อาสาสมัครทหารพราน สุวิทย์ คุ่ยหนู 1 ใน 4 ที่เสียชีวิตจากการถูกซุ่มโจมตีที่ อ.รามัน จ.ยะลา รายงานข่าวจากจังหวัดสงขลาว่า อส.ทพ.สุวิทย์ คุ่ยหนู อายุ 28 ปี เสียชีวิตแล้วหลังถูกกลุ่มคนร้ายซุ่มโจมตีที่ อ.รามัน จ.ยะลา
อส.ทพ.สุวิทย์ นั้นมีพี่น้องด้วยกัน 3 คน คือ นายปรีชา คุ่ยหนู นางสุณี เถนานนท์และ อส.ทพ.สุวิทย์ คุ่ยหนู เป็นลูกคนเล็ก และเป็นลูกที่กตัญญูรักแม่มาก เมื่อสมัครเข้ามาเป็นอาสาสมัครทหารพราน ก็ได้สั่งเสียพี่น้องทุกคนว่า ที่เข้ามาสมัครเป็นอาสาสมัครทหารพราน ตรงนี้ ก็มีความตั้งใจเข้ามาทำงานเพื่อประเทศชาติ สละแล้วทุกสิ่ง ได้ทำหนังสือมอบอำนาจทุกอย่างเกี่ยวกับการเงินให้กับนางสุณี เถนานนท์ พี่สาวเพื่อนำเงินส่วนที่ได้รับจากทางราชการ หากตนเองต้องมีอันเป็นไปให้ดูแลแม่ให้มีความสุขด้วย เพราะแม่จะต้องไปพบหมอที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์หาดใหญ่ทุกเดือน และส่งเสียเลี้ยงดูแม่มาตลอด
นางเปลื้อง คุ่ยหนู แม่ของ อส.ทพ.สุวิทย์ คุ่ยหนู กล่าวว่า ทางการได้เข้ามาช่วยเหลือครอบครัวอย่างดี ขณะที่ลูกชายยังมีชีวิตอยู่ได้ส่งเงินมาให้แม่ทุกเดือน เพื่อไปหาหมอที่ โรงพยาบาล มอ.หาดใหญ่ เพราะเป็นโรคนิ่ว โรคไต โรคกระเพาะ เมื่อไม่กี่วันได้โทรศัพท์มาบอกด้วยความดีใจว่า ขณะนี้ได้บรรจุเป็นข้าราชการเต็มตัวแล้ว ต่อไปแม่เข้าโรงพยาบาลก็จะเบิกค่ารักษาพยาบาลให้แม่ได้ แต่ตอนนี้ลูกตายเสียแล้ว
นางสุณี เถนานนท์ พี่สาวคนที่สอง กล่าวว่า น้องสุวิทย์อยู่กับแม่ที่บ้านที่ทุ่งลัง หมู่ที่ 9 ต.สะท้อน ส่วนตัวเองไปอยู่ที่หาดใหญ่เพราะมีครอบครัวแล้ว มีธุรกิจเป็นของตนเอง น้องชายเป็นคนดูแลแม่อยู่ โดยส่งเงินมาเลี้ยงดูแม่ทุกเดือน แม่จะอยู่กับพี่ชายคนโต เมื่อน้องชายลงมาเยี่ยมบ้านก็มาอยู่กับแม่ตลอด แม่รักน้องคนนี้มาก จึงได้นำศพมาตั้งที่นี่ ยังไม่มีภรรยายังโสดอยู่
ในส่วนของการช่วยเหลือครอบครัวก็ยอมรับว่าทหารพรานก็ใช้ได้ พวกเราประทับใจตรงที่เขาช่วยเหลือเราเต็มที่ เข้ามาดูแลทุกวันที่มาตั้งศพถึงแม้ว่าระยะทางจะไกล เขาก็มากันทุกวัน ทำให้เราไม่อ้างว้าง ด้านการช่วยเหลือในการทำศพ ทางผู้บังคับบัญชาได้ให้เงินช่วยเหลือมาตั้งแต่วันที่แม่และพี่ๆไปรับศพ ซึ่งช่วยเหลือพวกเราไม่ให้ทางบ้านเดือดร้อนไม่ให้เราไปกู้ยืมเงิน
