าสมาคมกดดันให้คณบดีลาออกจากตำแหน่ง ตนอยากเรียนว่า เรื่องนี้ไม่มีมูลความจริง สมาคมไม่เคยเคลื่อนไหวกดดันใดๆ หรือต้องการให้คณบดีพิจารณาตัวเอง
เมื่อถามถึงกรณีนายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ลาออกจากการเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของสมาคม นายปิยะพันธ์ กล่าวว่า ยังไม่รู้เรื่องว่าเป็นเพราะสาเหตุใดที่นายพลากรลาออก แต่ก็ต้องยอมรับการตัดสินใจของนายพลากร ซึ่งคงได้ตัดสินใจดีแล้วว่าควรลาออก ส่วนมุมมองที่เกิดขึ้นสามารถมองได้ทั้ง เป็นการแสดงความไม่เห็นด้วย หรือไม่ก็เป็นการประกาศเลือกข้างที่จะยืน จะมองกันอย่างไรก็ได้ แต่เหตุผลที่แท้จริงยังไม่ทราบ
อมธ.ยื่น "สุชน"ถอดถอน"นายกฯ"
เวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา นายธนาชัย สุนทรอนันตชัย นายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.) พร้อมคณะ จำนวน 13 คน ยื่นหนังสือต่อนายสุชน ชาลีเครือ ประธานวุฒิสภา เพื่อแสดงตนเป็นผู้ริเริ่มขอใช้สิทธิถอดถอนนายกรัฐมนตรี
นายธนาชัย กล่าวว่า กรณีการขายหุ้นบริษัทชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) ให้กลุ่มเทมาเซค และการไม่เสียภาษีจากการขายหุ้น 73,300 ล้านบาท รวมถึงมีพฤติการณ์จงใจปกปิดทรัพย์สิน และมีการกระทำในลักษณะเข้าไปบริหารในทางหนึ่งทางใดเกี่ยวกับหุ้น หรือกิจการของห้างหุ้นส่วน หรือบริษัท โดยเฉพาะกรณีบริษัทแอมเพิล ริช อินเวสเม้นท์ ส่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 295 และ 209 คณะนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ขออาศัยอำนาจรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 มาตรา 303 และมาตรา 304 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) พ.ศ.2542 มาตรา 58, 60 และ 61 เข้าชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 5 หมื่นชื่อร้องขอต่อประธานวุฒิสภาให้พิจารณาลงมติถอดถอน พ.ต.ท.ทักษิณ ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ตั้งโต๊ะล่าชื่อไล่ทักษิณที่ธรรมศาสตร์
นายธนาชัย กล่าวว่า ธรรมศาสตร์จะเป็นศูนย์กลางประสานสถาบันและองค์กรต่างๆ และจะตั้งโต๊ะหลายจุดรวมถึงเปิดเวบบอร์ดดาวน์โหลดแบบฟอร์ม เพื่อส่งถึง อมธ.ทางไปรษณีย์ ทั้งนี้ จะหารือกับมหาวิทยาลัยอื่นและสมาพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเปิดให้ประชาชนทั่วไปร่วมลงชื่อด้วย โดยจะใช้เวลาครบ 180 วัน เพื่อให้ได้มากกว่า 5 หมื่นรายชื่อ ซึ่งจะสะท้อนความมีส่วนร่วม
ด้านนายสุชน ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า หลังจากการแสดงตนแล้ว ผู้ริเริ่มต้องรวบรวมรายชื่อให้ครบ 5 หมื่นคน ภายใน 180 วัน คือ วันที่ 8 สิงหาคม 2549 จากนั้นสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาจึงจะตรวจสอบรายชื่อว่าผู้ที่ร่วมลงชื่อเสียสิทธิเลือกตั้ง อันทำให้ไม่สามารถลงชื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่ จากนั้นจะรีบส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวน
ลานโพธิ์คึกคักมั่นใจล่าได้เกิน 5 หมื่น
ขณะเดียวกัน ที่ ม.ธรรมศาสตร์ บริเวณลานโพธิ์ ได้จัดกิจกรรมพร้อมตั้งโต๊ะล่า 5 หมื่นชื่อ ถอดถอน พ.ต.ท.ทักษิณ โดยได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมากมาร่วมงาน รวมทั้งนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคชาติไทย ที่เดินทางมาร่วมงานด้วย
นายปริญญา เทวนฤมิตรกุล อาจารย์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า เชื่อว่าจะสามารถล่ารายชื่อประชาชนได้ครบ 5 หมื่นคน แต่เพื่อความมั่นใจจะล่าให้ได้เกิน 5 หมื่นคนขึ้นไป เพราะอาจมีปัญหาในการตรวจสอบรายชื่อได้
