วันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2548

Nation Group GO
ค้นหาข่าวย้อนหลัง

เกษตรยุคใหม่ - ปูม้ากับชุมชน (3)

บายไลน์ - รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ

เคยมีการศึกษาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของประชากร ปูม้า ในช่วงปี 2540-2547 สรุปได้ว่าประชากรปูม้าในอ่าวไทยและทางฝั่งทะเลอันดามันของไทยเปลี่ยนไปในลักษณะลดลงอย่างมากเพราะว่าเกิดจากสาเหตุหลักอยู่ 3 ประการ คือ 1.ปูม้าถูกจับมากินเร็วกว่าที่จะเติบโตได้ทันตามธรรมชาติ 2.ปูขนาดเล็กจำนวนมากถูกจับก่อนที่จะได้มีการแพร่พันธุ์ และ 3.แหล่งเลี้ยงหรืออนุบาลลูกปูวัยอ่อน บริเวณบริเวณชายฝั่ง หรือแหล่งหญ้าทะเลเสื่อมโทรมหรือถูกทำลาย

ดังนั้นจึงมีโครงการ "เรื่องการจัดการทรัพยากรปูม้าเพื่อการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน" ที่ จ.ตรัง ภายใต้ความรับผิดชอบของ อาจารย์อภิรักษ์ สงรักษ์ ภาควิชาการจัดการประมง คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การประมง วิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง

เป็นอีกโครงการหนึ่งที่ถอดรูปแบบการพัฒนาโครงการ "เลี้ยงปูม้าในคอก" ที่แหลมตาชี จ.ปัตตานี รวมทั้งนำผลการวิจัยที่ได้จากโครงการจัดการประมงปูม้าใน อ.สิเกา จ.ตรัง ของ ผศ.ธงชัย นิติรัฐสุวรรณ ที่ทำเสร็จสิ้นเมื่อปีที่แล้วมาขยายผลในเชิงปฏิบัติ

ดูสภาพทางภูมิศาสตร์ในด้านต่างๆ นับว่ายังโชคดีอยู่บ้างที่แหล่งอนุบาลปูม้าวัยอ่อนใน จ.ตรัง ส่วนใหญ่ยังอยู่ในสภาพที่ดี อุดมสมบูรณ์ไปด้วยหญ้าทะเล ซึ่งเอื้ออำนวยต่อการเลี้ยงลูกปูม้าวัยอ่อน ก่อนที่จะเติบโตเป็นปูเต็มวัยเข้าข่ายประมง และระยะทางการเคลื่อนย้ายของปูม้าขนาดเล็กระหว่างแหล่งอนุบาลและแหล่งที่ปูเต็มวัยหากินและวางไข่ใน จ.ตรังนั้น อยู่ในรัศมีไม่เกิน 20 กิโลเมตร ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่เอื้ออำนวยให้มาตรการฟื้นฟูทรัพยากรปูม้าที่โครงการนำเสนอนั้นมีความเป็นไปได้สูงขึ้น

เมื่อต้นปีที่ผ่านมาในช่วงที่พัฒนาโครงการได้จัดเวทีชาวบ้าน 2 ครั้ง เพื่อสอบถามความต้องการของชุมชนต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการที่ทรัพยากรปูม้าลดลงจนน่ากลัว อย่างที่ชุมชนบ้านฉางหลาง ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา, ชุมชนบ้านน้ำราบ ต.บางสัก และชุมชนบ้านบาตูปูเตะ ต.เกาะลิบง อ.กันตัง ซึ่งปูม้าที่จับได้ส่วนใหญ่จากลอบหรือไซในพื้นที่เหล่านี้เป็น "ปูจิ๋ว" และ "ปูเล็ก" ขนาด 16-40 ตัวต่อกิโลกรัม

ชุมชนยอมรับแนวความคิดการเพิ่มมูลค่าปูจิ๋วและปูเล็กที่โครงการนำเสนอ และต้องการให้มีการศึกษาวิจัยและพัฒนาเทคนิคการเพาะเลี้ยง "ปูม้า" ในคอกอย่างถูกวิธี ซึ่งด้วยความพร้อมในหลายๆ ด้านของชุมชนบ้านฉางหลางและชุมชนประมงบ้านบาตูปูเตะ จึงเลือกให้ร่วมโครงการก่อน โดยชุมชนจะเป็นผู้จัดหาปูจิ๋วและปูเล็กที่ได้จากลอบหรือไซของชาวประมงแล้วใช้ปลาเบญจพรรณหรือปลาเป็ดเป็นอาหารเลี้ยงเสริมด้วยหอยแมลงภู่ หอยกะพง ซึ่งหาได้ง่ายในพื้นที่

หลังจากเลี้ยงประมาณ 1-2 เดือน ก็สามารถทยอยจับปูขนาด 8-10 ตัวต่อกิโลกรัม ขายราคากิโลกรัมละ 105-120 บาท วิธีนี้นับว่าเป็นการเพิ่มมูลค่าของปูจิ๋วและปูเล็กจากขนาด 16-40 ตัวต่อกิโลกรัม ให้มีมูลค่าสูงขึ้นในระยะเวลาอันสั้น มีความเสี่ยงต่ำ และใช้ต้นทุนและทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่น เช่น แรงงานในครอบครัว ปลาเป็ดหรือหอย ที่ติดมากับเครื่องมือประมงที่ไม่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ นำมาใช้เป็นอาหารปูได้แทนที่จะทิ้งลงทะเลให้สูญเปล่า

อีกทั้งลูกพันธุ์ก็ไม่ต้องซื้อหาเพราะว่าจับได้เอง วันไหนจับปูได้น้อยก็ปล่อยน้อย จับได้มากก็ปล่อยมาก เมื่อปูเติบโตก็ทยอยจับขาย โดยมีแพรับซื้อปูอยู่ในหมู่บ้าน ผลคือชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้นและปัญหาทรัพยากรปูก็ได้รับการแก้ไข คาดว่าอีกไม่นานคงจะมีปูในธรรมชาติมากขึ้น เรียกได้ว่ากระสุนนัดเดียวยิงนกได้หลายตัว

นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งของการใช้ความรู้จากการวิจัยเข้ามาใช้ประโยชน์จริง และเกิดการพัฒนาชุมชน เพิ่มรายได้ รวมทั้งแก้ไขปัญหาทรัพยากรไปพร้อมๆ กันครับ



รอบรั้วเกษตร
พัฒนาอาชีพเกษตร

เกษตรยุคใหม่ - ปูม้ากับชุมชน (3)
บายไลน์ - รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ

วอนเปิดช่องพัฒนา"จีเอ็มโอ"ก่อนเทคโนโลยีไทยตกยุค
บายไลน์ - เกรียงศักดิ์ เผ่าอินทร์

อ่านข่าวทั้งหมด


พระเครื่อง คม ชัด ลึก

ก๊วน กวน ข่าว
ดูดวง
ภาษาอังกฤษง่ายนิดเดียว
ฮอตไลน์ สายรัก
คุยกับชัยวัฒน์
รักสุขภาพ
ชุมชนไทยในต่างแดน
ย้อนหลังข่าวเด่น
จดหมายถึง บก.
ร้องทุกข์
เปิดซองส่องไทย
นักข่าวชาวบ้าน ห้องสนทนา
เวบบอร์ด ทักทายบันเทิง
คุยเฟื่องเรื่องกีฬา


fujitsuVisit Libertasamsung
nationgroupสงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
บริษัท เนชั่นมัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) พ.ศ. 2543