"อันนี้พวกเราทั้งแม่และพี่ๆของน้องสุวิทย์ขอขอบพระคุณด้วยใจจริง เพราะน้องชายได้สละตัวเองเพื่อสมัครเข้าเป็นอาสาสมัครทหารพราน ซึ่งเขาชอบที่จะไปเป็นทหารรับใช้ประเทศชาติมาก เคยคุยกันไว้เขาบอกว่า ไม่มีภาระอะไร ลูกเมียก็ไม่มี จะทำงานให้ชาติบ้านเมืองอย่างเต็มที่ ขอฝากแม่ไว้ด้วย"พี่สาวกล่าว
นางสุณี กล่าวต่อไปว่า ส่วนในเรื่องที่จะขอให้ทางกรมทหารพรานช่วยเหลือในช่วงนี้ก็คือ ที่ผ่านมาได้ดูแลแม่กันอยู่ มาเยี่ยมเยียนทุกอาทิตย์ น้องเขาเมื่อกลับบ้านก็มาอยู่กับแม่ที่บ้านและนำเงินมาให้แม่ไปหาหมอที่โรงพยาบาล มอ.หาดใหญ่ทุกเดือน ส่วนที่ขาดหายไปตรงนี้ก็คือ ส่วนที่เลี้ยงดูแม่ โดยทางผู้บังคับบัญชาที่เป็นรองแม่ทัพภาคที่ 4 ก็ถามว่า ทางเราต้องการให้ช่วยเหลือในเรื่องใดบ้าง ก็ได้บอกท่านไปว่า ไม่ต้องการอะไร บ้านเราก็พอมีอยู่ ส่วนของแม่ก็จะนำเงินส่วนที่เป็นเงินประกันชีวิตสินไหมชดเชย 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 5 แสนบาท มาทำบ้านให้แม่อยู่ แต่ต้องการเงินช่วยเหลือเป็นรายเดือน ตรงนี้แม่ไม่มีรายได้แล้วเพราะน้องชายไม่อยู่เสียแล้ว
"ตรงนี้เป็นส่วนที่ขาดหายไป เราไม่ได้ขอมากขอเป็นรายเดือนๆละ 3,000 กว่าบาทเท่านั้นเอง ทางผู้ใหญ่เขาก็รับเรื่องไปเสนอผู้บังคับบัญชาระดับสูงให้ ขณะนี้พยายามพูดกับแม่ว่า ขอให้ไปอยู่กับตนเองที่อำเภอหาดใหญ่ เพราะจะได้ใกล้หมอที่ มอ. แม่ก็ยอมไปอยู่แล้ว หลังจากเสร็จงานศพน้องชาย ซึ่งก็ได้ปรึกษากับพี่ชายก็เห็นด้วย เนื่องจากน้องสุวิทย์ เป็นคนที่รักแม่มาก ก่อนที่เขาจะสมัครเข้าเป็นอาสาสมัครทหารพรานเขาบอกฝากไว้ว่า พี่ครับ ผมไปรับใช้ชาติแล้วฝากแม่ดูแลด้วย" นางสุณี กล่าว
นางสุณี เปิดเผยอีกว่า โดยเมื่อเข้าเป็นทหารพรานแล้ว น้องเขาได้ทำหนังสือมอบฉันทะในเรื่องเกี่ยวกับการเงินทั้งหมดให้กับพี่สาว พร้อมสั่งเสียว่า หากน้องมีอันเป็นไป ขอให้นำเงินส่วนที่ได้รับทั้งหมดมาดูแลและเลี้ยงดูแม่ให้มีความสุขกายสบายใจ และนำเงินนี้ไปรักษาแม่ให้หายจากโรคที่ท่านเป็นอยู่ด้วย สำหรับศพของ อส.ทพ.สุวิทย์ คุ่ยหนู จะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 2 ตุลาคม 2548 เวลา 14.30 น. ที่ฌาปนสถานวัดสะท้อน ต. สะท้อน อ.นาทวี จ.สงขลา