คนขอนแก่นปักหลักตั้งเวทีไล่ "ทักษิณ"
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 10 กุมภาพันธ์ เครือข่ายประชาชนขอนแก่นเพื่อประชาธิปไตย ได้เปิดแถลงข่าวเปิดตัวเครือข่ายร่วมเคลื่อนไหวขับไล่รัฐบาล ขึ้น ที่ห้องประชุมสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อแสดงเจตนารมณ์ขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ออกจากตำแหน่ง โดยใช้หัวข้อว่า ทักษิณต้องออกไป ปฏิรูปการเมืองครั้งใหม่โดยประชาชน ซึ่งมีองค์กรภาคประชาชนเข้าร่วมประชุม 14 องค์กร กว่า 50 คน
นางสุนทรี หัตถี เซ่งกิ่ง เครือข่ายประชาชนขอนแก่นเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า จากสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน พ.ต.ท.ทักษิณ หมดความชอบธรรมที่จะบริหารประเทศในฐานะนายกรัฐมนตรี ซึ่งเครือข่ายจะล่ารายชื่อประชาชนที่เห็นด้วยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ หมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศ ที่ลานกีฬาริมบึงแก่นนคร โดยจะเริ่มตั้งแต่เวลา 15.00 น. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป เชื่อว่าการล่ารายชื่อครั้งนี้จะเกิน 19 ล้านเสียง เพื่อขับไล่นายกฯ แน่นอน
ต่อมาเวลา 13.00 น. เครือข่ายประชาชนขอนแก่นเพื่อประชาธิปไตยได้เดินทางไปยังที่ทำการพรรคไทยรักไทย อ.เมือง จ.ขอนแก่น เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้ ส.ส.ไทยรักไทย จ.ขอนแก่น จำนวน 13 คน เข้าร่วมลงชื่อยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ผ่านตัวแทน ส.ส.
สมัชชาคนจนเตรียมระดมพลเข้ากรุง
นายบำรุง คะโยธา ที่ปรึกษาสมัชชาคนจน กล่าวว่า วันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้ จะมีการเคลื่อนไหวกลุ่มสมัชชาคนจน โดยเฉพาะจากเขื่อนปากมูล อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี และ เขื่อนราษีไศล จ.ศรีสะเกษ เพื่อเดินทางไปที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ซึ่งจะมีการสร้างบ้านพักปักหลักชุมนุม เคลื่อนไหวตามสิทธิ เพื่อให้รัฐบาลแก้ปัญหาคนจน เพราะที่ผ่านไม่เคยเห็นความชัดเจนของรัฐบาลในด้านการสนองพระราชดำริเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ดังนั้นข้อเรียกร้องของคนจนที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้ให้ความสนใจเลย ซึ่งการชุมนุมจะยึดหลักสันติวิธี และจะอยู่ยาวโดยไม่มีกำหนดวันเวลากลับ จนกว่านายกรัฐมนตรีจะรับฟังปัญหาและยอมแก้ไขปัญหาให้
ส่วนการเข้าร่วมชุมนุมขับไล่รัฐบาลในวันที่ 11 กุมภาพันธ์นั้น ช่วงเช้าจะมีการประชุมใหญ่อยู่ที่ จ.นครราชสีมา เพื่อสรุปทิศทางการขับเคลื่อนมวลชนเพื่อกดดันรัฐบาลว่าจะดำเนินการไปในรูปแบบใดบ้าง โดยในภาคอีสาน บรรยากาศการชุมนุมใหญ่ที่สุดจะอยู่ที่ จ.นครราชสีมา ซึ่งจะมีฝูงชนไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นคน ร่วมขับไล่รัฐบาลครั้งนี้
อาจารย์ มอ.60% ร่วมลงชื่อถอดทักษิณ
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 10 กุมภาพันธ์ ตัวแทนนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (มอ.ปัตตานี) นำโดยองค์การบริหารนักศึกษาฯ สภานักศึกษา และสโมสรนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่งเนื่องจากดำเนินการทางการเมืองในลักษณะที่ผิดพลาดและขาดความชอบธรรม
