พระระดับดอกเตอร์ ประธานกลุ่มเสขิยธรรม แฉในที่ประชุมจังหวัด เผยฆ่าพระสุพจน์ มาจากกลุ่มอิทธิพลนักการเมือง และเครือข่ายยาเสพติด หวังฮุบที่ใช้สร้างฐานพักยา-ฟอกเงิน ยืนยันเดิมเป็นผู้ซื้อที่ดินมารวบรวมเปิดสำนักธรรม ให้ชาวบ้านเข้าทำกินแล้วขอออกใบ ส.ป.ก. แต่บางรายเอาสิทธิไปขายต่อให้นายทุน ยันพร้อมจ่ายเงินซื้อคืนให้สำนักธรรม จากกรณี พระสุพจน์ สุวจโน พระนักอนุรักษ์ใน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต เมื่อเร็วๆ นี้ โดยเชื่อว่าปมฆ่ามาจากการเป็นแกนนำในการรวบรวมที่ดินแปลงหนึ่งนั้น เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 11 มกราคม ณ ห้องประชุม 3 ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายวิลาศ รุจิพัฒนพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในการประชุมเพื่อสืบสาวหาเบาะแสปมสังหารเชื่อมโยงไปถึงตัวคนร้ายคดีนี้ โดยมีพระอาจารย์ ดร.สิงห์ทน นราภโส เจ้าของที่ดิน พร้อมด้วยพระกิตติศักดิ์ กิตติโสภณ ประธานกลุ่มเสขิยธรรม และกลุ่มชาวบ้านเข้าร่วม
พระอาจารย์ ดร.สิงห์ทน แจ้งว่าที่ดินที่กล่าวข้างต้นเดิมอาตมาซื้อก่อนออกบวชรวม 79 ไร่ หลังตั้งสำนักปฏิบัติธรรม ก็เปิดให้ชาวบ้านเข้าไปทำกิน และอนุญาตให้ชาวบ้านลงชื่อเป็นผู้ครอบครอง เพื่อขออนุมัติใบ ส.ป.ก.ได้ แต่หลังจากนั้น บางรายกลับนำไปขายให้กับนายทุนกลุ่มหนึ่งอีกทอด นอกจากนี้ยังมีนายทุนรายหนึ่งซึ่งขณะนี้ถูกจับกุมข้อหายาเสพติด อ้างตัวเป็นเจ้าของที่ดินแปลงดังกล่าว นำออกมาขายต่อให้กับชาวบ้านโดยไม่ได้ออกหลักฐานให้
พระอาจารย์ ดร.สิงห์ทน กล่าวต่อด้วยว่าต่อมาอาตมาต้องการรวบรวมที่ดินคืน เพื่อมอบให้มูลนิธิเมตตาธรรมรักษ์ จัดตั้งสำนักสงฆ์และสร้างวิทยาลัยสงฆ์ โดยมีพระสุพจน์ สุวจโน เป็นแกนนำในโครงการนี้ จึงทำให้นายทุนที่จ่ายเงินซื้อที่ดินจากชาวบ้านไม่พอใจ ขณะชาวบ้านที่จ่ายเงินซื้อที่ดินจากนายทุนผู้แอบอ้าง ก็ไม่พอใจเช่นกัน อันอาจนำมาซึ่งปมสังหาร ต่อไปนี้อาตมายินดีจ่ายเงินคืนให้ผู้เสียเงินซื้อที่ดินทุกราย เพื่อรวบรวมมอบให้กับมูลนิธิเมตตาธรรมรักษ์ โดยมีชาวบ้าน 17 ราย ที่มีชื่อใน ส.ป.ก.ยินยอมคืนสิทธิให้รัฐ เพื่อให้มูลนิธิทำเรื่องขอใช้พื้นที่ให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป
ด้านพระกิตติศักดิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ประสานงานกับดีเอสไอเพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีมาโดยตลอด และล่าสุดทราบว่าประเด็นบันดาลโทสะถูกตัดออกไป กลายเป็นประเด็นการเมือง กลุ่มอิทธิพล และเครือข่ายยาเสพติดมีความร่วมมือกันในการทำทุกวิถีทางเพื่อฮุบที่ดังกล่าวใช้เป็นพื้นที่พักยาเสพติดและฟอกเงิน และทราบว่าขณะนี้ใกล้จะอกหมายจับแล้วและผู้ต้องหาอาจมีความเชื่อมโยงกับตำรวจ สภ.อ.ฝาง ด้วย