ดาวอังคารก็ไปมาแล้ว ดาวเสาร์ก็มียานแคสสินีสำรวจโคจรรอบ ดวงจันทร์ไททันก็มียานฮอยเกนส์ลงไปย่ำ คราวนี้ก็ถึงคิวของดาวพลูโต ดาวเคราะห์ดวงที่เก้าของระบบสุริยะเสียที เพราะในบรรดาพี่น้องทั้ง 9 ดาวพลูโตเป็นน้องเล็กที่สุด หนาวเย็นที่สุด และอยู่ไกลสุดขอบระบบสุริยะ ตัวนักดาราศาสตร์เองยังถกเถียงกันอยู่ด้วยซ้ำไปว่า ตกลงดาวพลูโตควรเรียกว่าดาวเคราะห์หรือไม่ หรือควรจะลดอันดับลงมาให้เป็นวัตถุอวกาศที่มีขนาดใหญ่ที่เป็นสมาชิก "เข็มขัดไคเปอร์" (Kuiper Belt) หรือวงแหวนที่เต็มไปด้วยก้อนน้ำแข็งน้อยใหญ่ที่โคจรรอบดาวเนปจูน
วงแหวนไคเปอร์เป็นแผ่นวงแหวนที่อยู่ปลายขอบสุริยะจักรวาลเต็มไปด้วยก้อนน้ำแข็งขนาดเล็กนับพันๆ ก้อนที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางอย่างน้อย 1,000 กิโลเมตรขึ้นไป และเชื่อกันว่าเป็นถิ่นที่อยู่ของดาวหางบางดวง
สำหรับดาวพลูโตนี้ถูกค้นพบเมื่อ พ.ศ. 2473 โคจรรอบดวงอาทิตย์ 1 รอบใช้เวลา 248 ปี มีลักษณะการโคจรเป็นวงรีแปลกกว่าดาวเคราะห์ดวงอื่น เคยโคจรเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุดในปี 2532 และช่วงระหว่าง พ.ศ. 2522-2544 วงโคจรของดาวพลูโตเดินทางเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าดาวเนปจูนเสียอีก จึงเป็นช่วงโอกาสดีในการศึกษาดาวพลูโตและดวงจันทร์บริวารที่ชื่อ ชารอน
ความรู้ของมนุษยชาติต่อดาวพลูโตนั้นได้มาจากการสำรวจด้วยกล้องโทรทรรศน์ 2 ตัว ตัวหนึ่งตั้งอยู่บนโลกชื่อ ไอลาส อีกตัวลอยอยู่ในอวกาศและมีชื่อเสียงรู้จักกันดีในนาม ฮับเบิล ทั้งดาวพลูโต ดวงจันทร์ชารอน และวงแหวนไคเปอร์ที่อยู่นอกระบบสุริยะ ยังเต็มไปด้วยปริศนามากมายที่รอการสำรวจอวกาศด้วยยานอวกาศรุ่นใหม่
อย่างที่กล่าวไว้บ้างแล้วว่า วงโคจรของพลูโตแปลกกว่าชาวบ้าน นอกจากเป็นวงรีแล้วยังเอียงกระเท่เร่อีกด้วย โดยทำมุมเอียง 17 องศาจากแนวระนาบของวงโคจรโลก จากการวัดด้วยคลื่นสเปกตรัมพบว่า พื้นผิวของดาวพลูโตมีลักษณะที่คล้ายกันกับดวงจันทร์ไตรตันของดาวเนปจูน และวัตถุอวกาศที่พบอยู่ในเข็มขัดไคเปอร์ ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์แล้ว พลูโตควรถูกจัดชั้นให้เป็นเพียงก้อนวัตถุของเข็มขัดไคเปอร์เท่านั้น
ที่ผ่านมายังไม่มียานอวกาศลำไหนเดินทางไปสำรวจดาวพลูโตมาก่อน ด้วยเหตุนี้ ปฏิบัติการ "นิว ฮอไรซอนส์" จึงเป็นความหวังของมนุษยชาติที่จะได้รู้จักสมาชิกที่อยู่ขอบจักรวาลมากขึ้น