นายนิอารง นิเต๊ะ อุปนายกฝ่ายกิจกรรม สโมสรนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มอ.ปัตตานี กล่าวว่า วันที่ 11 กุมภาพันธ์นี้ นักศึกษา มอ.ปัตตานี จะส่งตัวแทนไปร่วมกิจกรรมกับนักศึกษาส่วนกลางที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นอกจากนั้นจะตั้งเป็นศูนย์ประสานงาน รวมถึงจัดเวทีสาธารณะเพื่อรณรงค์ทำความเข้าใจกับนักศึกษาและประชาชนในพื้นที่
วันเดียวกัน มีการแจกจ่ายรายชื่อคณาจารย์และบุคลากรของ มอ.ปัตตานี ที่ร่วมลงชื่อขอให้นายกรัฐมนตรีลาออกจำนวน 35 คน ทั้งนี้ ผศ.วรวิทย์ บารู รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและชุมชน มอ.ปัตตานี นักวิชาการมุสลิม กล่าวว่า มีบุคลากรและคณาจารย์ของ มอ.ปัตตานี เกินกว่า 60% ร่วมลงชื่อขอให้นายกรัฐมนตรีลาออก สำหรับการเคลื่อนไหวของนักศึกษา มอ.ปัตตานี ในครั้งนี้ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาฯ เห็นว่าเป็นสิ่งสมควรที่นักศึกษาจะแสดงความคิดเห็นเป็นของตัวเอง โดยเฉพาะภายใต้สถานการณ์ของประเทศในขณะนี้
มท.โยน ผบช.น.ตัดสินใช้ลานพระรูปฯ
นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.อ.อ.คงศักดิ์ วันทนา รมว.มหาดไทย โยนให้เป็นผู้ตัดสินใจว่าจะให้กลุ่มผู้ชุมนุมใช้ลานพระบรมรูปทรงม้าหรือไม่ ในฐานะที่กำกับดูแล กทม.ว่า กทม.เป็นองค์กรปกครองท้องส่วนถิ่นรูปแบบหนึ่ง ซึ่งจะดูแลสถานที่สาธารณะ ในกรณีถ้าเป็นสนามหลวง หรือสวนลุมพินี กทม.จะเป็นผู้พิจารณาอนุญาตให้ใช้ ส่วนบริเวณลานพระรูปฯ ถือว่าเป็นถนน เพราะตรงนี้เป็นเหมือนวงเวียน คนที่ดูแลถนนใน กทม.คือผู้บังคับการตำรวจจราจร ซึ่งต้องเสนอให้ ผบช.น.เป็นผู้อนุญาตให้ใช้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม เท่าที่ทราบกลุ่มผู้ชุมนุมยื่นขออนุญาต แต่ รู้สึกว่า บช.น.จะไม่อนุญาตให้ใช้ลานพระบรมรูปทรงม้า ซึ่งในหลักการเป็นอำนาจของ บช.น.
"คงศักดิ์" ระบุไม่ได้จัดม็อบชนม็อบ
พล.อ.อ.คงศักดิ์ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ ระบุว่ากระทรวงมหาดไทยเป็นผู้จัดม็อบเชียร์นายกฯ มาชนกับม็อบขับไล่รัฐบาล ว่า ตนไม่รู้จักนายสังศิต ไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่ตนไม่ได้ทำอะไรเลย ที่ผ่านมาก็ดูงานอยู่ที่กระทรวงและเซ็นเอกสาร
เมื่อถามว่า มีข่าวว่ากระทรวงมหาดไทยให้ผู้ว่าฯ เกณฑ์คนมาให้กำลังใจนายกฯ จังหวัดละ 10-20 คน พล.อ.อ.คงศักดิ์ หัวเราะ ก่อนกล่าวว่า ถ้าจะเกณฑ์จังหวัดละ 10-20 คน คงไม่ใช่ผู้ว่าฯ เกณฑ์ เพราะถ้าคนระดับผู้ว่าฯ จะต้องเกณฑ์ทั้งจังหวัด ดังนั้นจึงไม่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องของเกณฑ์หรือไม่เกณฑ์ แต่เป็นเรื่องที่ประชาชนเดินทางมากันเอง ทั้งนี้ เท่าที่คาดกลุ่มที่ต่อต้านนายกฯ ไม่น่าจะมีการชุมนุมเกิน 2 หมื่นคน
"ชิดชัย"ไม่ห่วงการชุมนุมเชื่อ ตร.คุมอยู่
พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงการชุมนุมกดดัน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในวันที่ 11 กุมภาพันธ์นี้ ว่า ตำรวจจะใช้ประสบการณ์จากการชุมนุมวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา และเน้นการรักษาความสงบเรียบร้อยแก่ประชาชนที่สัญจรไปมาและประชาชนที่มาสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาลจะออกประกาศควบคุมการใช้เครื่องขยายเสียงและการพกพาอาวุธ เชื่อว่าทุกคนจะเคารพกฎกติกาของบ้านเมืองเป็นหลัก ซึ่งประชาชนทั้งประเทศกำลังจับตาดูสิ่งที่เกิดขึ้น โดยส่วนตัวมั่นใจว่าตำรวจสามารถดูแลความสงบเรียบร้อยได้แน่นอน เนื่องจากมีมาตรการพร้อมรับมืออยู่แล้ว ประชาชนที่มีความรู้ความสามารถจะรู้ว่าสิ่งใดเหมาะสม สุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจ