ยุคไอทีครองเมือง หลายอย่างเปลี่ยนไปตามยุคสมัยการท่อง ก-ฮ ในรูปแบบของ ก เอ๋ย กอไก่ ข ไข่ในเล้า ฃ ขวดของเราหายไปไหน กลับหาไม่เจอ ถ้าค้นหาในอินเทอร์เน็ตมีเพียงการท่อง ก-ฮ ในแบบชาวอินเทอร์เน็ตที่ว่า ก เอ๋ย กอไก่ ข ไข่โดนช็อต ทั้งๆ ที่การค้นพบว่า การท่อง ก-ฮ มีวิวัฒนาการมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 หรือ 150 ปีก่อน ที่สำคัญเกิดขึ้นครั้งแรกจากนำไปเขียน หรือบอกควบคู่ไปกับการออกหวย! อีกต่างหาก ว่ากันว่า หลังจากที่พ่อขุนรามคำแหงทรงคิดประดิษฐ์อักษรไทย 44 ตัว เป็นปฐมบทภาษาสืบทอดมาถึงลูกหลาน กว่า 700 ปีแล้ว ส่วนคำกำกับ ก ข นักปราชญ์ทางภาษารุ่นหลังได้คิดค้นขึ้นมาใหม่ เพื่อให้การเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนคนรุ่นหลังจำง่าย คำกำกับ ก ข นี้ แต่โบราณยังไม่เคยมี จะเป็นคำโดดๆ ก ข ฃ ค ฅ ฆ ง จ ปรากฏชัดในหนังสือเก่า "จินดามณี" ว่ากันว่า ใช้มาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช หรือเมื่อ 300 ปีก่อน รวมไปถึงจดหมายเหตุลาลูแบร์ ของ จอห์น ครอฟอร์ด และหนังสือไวยากรณ์ไทยด้วย
ในหนังสือ แกะรอย ก ไก่ ของ เอนก นาวิกมูล ได้ศึกษาประวัติความเป็นมา ก ไก่ เผยแพร่เมื่อปี 2536 พอจะสรุปได้ว่า บทกลอน ก ไก่ นั้น เริ่มตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 หรือเมื่อราว 150 ปีก่อน ปี 2378 เริ่มมีการเล่นหวยในเมืองไทยเป็นครั้งแรก โดยชาวจีนชื่อ เจ๊สัวหง มีการเอา ก ข ไปเขียน หรือกำกับตัวหวย 36 ตัวไว้บนแผ่นไม้ให้คนเลือกแทงคู่กับชื่อคนในนิทานจีน หรือชาติก่อนของคนคนนั้นว่า ก สามหวย ข ง่วยโป๊ ฃ เจียมกวย ค หะตั๋ง ฅ เม่งจู...ฮ เจี๊ยสูน จนติดปาก ก็กลายเป็นว่า ก ข ต้องมีคำกำกับไปโดยปริยาย
จากนั้นในสมัยรัชกาลที่ 5 พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) ผู้แต่งหนังสือเรียนหลวงชุด "มูลบทบรรพกิจ" ซึ่งเป็นครูสอนอยู่โรงสกูลหลวง หรือโรงเรียนหลวง เกิดสังเวชใจที่คนไทยจนคำพูด ต้องเอาชื่อหวยมาใช้เป็นชื่ออักษร จึงคิดคำกำกับ ก ข จำนวน 27 ตัว เพื่อให้เด็กจดจำได้ง่ายว่า ข ขัดข้อง ฃ อังกุษ ค คิด ฅ กัณฐา ฆ ระฆัง ช ชื่อ ฌ ฌาน ญ ญาติ...ฬ จักรวาฬ
จากนั้นปี 2426 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ขณะทรงผนวชและไปจำพรรษาวัดนิเวศน์ธรรมประวัติ อยุธยา ได้ทอดพระเนตรเห็นเด็กชาวนามาเรียนหนังสือมูลบทบรรพกิจ และอ่านไม่ได้ เพราะต้องกลับไปช่วยพ่อแม่ทำนา จึงมีเวลาเรียนเพียงปีละ 3 เดือน ท่านจึงคิดแบบเรียนเร็วขึ้น เพื่อจะให้อ่านได้ภายใน 3 เดือน และเริ่มจากของที่จำได้ง่าย ก ไก่ ข ไข่ เด็กจำได้เร็วขึ้น จนเกิดเป็นหนังสือเรียนเร็วที่ถูกตีพิมพ์ถึง 15 ครั้ง
โดยครั้งที่สำคัญที่สุดคือ ครั้งที่ 10 พ.ศ.2442 เริ่มมีคำกำกับ ก-ฮ กับเริ่มมีรูปประกอบเป็นครั้งแรก ไม่ระบุว่าใครเป็นผู้แต่ง ดังนี้ ก ไก่, ข ไข่, ฃ ขวด, ค ควาย, ฅ ฅอ, ฆ ระฆัง, ง, จ จาน, ฉ ฉิ่ง, ช ช้าง, ซ โซ่, ฌ เฌอ...ฮ นกฮูก ถือเป็นคำกำกับ ก-ฮ เพื่อการเรียนรู้ชิ้นเก่าสุดและแรกสุดของเมืองไทย และเริ่มจัดพิมพ์บนกล่องยาซิกาแรต ชุด ก ข ล่อใจคนซื้อ แต่ไม่มีคำกลอน ต่อมามีการแต่งคำกำกับ ก-ฮ อีกหลายแบบ ทั้งของหนังสือมูลศึกษา ดรุณศึกษา ฉบับสมัยรัชกาลที่ 6 และฉบับโรงพิมพ์ราษฎร์เจริญปี 2458 ดังนี้ ก กบ ข เขียด ฃ ขวด ค เคียว ฅ ฅอเสื้อ
แต่กลอนที่คนรุ่นปัจจุบัน (2536) จำติดปากมากที่สุด และเห็นจะแพร่หลายมากที่สุด ก็คือ กลอน ก เอ๋ย ก ไก่ ข ไข่ในเล้า ฃ ขวดของเรา ค ควายเข้านา ฅ ฅนขึงขัง ฆ ระฆังข้างฝา ง งูใจกล้า จ จานใช้ดี ...ฮ นกฮูกตาโต ของบริษัท ประชาช่าง จำกัด เริ่มพิมพ์ตั้งแต่ พ.ศ.2490 เป็นต้นมา แต่กลับหาตัวคนแต่ง คนวาดภาพประกอบ ก ไก่ อมตะชุดนี้ไม่ได้ ทำให้ เอนก นาวิกมูล ยุติการค้นหาไว้เพียงฉบับ บริษัท ประชาช่าง จำกัด เท่านั้น โดยให้เหตุผลว่า บทกลอนและรูปภาพประกอบ ก ไก่ ฉบับหลังๆ ค่อนข้างขาดเสน่ห์ รูปประกอบไม่งดงาม ประณีต น่ารักเหมือนเดิม
เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป มีวิธีการท่องจำ ก-ฮ แตกต่างไปในแต่ละโรงเรียน แต่ยังมีบทกวีอีกบทหนึ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับพยัญชนะไทย เรื่อง "ก ก่อ ขอ เขียน" ของ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ดังนี้ ก ไก่ไปเรียน ข ไข่ไปเขียน ฃ ฃวดขายของ ค ควายไปนา ฅ ฅนน่ามอง ฆ ระฆังดังก้อง ง งูชูคอ.นอกจากนี้ ยังมี ก ไก่ ไข่ สนุก ของ พรอนงค์ นิยมค้า นำเอาพยัญชนะของไทยมาร้อยเรียงเป็นเรื่องราว ตามการกระทำของพยัญชนะ ก เอ๋ย ก ไก่ ออก ข ไข่ ใส่ ฃ ฃวด เรียงกันไปจนถึง ฮ นกฮูก หนังสือแบบเรียนเร็วใหม่สำหรับยุวชนยุค 2000 ของ คมทวน คันธนู ก เอ๋า ก กาม ข เอ๋ย ข ข้าว ฃ เอ๋ย ฃ ฃวด ฆ เอ๋ย ฆ ฆ่า ง เอ๋ย ง เงิน
ที่น่าตกใจ จากการค้นข้อมูลล่าสุดในอินเทอร์เน็ต ได้พบคำกำกับ ก-ฮ ในแบบที่ไม่สร้างสรรค์ ส่งต่อเผยแพร่ โดยไม่มีการระบุผู้แต่ง อาทิ ก เอ๋ย ก ไก่ ข ไข่โดนช็อต ฃ ฃวดใส่เหล้า ค ควายเล่นยา ฅ ฅนโดนขัง ฆ ระฆังขว้างหมา ง งูอยู่บนหัวลุงบ้า จ อาจารย์ (ทำงาน) ไซด์ไลน์ ฉ ฉิ่งตีมัน ช ช้างช็อปกระจาย ซ ซิ่งมอไซค์ ฌ รักเฌอจังเยย ญ หญิงโสเภณี.ล ลิงโดนสอยประจำ.อ อ่างแตกน้ำนอง ฮ นักฮูกโดนยิง
แม้จะเกิดกลอน หรือคำกำกับ ก-ฮ แตกต่างแต่ละยุคสมัย ดร.ประคอง นิมมานเหมินท์ ภาคีสมาชิกราชบัณฑิตยสถาน บอกว่า ไม่มีชุดใดเข้ามาแทนที่ ก-ฮ ฉบับประชาช่างได้เลย อย่างไรก็ตาม ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าจะท่อง ก-ฮ แบบไหน หากขึ้นอยู่กับวิธีการทำให้ผู้เรียนจดจำได้ง่าย ใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง สิ่งที่ควรวิตกคือ ผลสำรวจเด็กไทย 24.4% ท่อง ก-ฮ ไม่ได้ต่างหากว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับการศึกษาไทย และถึงเวลาหรือยังที่หน่วยงานรับผิดชอบจะหันมาแก้ปัญหา "เล็กๆ" แต่ "ยิ่งใหญ่" อย่างจริงจังและจริงใจเสียที
0 ผกามาศ ใจฉลาด